รบกวนด่วน วีซ่าไม่ผ่านค่ะ

Started by sricharoan, June 05, 2008, 05:25:05 AM

Previous topic - Next topic

sricharoan

สวัสดีสมาชิกเวบบอร์ดทุกท่านค่ะ

   เมื่อวันจันทร์ ที่ 2 ที่ผ่านมา หนูได้ไปยื่นขอวีซ่าที่สถานฑูตค่ะ ยื่นครั้งแรกด้วย ได้ยันมาว่า ครั้งแรกไม่ค่อยผ่านกัน
   ยื่นปั๊บ  เค้าขอเอกสารเพิ่มคือ
      - ทะเบียนบ้านของน้าสาว(แฟนของน้าสาวเป็นคนเชิญ)
   - ทะเบียนบ้านหนู
    - ทะเบียนบ้านแม่ (พี่ของน้าสาว)
วันที่ 3 หนูก็เอาเอกสารไปยื่นเพิ่ม  เค้าบอกว่า อีก 2 วันรู้ผล

   พอวันที่ 5 เค้าให้ไปรับพาสปอร์ต คืน  มีเอกสาร 1 ฉบับ แนบมาด้วย ในใจคิดว่าเอาแล้ว ไม่ได้แน่  ในเอกสาร ไฮไลท์ไว้ 2 ข้อ ค่ะ
1.  ช่วงระยะเวลาการเดินทางเข้า สวิสไม่น่าเชื่อถือ
   (หนู ระบุไว้ 15 jun - 15 sep  แบบว่า 3 เดือน เป๊ะๆ  เป็นวีซ่าเยี่ยมค่ะ)
2.  เหตุผลในการการเดินทางไม่ชัดเจน
    (เขียนไว้สั้นๆ แค่ holiday แอบเป็นของคนอื่นเหมือนกัน  เค้าก็เขียนแบบนี้ แต่ไม่รูว่าผ่านมั๊ย)

ตอนนี้เลยอยากจะยื่นใหม่  อยากทราบว่า
1.  ควรเขียนอย่างไรดี จาก 2 ข้อข้างต้น
2.  ช่วงเวลาที่หนูจะยื่นใหม่ ควรเป็นช้วงไหนดีคะ   กะไว้ว่าจะเป็น จันทร์หน้า วันที่ 9  กระชั้นชิดอะไรรึปล่าว   

ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านล่วงหน้าค่ะ

pall

ใครที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วยเข้ามาบอกเป็นวิทยาทานแก่กันด้วยนคะ
ขอขอบคุณทุกๆคำตอบแทนคุณsricharoan

ขอเอาใจช่วยคุณsricharoan ให้ทุกอย่างเรียบร้อยและผ่านไปด้วยดีค่ะ

wanee

นีว่าถ้าลงเวลาการเดินทาง 3 เดือน กับเหตุผลการไปแค่ holiday มันก็นานเกินไปนะคะ เพราะว่าเขาคงสงสัยว่าคุณไม่ทำงานเหรอ??

ครั้งแรกลองสัก 1 เดือนก่อนดีไหมคะ และเหตุผลเพิ่มก็คือเยี่ยมญาติ


Bua

อืมมม. . ใจเย็นๆ นะคะ บัวคิดว่าเราต้องเตรียมตัวใหม่ให้พร้อมนะคะ
ส่วนตัวของบัวเองก็เคยขอวีซ่า visitor แบบว่าขอครั้งแรกก็ผ่านเลยค่ะ
และใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ก็ได้รับวีซ่าค่ะ
บัวขออณุญาตเล่าประสบการณ์นิดนึงนะคะ
จุดประสงค์จริงแล้ว บัวต้องการจะไปเยี่ยมแฟนค่ะ ระยะเวลา 90 วันเต็ม
เอกสารที่บัวเตรียม คือ
จดหมายเชิญ (ผู้เชิญต้องไปดำเนินเรื่องในเมืองที่เค้าอยู่ด้วยนะคะ)
สำเนาพาสปอร์ต กับ สำเนา work permit B ของผู้เชิญ
สำเนาหนังสือสัญญาเช่าบ้านของผู้เชิญ
ใบรับรองเงินเดือนของเราเอง
สมุดบัญชี (แต่ของบัว แฟนบอกว่าให้เอาแบบย้อนหลัง 3 ปีไปเลยค่ะ)
สำเนาทะเบียนบ้าน คือ บัวเป็นเจ้าบ้าน บัวก็เอาสำเนาโฉนดไปด้วย
และเอกสารอื่นๆ ของเราที่เค้าต้องการ

แต่ตอนสัมภาษณ์บัวยืนยันหนักแน่นว่า ไปเยี่ยมเพื่อนชายชาวเยอรมันที่พำนักอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์
บัวต้องบอกว่าเราเป็นแค่เพื่อนสนิท รู้จักกันมา 2 ปี เค้ามาเยี่ยมบัวกับแม่ และพักที่บ้านของบัว 4 ครั้ง  และแม่ของบัวก็เป็นคนพาเค้าไปเที่ยวทุกวัน เพราะบัวไม่ว่างต้องทำงาน  แม่ของบัวเกษียณก่อนอายุราชการ ก็เลยว่างจัดอะไรประมาณนั้น  แต่มีถามกลับมานะคะว่าให้นิยามความลึกซึ้งของคำว่าเพื่อนสนิท  แต่พอถึงตรงนี้บัวก็ขำออกมาเลยค่ะ คุณเจ้าหน้าที่ทำหน้าตาอยากจะขำด้วย แต่ก็ขำไม่ได้เพราะกำลังอยู่ในหน้าที่ค่ะ บัวเองก็ยังยืนยันว่าแค่เพื่อนสนิท แบบว่าไม่มีทางแต่งงานด้วยแน่นอน :P

และคำถามที่สำคัญมาก คือ ทำไมทางบริษัทอนุญาตให้ลางานได้ถึง 3 เดือน บัวบอกไปว่าตั้งแต่บัวทำงานมา บัวไม่เคยลาหยุดเลยและบัวก็ช่วยบริษัทปิดยอดขายได้ถึงสิ้นปีหน้าเรียบร้อยแล้ว คือถ้าบัวปิดยอดขายได้เกินกว่านี้ บัวก็จะไม่ได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่ม ดังนั้นบริษัทจึงอนุญาตให้ลาได้ (คือ ตอนนั้นบัวเป็นสัตวแพทย็ให้กับบริษัทยาจาก USA น่ะคะ บัวต้องคอย present ยาให้กับลูกค้า, convinceลูกค้า และต้องปิดการขายให้ได้น่ะคะ)

ความสำคัญก็คือ 1. การตอบสัมภาษณ์ คือต้องมีชั้นเชิงในการพูดนิดนึงคะ  เตรียมคำตอบเอาไว้หลายๆ ทางตั้งใจฟังคำถามให้ดี และวิเคราะห์ว่าที่เจ้าหน้าที่ถามนั้นเค้าต้องการอะไรจากเราน่ะค่ะ และพยายามสื่อความหมายว่าอยากเราไปเที่ยวจริงๆ เพราะไม่เคยออกไปไกลเกินประเทศไทยเลย อยากไปพักสมอง แต่ยังไงเราก็ต้องกลับมาทำงานต่อที่เมืองไทย เพราะตอนนั้นคงมีงานมารอให้เราสะสางเยอะมากๆ  อ้อ. . อย่าลืมเตรียมสคริปภาษาอังกฤษด้วยนะคะ

และ 2.  ความมั่นคงทางการเงิน อันนี้บัวคิดว่าสำคัญมาก เพราะทางผู้เชิญไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเรา คือถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา เราจะกินอยู่ยังไง เราจะมีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินกลับทันทีมั้ย

เราต้องคิดในทางกลับกันนะค่ะ ว่าถ้าเราเป็นเจ้าหน้าที่สถานฑูต เราก็อยากให้เค้าไปต่างประเทศอยู่แล้ว แล้ว  แต่เราต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับผู้ยื่นขอวีซ่า คือ เราต้อง protect ทั้งตัวเค้าและก็ตัวเราเองอย่างไร

สำหรับของบัว บัวระบุว่าร่วมกันออกค่าใช้จ่ายกับเพื่อนค่ะ

คุณ sricharoan คะ บัวว่าคุณต้องแสดงให้เค้าเห็นว่า เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ถ้าเราถูกผู้เชิญทิ้งอะไรทำนองนั้น  เราต้องเตรียมหลักฐานดีๆ นะคะ ตอนไปนั่งรอก็ทำสมาธิดีๆ อย่าตื่นเต้นนะคะ  ถ้ากลัวควบคุมไม่ได้ให้หาเกมส์ไปนั่งเล่นค่ะ บัวชอบเล่น SUDOKU ค่ะเพราะช่วยบัวควบคุมสมาธิได้ดี  และคิดไว้ในใจเสมอว่าเราต้องได้วีซ่าแน่นอน

เอาเป็นว่าถ้าคุณ sricharoan อยากคุยกับบัวอย่างละเอียด หรือจะให้บัวช่วยเตรียมและซักซ้อมการตอบสัมภาษณ์ ก็ติดต่อบัวมาได้นะคะ ที่ w_chamikorn@hotmailใcom  ช่วงนี้บัวกำลังรอวีซ่าติดตามสามีอยู่ที่เมืองไทยค่ะ เพราะเพิ่งกลับมาแต่งงานกันเมื่อวันที่ 20 เดือนที่แล้วนี้เองค่ะ  แฮะๆ กำลังเหงาอยู่พอดีเลย

ยังไงบัวก็เอาใจช่วยนะค่ะ  โชคดีค่ะ ;D

naddyswiss

บางทีสถานฑูตเค้าก้อชอบหลอกถามนะคะ

แต่ตอนที่แม่ไปขอวีซ่ามาสวิสก้อโดนถามอยู่แค่สามคำถามเอง แม่มาปีที่แล้วสามเดือนค่ะ

คุณผู้ชายหล่อๆ มาก อิอิ เค้าถามแม่ว่าไปทำไมครับ แม่ตอบลูกสาวคลอดลูกค่ะ แล้วหลานคนโตยังเล็กมากแค่ขวบเดียว

เคยเห็นหน้าลูกเขยไหม (แม่คิดในใจ บ้าป่าววะก้อมันมาทุกปี) แต่แม่ก้อตอบไปเคยสิคะ มาไม่รู้ะี่ครั้งแล้วค่ะ

คำถามที่สาม ป้าจะไปทำงานอย่างอื่นหรือป่าว ที่ไม่ใช่เลี้ยงหลาน แม่ตอบไม่มีทาง

จากนั้นแม่ก้อได้วีซ่าเลย ค่ะ อีกสองวันต่อมาก้อไปรับ

เดือนหน้าแม่ก้อจะมาหาโหน่งอีก

ครั้งสองไปทำวีซ่านะคะ แม่แค่เอาเอกสารไปยื่น วันรุ่งขึ้นไปรับวีซ่าเลย แม่เค้างง ไม่สำภาษณ์ฉันหน่อยเหรอ หุๆๆๆ

ทั้งสองครั้งเลยนะ มีแค่

จดหมายเชิญจากสวิส
พาสปอร์ตของแม่ พร้อมสำเนา
ใบคำร้องขอวีซ่า
รุปถ่าย สองใบ

แค่เนี๊ยะ แม่หนูตอนทำครั้งแรกแม่ก้อขนทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน ไปเค้าไม่เอาไรเลย เค้าเอาแค่นั้นจริงๆค่ะ หลักฐานของสามีเค้าก้อยังไม่เอาเลย อ้อแต่รอบแรกพอผ่านเค้าก้อจะให้ใบเราสีชมพูส่งกลับมาทีสวืสนะคะ แล้วทางเราก้อเอาไปยื่นที่ อำเภอ อำเภอเค้าก้อยื่นไปที่ Imigration แล้วทางเราก้อฟังผลว่าวีซ่าคนที่เราเชิญไปผ่านไหม เราก้อบอกทางบ้านเราให้เค้าไปรับวีซ่าที่สถานฑูตได้เลยค่ะ เพราะสถานฑูตเค้าไม่ให้เราโทรไปถามอีกต่อไปแล้วค่ะ

St.Galler

คุณ naddyswiss ครับ คุณทำใบเชิญแบบไหน/อย่างไรครับ
ทำใบเชิญจากสวิตฯแล้วส่งไปเมืองไทย หรือคุณแม่ต้องไปติดต่อสถานฑูตก่อน
ผมถามเผื่อว่าแม่จะมาเยี่ยมครับ

naddyswiss

Quote from: lactasoy on June 11, 2008, 09:58:23 AM
คุณ naddyswiss ครับ คุณทำใบเชิญแบบไหน/อย่างไรครับ
ทำใบเชิญจากสวิตฯแล้วส่งไปเมืองไทย หรือคุณแม่ต้องไปติดต่อสถานฑูตก่อน
ผมถามเผื่อว่าแม่จะมาเยี่ยมครับ

คอบคุณแล็คตาซอยค่ะ

ส่งใบเชิญจากสวิสไปเมืองไทยอันดับแรกนะคะ

จากนั้นให้แม่ไปที่สถานฑูตพร้อมเอกสารที่โหน่งบอกนะคะ แต่ต้องโทรนัดวันด้วยนะ

อยากบอกว่าถ้าเชิญพ่อ แม่ มาเนี่ย ยังไงก้อผ่านอ่ะ แถมทางบ้านเราไม่ต้องโชว์ฐานะทางการเงินเพราะในจดหมายเชิญ เราเขียนไปว่าสามีเราเชิญแม่ยายมา และสามีเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

เดี๋ยวโหน่งเอาตัวอย่างจดหมายเชิญมาให้ดูนะ มันอยู่ที่คอมตัวเก่าแต่เดี๋ยวโหน่งเซิร์ชที่เว็บเพราะได้มาจากเว๋บของสถานฑูตสวิสเนี่ยแหล่ะค่ะ รอเดี๋ยวนะคะ


naddyswiss

นี่คือตัวอย่างจดหมายเชิญที่ผู้เชิญเขียนเชิญมา โหน่งได้อันนี้มาจากเว๊บไซด์สถานฑูตค่ะ

คือเชิญพ่อแม่มายังไงเค้าก้อต้องให้มา มันจะง่ายกว่าเชิญสาวๆมาอ่ะค่ะ หุๆๆๆ

ไปที่ ลิงค์นี้นะคะ [url][/urlhttp://www.eda.admin.ch/etc/medialib/downloads/edactr/tha.Par.0036.File.tmp/Besuchervisum_Musterbrief_Einladung.pdf

St.Galler

ขอบคุณ คุณnaddyswiss มากๆเลยครับ... ดีใจครับที่แม่ขอวีซ่าได้ง่าย

ขอบคุณอีกรอบครับ

naddyswiss

ด้วยความยินดีค่ะ

เวลาโหน่งกลับไปเมืองไทยน่ะ ขนลูกไปสองคน โหน่งอีก ค่าตั๋วมันแพงกว่าแม่มาเยี่ยมเราอีกนะคะ

ก้อเลยเล่นแบบให้แม่มาหาแทนเนี่ยแหล่ะค่ะ ดีที่สุด ถ้าสงสัยอะไรก้อถามมาได้นะคะ ยินดีค่ะ

คือข้อดีอย่างนึงคือ ถ้าแม่คุณผ่านวีซ่าได้หนึ่งครั้งแล้ว แล้วเข้าออกตามกำหนด พอไปขอวีซ่ารอบสองจะสบายมาก

อ้อลืมบอกไปอีกอย่างค่ะ ต้องใช้บุ๊คกิ้งตั๋วเครื่องบินที่คอนเฟิร์มเวลาไปกลับด้วยค่ะ แค่บุ๊คกิ้งนะคะ อย่าเพิ่งไปจ่ายเงินซื้อมาก่อนนะคะ

อรพินท์

แอนอย่ากถามว่า   จดหมายเชิญ แฟนลงวันที่ 7 /09 /08 
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ยื่นขอวีซ่าเลย  รอเอกสารบางอย่างอยู่

ทำยังไงดีค่ะ  เวลาคงไม่ทันแน่
          วีซ่า3 เดือน  แฟนรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
                  ด่วนค่ะ
                       แอน