News:

ยินดีต้อนรับ สู่ Pall Swiss เว็บบอร์ดตัวใหม่

Main Menu

** คุยกันเรื่องหนัง **

Started by pall, January 18, 2004, 04:05:15 PM

Previous topic - Next topic

pall

(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104118-080515-Clipboard09.jpg)

ช่วงนี้ป้าจะผลุบๆโผล่ๆไม่สามารถเข้ามาเขียนเล่าอะไร ให้ฟังทุกวันเหมือนสมัยก่อนแต่ละวันจะยุ่งและวุ่นวายมาก 
เมื่อวานก่อนเก็บ VDO เข้ากล่องแล้วต้องนั่งตาลอย ไม่คิดว่าจะอัดหนังไว้มากมายถึงขนาดนี้
และแต่ละม้วนที่ซื้อมาแพงมากคิดเป็นเงินแล้วเสียดายมาก ในความบ้าอัดหนังของตัวเอง
สมัยก่อนที่ป้ายังเล่นคอมไม่เป็น ป้าบ้าดูหนังมาก ขนาดมีแค่4ช่องนะยังบ้าดูถึงตี4ตี5และภาพหนัง
ก็แบบโลคอลิตี้มาก(ขอเว่อร์สักวัน) เรียกว่าจมูกกับตาแทบจะมารวมกันเลยเวลาฝนตกฟ้าร้อง

ธรรมดาคนสวิสและคนไทยที่นี่ทุกคนได้ดูหนัง เป็นร้อยช่องจนเลือกไม่ถูกว่าจะดูช่องไหน
เรียกว่าผัวเมียจะตีกันตายก็เพราะทีวี  ของป้าแค่4ช่องแค่นี้ลุงแทบจะแกะออกจากโซฟาเลย
แกจะด่ามาก ด่าจนหูชา..ช่วงที่เดินเขากับแกตาป้าดำเลยเพราะอดนอนมาก
ป้าชอบพวกของเก่าๆมากยิ่งบ้านชาวนาชอบมาก หนังเก่าๆของสวิสนี่จะชอบอัดและเก็บไว้
ป้าคิดว่าคงเป็นเพราะความผูกพันเก่าๆ สมัยตอนป้ายังเป็นเด็กแต่โตมากแล้วยังจำความได้ทุกอย่าง
แม่ได้ขายทุกอย่างและหอบลูกเต้าไปอยู่ที่พิษณุโลก เมื่อสมัยร่วม50ปีที่ผ่านมาพิษณุโลกยังไม่ใหญ่โตเหมือนสมัยนี้
แกได้ทำกิจการตั้งบริษัทเกี่ยวกับหนังใหญ่โตมาก ช่วงนั้นมีคู่แข่งกันคือของพยงค์ภาพยนตร์
และบริษัทของแม่แกชื่อมุนินทร์ภาพยนตร์ บริษัทจำหน่ายหนังของแม่แกใหญ่มากวิ่งรอกทุกวัน
 
หนังสมัยนั้นเป็นหนัง16 มม.และเครื่องฉายหนังแกมีอยู่แค่3เครื่อง คนบ้านนอกชอบมากถ้ามีงานอะไรจะปิดถนนขึงจอผ้าขาวใหญ่ คนเอาเสื่อมาจองกันตั้งแต่หัววันเลย  กว่าหนังจะได้ฉายคนดูแทบจะตีกันตายเพราะแย่งที่กัน
ขนมนี่ขายดีมาก พวกอ้อยควั่น  ถั่วคั่ว...พูดถึงถั่วลิสงคั่วสมัยก่อนอร่อยมาก  เขาเอามาคั่วทั้งเปลือกและใส่ทรายคั่ว
คนซื้อกินพอหมดก็ส่งกลิ่นทำลายบรรยากาศการดูหนังมาก ชีวิตช่วงนั้นสนุกมาก  เครื่องฉายหนัง16มม
จะฉายไม่นานจะต้องหยุดพักเครื่องเพราะร้อนจัด ป้าและคนอื่นจะต้องช่วยเอาพัดลมเล็กๆพัดและเอาพัดจากมือเราช่วย
ถ้าขืนฉายต่อหนังจะยืดและขาด  ตอนหนังขาดช่วงกำลังมันส์ๆคนจะด่าแล้ว
ป้าคิดว่าคงจะจำส.อาสนจินดากันได้ แม่แกสร้างหนังสี่ตะลุมบอน ดังมากหนังเรื่องนี้
ส.อาสนจินดา แสดงเป็นจ่าดับจำเปาะเอาเชือกกล้วยผูกกางเกง
 
ช่วงที่หยุดเครื่องพักให้หายร้อน คนจะไปหาของกินและเด็กๆจะวิ่งเล่นกันสนุกมาก ว่าไปกิจการหนังสมัยก่อนทำรายได้ดีมาก
เพราะถ้าไม่ใช่หนังฟรีเราจะกั้นเอาผ้ามาขึงเสียสูงล้อมรอบ กันไม่ให้คนเห็นและเก็บเงินคนละบาท
เงินบาทสมัยก่อน( เมื่อ50 ปีที่ผ่านมา)มากนะขอบอก พ่อของป้าแกเป็นตำรวจได้เงินเดือนแค่เดือนละ 60 บาท
และตำรวจสมัยก่อนขี่ม้าเครื่องแบบเท่ห์มาก บางคนคงเคยเห็นแบบชายกางเกงขาพองตรงหน้าแข้ง
ขากางเกงจะรัดใส่รองเท้าบูท   คนสมัยก่อนไม่ว่าผู้ชายผู้หญิงชอบกินหมากกันมาก
พ่อป้าก็กินหมากแต่แม่ไม่กิน  ป้าเคยแอบกินหมาก  ถึงกับโดนยันเลย  
คำว่ายันหมากนี่แรงมากตาลายหัวหมุนติ้วเลย  ลิ้นแข็งคับปากเลยหลังจากนั้นไม่กล้ากินเลยแต่ป้าชอบทำหมากให้พ่อกิน
การทำหมากต้องมีศิลปะนะไม่ใช่ป้ายซี้ซั้ว พวกปูนแดงที่กินกับหมากจะมีเครื่องผสมเข้าช่วยและก่อนจะเอามาใช้
จะต้องป้ายและกวนแล้วกวนอีกจนเครื่องเข้ากัน หมากก็จะต้องปาดฝานให้ได้สัดส่วน
พลูก็จะต้องดึงปลายออกยุ่งยากมาก  พอป้ายเสร็จก็จะม้วนห่อเอาด้ายผูกไม่ให้หลุดลุ่ย
และจะมีเส้นยา(ป้าชักลืมชื่อไปแล้ว) ที่เขาใช้ขัดฟันให้ขาว ป้าจะต้องแยกห่อให้พ่อ...ชอบมากเลย
พูดถึงหนังกลายเป็นเรื่องกินหมากไปได้
 
ชีวิตช่วงเป็นเด็กสนุกมากมีหลายรสชาติ ถ้าไม่เบื่อจะมาเล่าให้ฟังว่าชีวิตเด็ก รุ่น50ปีที่แล้วเราผ่านอะไรมาบ้าง
เด็กรุ่นใหม่จะไม่รู้จักและไม่เข้าใจแน่ๆ   ชีวิตป้าตอนเป็นเด็กไม่โลดโผนแต่เหมือนลูกข่าง
ชีวิตนี้คือการต่อสู้......การต่อสู้ทำให้เราเข้มแข็ง... ไม่ยอมแพ้กับปัญหาที่เกิดขึ้น...........
ประสบการณ์ทำให้เราอดทน..... เงินทำให้คนลืมตัว.......เงินทำให้คนลืมความเป็นพี่น้อง........
เงินสามารถซื้อหัวใจคนได้ทุกอย่าง......เพราะเงินตัวเดียว.........ที่ทำให้ชีวิตหักเหจากหน้ามือเป็นหลังมือ...
 
กิจการของแม่ที่กำลังรุ่งเรือง.... โดนหักหลังและคนที่หักหลังคืออา......น้องชายแท้ๆของพ่อ
ยังจำได้ว่า.......วันนั้น....แม่ไม่มีเงินสักสลึงเดียว อาขนไปหมดเพราะแม่ไว้ใจให้อาถือกุญแจ
สามารถเอาเงินไปใช้ได้ตามชอบใจ วันนั้นป้าต้องไปขอข้าวสารคนข้างบ้านมาได้ครึ่งกระป๋อง
เราเอามาต้มข้าวต้มกินกับน้ำปลา.......ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้........เราไม่เคยขอข้าวใครกินอีกเลย..........
เราจะยอมเป็นราชสีห์ดีกว่าเป็นหมาให้คนเวทนา.... เราต้องหยิ่งในศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นคน...
 
.........................................................................
 
พรุ่งนี้จะมาเล่าถึงหนังสวิสเก่า
 
** Uli der Knecht **
 


**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0150 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**

pall

 
** Uli der Knecht **  
 
ลืมบอกไปว่าหนังสวิสเรื่องนี้เป็นหนังที่คนสวิสเก่าๆชอบดูกันมาก  ลุงแกดูทีไรจะนั่งน้ำตาไหล...
หนังเรื่องนี้มี2ตอนด้วยกัน
 
A.  **ตอนแรกหนังชื่อ Uli der Knecht **
สร้างปี1954  
B.  **ตอนสองหนังชื่อ Uli der Pächter **
สร้างปี 1955
 
หนังทั้งสองตอนเป็นหนังขาวดำ เนื้อเรื่องจะมีหลายรสและทำให้เราได้รู้ถึงการใช้ชีวิต และคนสวิสสมัยเก่า
 
 
 

เกตุ

ป้าจ๋าเรื่องหนังๆเนี่ยนี่นะชอบมาก โดยเฉพาะหนังเก่าของฮอลลีวู้ด แต่หนังของสวิสไม่เคยดูค่ะ  
 
 โห..นี่ถ้าแม่ของป้าไม่โดนอาโกงไป ป่านนี้คงรวยน่าดูแล้วนะคะ นี่นะจำได้ว่า อ่านหนังสือของทักษิณเล่าถึงชีวิตตัวเอง ก็เริ่มจากการจับธุรกิจบันเทิงนี่แหละ นำหนังมาฉาย จากนั้นก็พัฒนาไต่เต้าเป็นผู้สร้าง โดยเป็นนายทุนให้กับเรื่อง บ้านทรายทอง ฉบับจารุณีเล่นนั่นแหละค่ะ แกได้รายได้มหาศาลเลยจากเรื่องนั้น  
 
 ติดตามอ่านงานป้าสนุกดีนะคะ คุยเรื่องหนังเยอะๆ โดยเฉพาะหนังสวิส นี่นะไม่มีความรู้เลยค่ะ อยากรู้ว่าเป็นไง ...  
 
 ******* อ้อ ป้าจ๋าลืมบอกไปค่ะ นี่นะอ่านข่าววันนี้ ว่าประเทศที่ให้ค่าเงินสูงกว่าค่าเงินดอลล่าร์ที่สุดในโลก คือ ประเทศสวิสค่ะ สูงกว่าหลายเท่านัก ส่วนเมืองไทยก็ต่ำกว่าเกินจริงค่ะ ***************  
 

แวะชมสิ่งที่น่าสนใจ


pall

 
 
 **  ชีวิตมนุษย์ไปตามกฏแห่งกรรม
 ไม่มีใครหลีกเลี่ยงพ้น**
 
 ช่วงนั้นแม่ของป้ายังทำใจไม่ได้รู้สึกเครียดแค้นมาก
 และคนข้างบ้านเขารู้เรื่องนี้โดยบังเอิญก่อนจะเกิดเรื่อง
 แต่เขาไม่กล้าบอกแม่.....ถ้าเราคิดตามหลักความจริง
 เป็นเราก็ไม่กล้าบอก....การพูดเล่าอะไรถ้าคนฟังไม่เชื่อ
 เราคือหมาตัวหนึ่ง.......และยิ่งเป็นพี่น้องคลานตามกันมาด้วย
 อีกอย่างอาเขาแสดงท่าออกให้เชื่อว่าเป็นนคนดีมากด้วย
 
 หลังจากเกิดเรื่อง...คนข้างบ้านที่ได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
 เขาบอกว่าแอบได้ยินโดยบังเอิญอาผู้หญิงที่เป็นเมีย
 ได้ยุให้อาเอาเงินไปให้หมด.....มัวมาเป็นแต่ขี้ข้าแบมือขอเงิน
 จากแม่เมื่อไรจะรวย.....อาผู้ชายเชื่อเมียเลยทำตาม
 
 อาแกหอบเงินไปหมดลิ้นชัก(เก๊ะ)และเอาเครื่องฉายหนังไปหมด
 เครื่องฉายหนัง16 มม.ราคาแพงมาก
 เมื่อหมดที่ทำมาหากินแม่เริ่มแย่.....งานที่รับเขามา
 ต้องคืนเงินเขา.....ไม่ว่างานบวชนาค....
 งานอะไรที่รับเขาไว้เราคิดเป็นราคา......ถ้าเรื่องเดียวจะแพง
 แต่ถ้าควบฉาย2เรื่องจะลดราคาลงมาหน่อย
 และแล้วแต่หนังใหม่ด้วย.......
 
 ตอนนั้นการฉายหนังเราใช้มอร์เตอร์ไซด์วิ่งรอกเอา
 ทางสมัยก่อนกันดารมาก...และวิ่งจากพิษณุโลก-พิจิตร
 และสายทางเหนือ...ใครมีรถมอร์เตอไซด์สมัยก่อน
 จัดว่ารวยมาก...
 
 แม่ต้องขายสมบัติคืนเงินเขาและ*้เงินเขามาใช้หนี้
 เพราะอาเอาไปหมด....แม่ไปแจ้งความอายัดของ
 ตอนนั้นดังมากเรื่องนี้ลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐด้วย
 ร่วมปีที่เราอยู่กันแบบเทวดาตกสวรรค์
 ตำรวจจับอาได้..ของที่ได้คืนมาคือเครื่องฉายหนัง
 16มม.ที่อยู่ในสภาพย่ำแย่......และอาผู้หญิง......
 กรรมตามทัน....เป็นมะเร็งมดลูกตาย.....ต่อมา.
 ทั้งสองกราบเท้าแม่ขอให้ยกโทษ.............
 ชีวิตมนุษย์มีอยู่แค่นี้เอง...................
 
 เราทุกคนเหมือนตัวละคร.....
 ที่ต้องรับบทบาท.....กฎแห่งกรรมกันอยู่.....
 อย่าประมาท........วันนี้ล้มแต่วันหน้าจะเป็นของเรา...
 
 

pall

 
 นี่นะลองอ่านดูLink ที่ป้าให้มาน่าสนใจมากเลย
 อ่านดูจะรู้ว่าทำไมค่าของเงินสวิสถึงมีค่ามาก
 
 http://www.snb.ch/e/welt/index.html

pall

 
 ป้าชอบดูหนังเก่าๆมากไม่ว่าหนังของใคร
 
 อย่างหนังไทยยังจำหนังไทยและดารารุ่นเก่าได้ดี
 สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ดังมากยิ่งแสดงเรื่ององคลิมาลดังสุดขีด
 ชนะ  ศรีอุบลโอ๊ยหนังเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย
 คนดูน้ำตาท่วมจอ  หนังจำปูนนี่จ้างดาราฮ่องกง
 มาแสดงรู้สึกจะเป็นหนังเรื่องแรกและฮือฮามาก
 ที่แสดงบทโป้ตอนโดนจระเข้คาบกิน
 
 แต่ช่วงที่ป้ายังเป็นเด็ก....ละครร้องดังมาก
 คนชอบดูมากกว่าดูหนัง......เวลามาแสดงคนดูตรึมเลย
 ที่คนดูรอ้งไห้คือเรื่องสาวเครือฟ้า  พระเอกเป็นผู้หญิง
 เหมือนผู้ชายมาก  และตอนนั้นคนไม่ยอมรับนะเรื่อง
 การผิดเพศแบบนี้  แต่สาวๆนอนฝันถึงพระเอกของเรื่องเลย
 หล่อมากกกกกกกกก..............ผู้ชายแท้ๆสู้ไม่ได้....
 
 หนังสวิสเก่าและหนังเยอรมันเก่า....ป้าชอบมาก
 เเสดงให้เห็นการใช้ชีวิตของคนที่อยู่  
 และดาราแสดงจะแสดงด้วยกัน
 บางคนอาจจะไม่ชอบหนังเก่า
 
 

เกตุ

ป้า เท่าที่อ่านดูนิดว่า ชีวิตน่าเอามาสร้างหนังเลยนะป้า รับรอง คนดูน้ำตานองยิ่งกว่าสาวเครือฟ้า

เกตุ

มาติดตามอ่านค่ะป้า เล่าเรื่องน่าติดตามมั่กๆ แหะๆๆ อยากรู้เรื่องชีวิต
 ป้าที่ต้องจากบ้านจากเมืองมาสวิตฯมั้งจังเลย เพราะป้ามาอยู่นาน
 ม๊ากกกกกกกกกก ถ้าป้าพอจะเล่าได้ก็อยากอ่านค่ะ ถ้าเล่าไม่ได้ก็ไม่
 เป็นรัยคะ และขอโทษด้วยนะคะอาจจะเหมือนสอดรู้สอดเห็นมากไป
 โหน่ย อิ อิ อิ

แวะชมสิ่งที่น่าสนใจ


pall

 
 สวัสดีจ๊ะเกตุ
 อ่านชีวิตป้าแล้วระวังน้ำลายไหลรดคอมนะจะบอกให้
 ชีวิตน้ำเน่ามั่กๆๆ