News:

ยินดีต้อนรับ สู่ Pall Swiss เว็บบอร์ดตัวใหม่

Main Menu

*** ตามหาเจ้าทุย***

Started by black tea, February 10, 2004, 01:52:57 PM

Previous topic - Next topic

กะแบ้ว

ไปเที่ยวบ้านนอกมาค่ะ เอารูปมาฝาก อาจจะทำให้บางคนหวนนึกถึงวัยเด็ก ถ้าเคยเป็นเด็กบ้านนอกอย่างชาดำ

**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0189 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**

กะแบ้ว

รูปใหญ่ไป ขออนุญาติไปย่อรูปก่อนนะคะ เดี๋ยวเข้ามาใหม่ค่ะ

กะแบ้ว

รีบๆไปย่อมาเลยนะค่ะ แม่ลูกหมูสามตัว จะรอดูจ้า ตอนนี้ ลูกหมูปิดเทอมแม่หมูเลยมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อหน้าคอมไม่ค่อยได้จ้า คิดถึงทุกคนนะค่ะ

แวะชมสิ่งที่น่าสนใจ


กะแบ้ว

ตอนเป็นเด็กหญิงตัวน้อย จำได้ว่าพอเสาร์อาทิตย์จะชอบแอบแม่ไปเล่นทุ่งนา แล้วเอาข้าวห่อไปกินตรงกระท่อมน้อยหลังนี้

กะแบ้ว

หวัดดีแม่ลูกหมูสามตัว ย่อแล้วย่ออีกก็ยังใหญ่ไปอ่ะค่ะ  เดี๋ยวไปย่อมาอีกทีนะ

กะแบ้ว

กระท่อมน้อยคอยรัก.......

กะแบ้ว

รูปไม่ขึ้น ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ย่อเหลือจิ๊ดเดียวยังไม่ขึ้นมาอีก

กะแบ้ว


แวะชมสิ่งที่น่าสนใจ


กะแบ้ว

แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รูปไม่ขึ้นเลย  
 ง่วงแล้วแหละ ไปนอนก่อนนะคะ  
 จะเข้ามาลองใหม่พรุ่งนี้ค่ะ

กะแบ้ว

มารอดูเจ้าทุยจ้า

กะแบ้ว

รูปไม่ขึ้นค่ะนี่นะ  สงสัยต้องติดเรื่องเจ้าทุยเอาไว้ก่อนแหงๆ แต่เดี๋ยวเข้ามาเล่าเรื่องตอนเป็นเด็กให้ฟัง ขอตัวเดี๋ยวจ๊ะ

กะแบ้ว

........เราเป็นเด็กบ้านนอก เกิดและเติบโต(ช่วงนึง)กับท้องไร้ท้องนา
 ตอนเป็นเด็กหญิงตัวจ้อย เราตัวเล็กและขาวมากๆ จนโดนใครต่อใครล้อเอา
 ว่าเป็นลูกเจ๊ก ลูกแจว(แจว แปลว่าญวน) เราขี้อายมาก(เฉพาะกับผู้ใหญ่)
 แต่กับเด็กๆ เพื่อนเล่นด้วยกัน เราแก่นแก้วมาก เคยชกต่อยกับเพื่อนก็ออกบ่อย
 โดยเฉาะกับเด็กผู้ชายรุ่นพี่ที่ตัวโตกว่าเรา เรามีวีรกรรมกับพวกนี้มาหลายครั้ง
 รู้ว่าชกต่อยสู้เขาไม่ได้ แต่เราก็ไม่ยอมให้เขารังแกฝ่ายเดียว เจ็บก็ยอม
 แต่ต้องไม่ให้แม่รู้ ไม่งั้นเป็นเรื่องราวใหญ่โต เพราะแม่หวงเรามากๆ
 
 จำได้ว่าตอนเป็นเด็กชอบหนีแม่ไปเล่นทุ่งนา ซึ่งอยู่ไม่*งจากบ้านนัก
 เดินลัดเลาะตรอกเล็กๆ ซึ่งสมัยก่อนนี้สูงท่วมหัวเรา เพราะชาวบ้านเอาไว้ระบายน้ำ
 ก่อนจะไปก็จะนัดแนะกับเพื่อนๆ แถวบ้าน ไปเจอกันที่กระท่อมน้อยกลางทุ่ง
 ซึ่งเมื่อก่อนสภาพเป็นอย่างไรก็ยังเป็นอย่างงั้นอยู่ในปัจจุบัน เจ้าของคงจะเปลี่ยน
 สังกะสีที่มุงหลังคาบ้างแหละ เพราะเวลาผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงเห็นกระท่อมน้อยหลังนี้ตั้งอยู่เดียวดาย
 กลางทุ่งนา กระท่อมน้อยเล็กๆ ซึ่งเจ้าของซึ่งเป็นชาวนาปลูกเอาไว้พักกินข้าว เวลาพักเที่ยง
 แต่พอถึงหน้าแล้ง กระท่อมน้อยหลังนั้นก็ไร้เจ้าของ(ชั่วคราว) พวกเราเลยจัดการยึดเป็นของเรา(ชั่วคราว)
 
 
 
 
 
 

กะแบ้ว

.......พวกเราจะห่อข้าว และกระติกน้ำไปด้วยเวลาไปเล่นกระท่อมน้อยหลังนั้น
 เพราะถัดจากกระท่อมไปไม่ไกลนัก ก็จะเป็นแม่น้ำ ที่ซึ่งชาวบ้านอาศัยหาปู หาปลากิน
 สมัยก่อนนั้นปลาเยอะมาก แม่น้ำไม่ได้กว้างใหญ่นัก แต่ในสายตาเด็กน้อยอย่างเรา
 มันช่างกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มองไม่เห็นตลิ่งฝั่งตรงข้าม เพราะเต็มไปด้วยจอกแหน
 และป่าบัว เรียกว่ารกมาก แต่ตรงไหนที่เป็นน้ำเวิ้งว้างก็จะลึกมาก เด็กอย่างพวกเราไม่กล้าไปไกลจากตลิ่ง
 
 ชานตลิ่งที่พวกเราใช้เล่นน้ำ ไม่ลึก และไม่มีโคลน เป็นดินทรายอย่างดี
 แต่ถัดไปอีกไม่ไกล ก็จะมองเห็นศาลาที่สร้างไว้ค่อยข้างแข็งแรง และดูสวยงาม
 ชาวบ้านเรียกว่า ท่าเรือ เพราะชาวบ้านเอาไว้จอดเรือหาปลา  
 บ้านเราไม่มีเรือหรอก เวลาอยากพายเรือก็ขโมยเรือที่เขาไม่ได้ใส่กุญแจ เอาออกไปพายเล่นกัน
 
 ตรงนี้แหละที่พวกเรากลัว เพราะตอนเราเล็กกว่านี้น่ะ พี่สาวของเพื่อนรักเราเอง เธอจมน้ำตายตรงนี้
 เธอไม่ได้เล่นน้ำเหมือนอย่างพวกเรา เธอนั่งรอแม่เธออยู่ตรงหัวเรือ ซึ่งรดน้ำผักอยู่
 ชาวบ้านเล่าว่า ผีพรายมาดึงขาเธอลงน้ำ แล้วเธอก็จมน้ำตายตรงที่แห่งนั้น
 
 พวกเราไม่กล้าไปเล่นน้ำตรงนั้นหรอก เพราะกลัว ผีพราย และอีกอย่างตรงนั้นมีแต่โคลน
 ไม่มีทรายให้พวกเราเล่น เราเล่นน้ำเก่ง และอึดมาก เล่นได้เป็นวันๆ เราถึงได้ห่อข้าวไปกินด้วยไง
 แต่เราว่ายน้ำไม่เก่งนะ เพราะเล่นอยู่แต่ตรงตลิ่ง อาจจะเป็นเพราะว่ามีคนเคยตายที่แม่น้ำนี้
 และไกลออกไปอีกหน่อยก็จะลึกมาก ไม่งั้นก็เป็นป่าบัวไปเลย เราเลยไม่กล้าออกไปว่ายไกล
 อย่างมากก็เอามือเอาเท้า*้ำตุ๋มต๋อมอยู่ใกล้ตลิ่งนี้แหละ ไม่กล้าออกไปไกล
 
 

แวะชมสิ่งที่น่าสนใจ


กะแบ้ว

.......เวลาผ่านมาหลาย(สิบ)ปี  กระท่อมน้อยก็ยังคงตั้งอยู่ตรงที่เดิม
 แต่ ไม่มีตลิ่งเดิมที่พวกเราเคยเล่นน้ำเหลืออยู่อีกเลย ริมตลิ่งตรงนั้น
 ตรงที่พวกเราถอดเสื้อผ้ากองไว้ตรงนั้น ก็กลายเป็นถนนใหญ่ 4 เลน
 ฝั่งตรงข้ามฝั่งโน้น ที่พวกเราไม่เคยมองเห็นตลิ่งเลย ตอนนี้ก็กลายเป็นสนามกอล์ฟ
 คลองเล็กๆ มองเลยออกไปตรงโน้น ก็กลายเป็นถนนคอนกรีต
 ป่าบัวที่พวกเราชอบไปมุดน้ำไปเก็บเอาสายบัว ไปให้แม่แกงส้ม
 ไม่มีให้พวกเราเห็นอีกแล้ว จะเหลือก็แต่จอกแหนที่ช่างเติบโตเร็วเหลือเกินเท่านั้น
 ไม่มีป่าบัว  ไม่มีตลิ่ง คงเหลือแต่กระท่อมหลังน้อยตั้งอยู่เดียวดาย
 
 แต่อีกไม่นาน เจ้าของก็อาจจะต้องลื้อทิ้งไป เพราะสิ่งปลูกสร้าง
 ช่างขึ้นมารวดเร็วเหลือเกิน ทุ่งนาแห่งนั้น อีกไม่นานคงจะกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรค์
 
 เวลาผ่านมาก็ตั้งนานแล้ว  แต่ภาพความหลังช่างแจ่มแจ้งเหลือเกิน
 นานมากแล้วที่เราไม่ได้ไปยืนรำลึกถึงสมัยเป็นเด็กแบบนี้
 แต่เพราะเราเติบโตขึ้นมาก ผ่านร้อนผ่านหนาว สุข ทุกข์  
 พอได้ไปเห็นร่องรอยอดีต  ความทรงจำ และภาพเก่าๆ ก็ผุดขึ้นมา
 แปลกตรงที่มันชัดเจนมาก เหมือนผ่านมาไม่กี่วันนี้เอง
 
 หรือว่าเราเดินทางมาไกลแสนไกล ไกลจากตรงที่แห่งนั้น
 ภาพเงาแห่งอดีต ภาพแห่งวัยเด็ก วัยที่มีแต่ความสุข และสนุกสนาน
 เข้ามาเตือนความทรงจำเรา  เหมือนกับจะย้ำเตือนเราว่า  
 ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ตามกาลเวลา ไม่มีอะไรที่อยู่ยั้งยืนยง
 
 เอ....เรายืนอยู่ตรงนั้นตั้งนาน ไม่มีเจ้าทุยเลย  เจ้าทุยหายไปไหน
 ตรงนั้นไง  ที่เจ้าทุยเคยวิ่งมาชนเรา  วันนี้ไม่มีเจ้าทุย
 เจ้าทุยหายไป............ใครเจอเจ้าทุยช่วยบอกที......
 
 

กะแบ้ว

ตอนนี้ เจ้าทุยเริ่มหาดูยาก ที่แบ้วเจอก็ที่ตลาดไท  ห้อยโตงเตงยาวพรืดเลยคะ เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แบ้วว่านะอีกหน่อยเราคงต้องไปตามหาเจ้าทุยในสวนสัตว์กันแล้วมั้ง  อิ อิ แซวเล่น