การหย่าร้าง ในกรณีคู่สมรสทั้งสองฝ่ายถือสัญชาติไทย และจดทะเบียนสมรสที่ไทย แต่มาหย่ากันที

Started by บัวใต้น้ำ, November 01, 2007, 03:34:20 PM

Previous topic - Next topic

บัวใต้น้ำ

อยากทราบว่า ในกรณีที่ คู่สมรสที่เป็นคนไทยถือสัญชาติไทยทั้งสองฝ่าย ผ่านการจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องภายใต้กฎหมายไทย และได้มาใช้ชีวิตร่วมกันในประเทศสวิสฯ นานวันรักขม ถึงอันต้องหย่าร้าง อยากทราบว่าควรทำอย่างไงบ้าง ตอนนี้คำสั่งศาลทางสวิสฯตามหฎหมายคู่สมรสสวิสฯ มีกำหนดให้หย่าร้างได้ หลังจากที่มีการแยกกันอยู่ เกินกว่าสองปี กำหนดให้สามารถหย่าร้างกันได้ถึงแม้ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะไม่ยินยอมที่จะหย่า อยากทราบว่า แล้วมีผลบังคับในหฎหมายไทยด้วยไหม เพราะหนูได้โทรสอบถามกับทางสถานทูตไทยประจำประเทศสวิสฯแล้ว สอบถามเรื่องนี้ เพื่อขอต่อพาสฯไทยให้กับลูกๆ และขอเลี่ยนนามสกุลกลับมาใช้ของหนูเอง ทางสถานทูตบอกว่า หนูทำไม่ได้ จริงหรือป่าวค่ะ เพราะว่าจดทะเบียนสมรสกันที่ไทย และทั้งสองคนก็ถือสัญชาติไทยทั้งคู่ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้ไปดำเนินการหย่ากันภายใต้กฎหมายที่ทางไทยเรียบร้อยแล้ว เค้าจึงจะทำให้ได้ เจ้าหน้าที่บอกว่า ตราบใดที่ยังอยู่ในประเทศสวิสฯซึ่งทางสวิสฯมีกฎหมายคุ้มครองฝ่ายหญิงมากกว่า ก็จริงแต่ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมายไทยซึ่งทั้งคู่ถือว่ายังเป็นคนไทยอยู่ ก็จะต้องปฏิบัติตามหฎหมายไทยด้วยเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องนัดกันไปทำเรื่องหย่ากันกับทางอำเภอที่ประเทศไทยแล้วจึงนำเอกสารการหย่ามายื่นต่อ ทางกระทรวงการต่างประเทศ(ในกรณีที่สามารถทำได้สะดวก)หรือสถานทูตไทยที่สวิสฯเพื่อขอดำเนินการขอเปลี่ยนแปลง ขอต่ออายุพาสฯให้กับลูกๆโดยที่ไม่ต้องมีฝ่ายชาย(บิดาของเด็ก)เซ็นชื่อได้ เรื่องนี้ไม่ทรายว่าเพื่อนๆมีความเห็นอย่างไรกันค่ะ แต่อีกหลายคนบอกว่าทำได้เลย ก็โทรไปถามสถานทูตมา เค้าก็ให้รายละเอียดมาแบบนี้ค่ะเลย อึ้งโย้งไปเลย ถึงแม้เราจะมีคำสั่งศาลของทางสวิสฯไปยื่น ทางสถานทูตไทยก็ทำให้ไม่ได้ เพราะว่าสถานทูตเค้าทำงานด้านการต่างประเทศ ส่วนเรื่องการหย่าร้างต้องไปทำที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์ อันนี้อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมอะค่ะ เพราะว่าพาสฯลูกจะต้องต่อ ในอีก2เดือนหน้านี้ แต่ไม่อยากติดต่อกับพ่อของเด็กอีกไม่ว่ากรณีใดๆ ใครพอทราบข้อมูลช่วยชี้แนะด้วยอะค่ะ

**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0272 ห้อง lifestyle (เผื่อใช้ในการค้นหา)**

pall

สวัสดีค่ะคุณบัวใต้น้ำ
 ขอตอบคำถามของคุณนะคะ
 **คำถาม**
 อยากทราบว่า ในกรณีที่ คู่สมรสที่เป็นคนไทยถือสัญชาติไทยทั้งสองฝ่าย ผ่านการจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องภายใต้กฎหมายไทย และได้มาใช้ชีวิตร่วมกันในประเทศสวิสฯ นานวันรักขม ถึงอันต้องหย่าร้าง อยากทราบว่าควรทำอย่างไงบ้าง ตอนนี้คำสั่งศาลทางสวิสฯตามกฎหมายคู่สมรสสวิสฯ มีกำหนดให้หย่าร้างได้ หลังจากที่มีการแยกกันอยู่ เกินกว่าสองปี กำหนดให้สามารถหย่าร้างกันได้ถึงแม้ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะไม่ยินยอมที่จะหย่า อยากทราบว่า แล้วมีผลบังคับในกฎหมายไทยด้วยไหม
 **คำตอบ**
 การจดทะเบียนสมรสจะได้รับการรับรองคุ้มครอง
 มีผลตามกฎหมายเหมือนกันไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสที่เมืองไทยหรือในประเทศสวิตฯ
 **แต่มีสิทธิอยู่ใต้กฎหมายของประเทศที่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น***
 ดังนั้นการหย่าร้างของคุณในประเทศสวิตฯจึงมีผลทางด้านกฎหมายในประเทศสวิตฯเท่านั้น
 คุณต้องทำการหย่าภายใต้กฎหมายไทยด้วยจึงจะได้ผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย
 ถ้าคุณไม่ทำการหย่าร้างกับ(อดีต)สามีคุณที่ประเทศไทย
 การสมรสยังมีผลบังคับตามกฎหมายไทยทุกอย่างเพราะคุณยังไม่ได้หย่ากับเขา
 
 **คำถาม**
 หนูได้โทรสอบถามกับทางสถานทูตไทยประจำประเทศสวิสฯแล้ว สอบถามเรื่องนี้
 เพื่อขอต่อพาสฯไทยให้กับลูกๆ และขอเลี่ยนนามสกุลกลับมาใช้ของหนูเอง
 ทางสถานทูตบอกว่า หนูทำไม่ได้ จริงหรือป่าวค่ะ เพราะว่าจดทะเบียนสมรสกันที่ไทย
 และทั้งสองคนก็ถือสัญชาติไทยทั้งคู่จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้ไปดำเนินการหย่ากันภายใต้กฎหมายที่ทางไทยเรียบร้อยแล้ว เค้าจึงจะทำให้ได้ เจ้าหน้าที่บอกว่าตราบใดที่ยังอยู่ในประเทศสวิสฯ
 ซึ่งทางสวิสฯมีกฎหมายคุ้มครองฝ่ายหญิงมากกว่าก็จริง
 แต่ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมายไทยซึ่งทั้งคู่ถือว่ายังเป็นคนไทยอยู่ ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยด้วยเช่นกัน
 ฉะนั้นจึงต้องนัดกันไปทำเรื่องหย่ากันกับทางอำเภอที่ประเทศไทยแล้ว
 จึงนำเอกสารการหย่ามายื่นต่อ ทางกระทรวงการต่างประเทศ(ในกรณีที่สามารถทำได้สะดวก)
 หรือสถานทูตไทยที่สวิสฯเพื่อขอดำเนินการขอเปลี่ยนแปลง ขอต่ออายุพาสฯให้กับลูกๆ
 โดยที่ไม่ต้องมีฝ่ายชาย(บิดาของเด็ก)เซ็นชื่อได้
 **คำตอบ**
 อ่านคำตอบที่ตอบคุณคำถามแรก
 ถูกต้องตามที่สถานทูตไทยประจำประเทศสวิตฯได้ให้ข้อมูลคำตอบแก่คุณค่ะ
 คุณยังไม่ได้ทำการหย่าร้างกับ(อดีต)สามีคุณที่ประเทศไทย
 ดังนั้นคุณและ(อดีต)สามีคุณยังมีผลบังคับทางการสมรสทางกฎหมายไทยที่เมืองไทยทุกอย่างต่อการเซ็นชื่อร่วมทุกครั้ง
 ถ้าคุณอยากให้เรื่องหย่าร้างสิ้นสุดสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย
 คู่สมรสฝ่ายไทย......(คุณและ(อดีต)สามีคุณควรยื่นคำร้องขอจดทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว-หย่าต่ออำเภอ
 ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในประเทศไทยด้วยเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร์
 และเพื่อปรับเปลี่ยนเอกสารต่างๆ ของไทยให้ตรงตามฐานะที่เกิดขึ้น
 เช่นฝ่ายหญิงควรเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้านมาใช้นามสกุลเดิมของตนเอง และทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่
 

pall

**ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำการหย่าต่างประเทศ**
 ที่ไม่สามารถเดินทางไปการหย่าด้วยตนเองที่อำเภอในประเทศไทย
 ก. การแจ้งเปลี่ยนนามสกุลหลังการหย่าชั่วคราวในหนังสือเดินทาง
 ข. การแจ้งบันทึกฐานะทางครอบครัวหลังการหย่า (คร. 22) ในประเทศไทย
 
 **คุณบัวใต้น้ำเข้าไปอ่านนะคะเป็นข้อมูลของกงสุลใหญ่ของนครแฟรงก์เฟีร์ต
 ซึ่งน่าสนใจมากและเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำถามที่คุณถามมาพอดี
 คุณสามารถนำมายื่นต่อสถานทูตไทยหรือกงสุลไทยประจำประเทศสวิตฯ
 เกี่ยวกับ
 1.นำคำพิพากษาหย่าที่มีผลบังคับใช้แล้วที่ผ่านการแปลประทับตรารับรอง
 มารับรองที่สถานกงสุลใหญ่ ฯหรือสถานทูตไทย......
 รายละเอียดข้อมูลสมบูรณ์อ่านตามลิงก์ข้างล่าง
 2.และการ"มอบอำนาจและหนังสือยินยอม")ให้คนทางเมืองไทยทำเรื่องให้คุณ
 
 **Linkของกงสุลใหญ่ของนครแฟรงก์เฟีร์ต**
 http://www.m2p.net/rtc/th/consular/INFONAScheidung.html
 
 
 รอคนอื่นๆที่มีความรู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้
 มาให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพิ่มขึ้นนะคะ ขอขอบคุณทุกๆคำตอบ
 ที่เข้ามาช่วยให้ข้อมูลเป็นวิทยาทานแก่กันแทนคุณบัวใต้น้ำนะคะ
 

เกตุ

สวัสดีค่ะคุณบัวใต้น้ำ เมื่อคืนได้คุยกับพี่นิดเรื่องนี้
 และแม่พี่นิดได้ไปถามที่อำเภอที่เมืองไทยมาให้นะคะ
 เห็นพี่นิดบอกจะเข้ามาตอบ แต่วันนี้ยังไม่เห็น
 คาดว่าคงงานยุ่งทำงานตัวเป็นเกลียวค่ะ เกตุเลยขอมาตอบให้เอง
 (เค้าไม่ได้บอกฮ่าๆ)
 
 การหย่าที่นี้ถือว่าใช้หย่าที่เมืองไทยได้ค่ะ
 แต่ทางสถานทูตไม่มีสิทธิ์ทำเรื่องหย่าทางเมืองไทยให้ได้
 แต่คุณสามารถให้ทางสถานทูตแปลเอกสารการหย่า
 และรับรองตราประทับทางสถานทูต
 แล้วเอากลับไปที่เมืองอำเภอที่เมืองไทยนะคะ
 แล้วยื่นเรื่องหย่าทางอำเภอก็จะทำการหย่าให้เรียบร้อยค่ะ
 เออไม่รู้ต้องรายละเอียดอะไรไปหรือเปล่า
 รอพี่นิดมาเสริมอีกทีแล้วกันนะคะ
 
 
 

นิด

ทางสถานทูตไทยไม่สามารถทำเรื่องการหย่าร้างได้ แต่สามารถแปลเอกสารคำสั่งของศาลให้ได้ แล้วนำเอกสารที่แปลกลับมาทำเรื่องหย่าที่ว่าการอำเภอที่เมืองไทยที่คุณจดทะเบียนสมรส
 โดยที่ไม่ต้องมีฝ่ายชายไปด้วยก็ได้ หลังจากนั้นคุณสามารถเปลี่ยนกลับมาใช้นามสกุลเดิมและสามารถทำพาสฯของลูกเองโดยไม่ต้องมีฝ่ายชาย ในกรณีที่คำสั่งศาลสั่งให้ลูกอยู่ในความดูแลของฝ่ายหญิง ยกเว้นถ้ามีลูกผู้ชาย ถ้ายังคงสัญชาติไทย ถือพาสฯไทย เค้าต้องกลับมาเกณฑ์ทหารในเขต ทะเบียนราษฎร์ ของบิดา
 
 เอกสารที่ต้องนำไปใช้ที่เมืองไทย ในการทำเรื่องหย่า
 + คำสั่งศาลที่แปลเป็นไทยพร้อมประทับตราสถานทูต
 + พาสฯ ของฝ่ายหญิง ( ตัวจริง ) ฝ่ายชาย ( ก๊อปปี้ )และของลูก( ตัวจริง ) ( ถ้าไม่สามารถนำของฝ่ายชายไปได้ ก็ไม่มีปัญหา )
 + บัตรประชาชน ของฝ่ายหญิง
 + สูติบัตรของลูก
 + ใบทะเบียนสมรส
 + พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือได้
 
 ข้อมูลนี้เป็นการสอบถามทางที่ว่าการอำเภอที่ตัวเองไปจดทะเบียนสมรส
  อาจจะมีคนอื่นเข้ามาช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก

ชี้แจง

เข้ามาชี้แจงแก้ไขการให้ข้อมูลอ้างอิงของ นิด
 
 ขอเรียนว่าการจดทะเบียนหย่านั้น สามีและภรรยาจะต้องไปร้องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งใดใดแห่งหนึ่งก็ได้ โดยนำหนังสือสัญญาการหย่า ซึ่งมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคนไปแสดงตามพระราชบัญญัติจดทะเบียน ครอบครัว พุทธศักราช2478 มาตรา18และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 มาตรา1515 ดังนั้นการร้องขอจดทะเบียนหย่า นายทะเบียนจึงจดทะเบียนให้ไม่ได้ เว้นแต่นาย ก.ถูกแจ้งให้เป็นบุคคลสูญหายหรือเสียชีวิตเกินตามที่กฎหมายระบุไว้จึงไปดำเนินการร้องขอจดทะเบียนการหย่าได้ สำหรับการจดทะบียนหย่าานอกสำนักทะเบียนนั้นไม่อาจทำได้ เพราะไม่มีกฎหมายหรือระเบียบการรุบุไว้ให้กระทำได้

ชี้แจง

การหย่า   ทะเบียนหย่า   การจดทะเบียนหย่า
การสิ้นสุดการสมรสมี 3 วิธี คือ
* ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย
* การจดทะเบียนหย่า
* ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส

ตามข้อมูลของกรมการปกครองกลางนะครับ
การหย่า ปฏิบัติได้ 2 วิธี คือ
* การหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายกระทำได้ 2 วิธี คือ
การจดทะเบียนหย่าในสำนักทะเบียน และการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน
* การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล

เอกสารที่ใช้เพื่อการจดทะเบียนหย่า คือ
* บัตรประจำตัวประชาชน
* ใบสำคัญการสมรส
* หนังสือหย่าหรือหนังสือสัญญาหย่า

ขั้นตอนในการติดต่อขอจดทะเบียนหย่า  กรณีการจดทะเบียนหย่าในสำนักทะเบียน
* คู่หย่าตกลงเรื่องทรัพย์สิน การปกครองบุตร หรือเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี) โดยทำเป็นหนังสือหย่า
* คู่หย่ายื่นคำร้องพร้อมหนังสือหย่าต่อนายทะเบียน

ในกรณีการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน
* คู่หย่าตกลงเรื่องทรัพย์สิน การปกครองบุตร หรือเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี) โดยทำเป็นหนังสือหย่า
* คู่หย่าตกลงกันก่อนว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ยื่นคำร้องก่อนหลัง และแต่ละฝ่ายจะยื่นคำร้อง ณ สำนักทะเบียนใด
* คู่หย่ายื่นคำร้องพร้อมหนังสือหย่าต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนตามที่ได้ตกลงกัน

กรณีหย่าโดยคำพิพากษาของศาล
* หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คู่หย่าไม่ต้องจดทะเบียนหย่าอีก และหากให้คู่สมรสหย่าขาดจากกัน
โดยมี เงื่อนไขให้ไปจดทะเบียนการหย่าต่อนายทะเบียน การสมรสจึงจะสิ้นสุด

การจดทะเบียนหย่า  ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ
1.การรับเรื่อง
- คู่หย่าตกลงเรื่องทรัพย์สิน การปกครองบุตร(ถ้ามี) โดยทำเป็นหนังสือ หย่าแล้วยื่นคำร้องตามแบบ คร.1 พร้อมหนังสือหย่าต่อนายทะเบียน

* ป.พ.พ.ม. 1514,1520,1522
* ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศห 2541ข้อ 6,8 ผู้รับผิดชอบ "เจ้าหน้าที่"

2.ตรวจสอบหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
2.1 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้สำหรับบุคคลซึ่งไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมาย หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
2.3 ใบสำคัญการสมรส (คร.3) หรือสำเนาทะเบียนสมรส
2.4 หนังสือหย่าหรือข้อตกลงการหย่า ที่มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน
2.5 พยานอย่างน้อย 2 คน

* ป.พ.พ. ม.1514
* ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 8,20(1) ผู้รับผิดชอบ "เจ้าหน้าที่"

3. ตรวจสอบคุณสมบัติ
3.1 คู่หย่าแสดงความยินยอมที่จะจดทะเบียนหย่า
3.2 คำพิพากษาของศาลซึ่งผู้ร้องนำหลักฐานมาแสดงต่อนายทะเบียน ผู้รับผิดชอบ "เจ้าหน้าที่"

4. ผู้มีอำนาจในการจดทะเบียน
- นายทะเบียน (นายทะเบียน/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต หรือผู้รักษาราชการแทน
* กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2499) ผู้รับผิดชอบ "นายทะเบียน"

5. ชี้แจ้งผลการจดทะเบียนหย่า
- นายทะเบียนชี้แจงผลของการจดทะเบียนการหย่าให้ผู้ร้องทราบ

6. การลงรายการให้ทะเบียน
6.1 ลงรายการด้วยวิธีการพิมพ์ข้อความลงในทะเบียนหย่า (คร.6) และ ใบสำคัญการหย่า (คร.7) หากผู้ร้องทั้งสองฝ่ายประสงค์จะให้บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับ ทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร หรือเรื่องอื่นให้นายทะเบียนพิมพ์รายละเอียดนั้นไว้ในช่องบันทึก

6.2 เมื่อพิมพ์ข้อความลงในทะเบียนหย่าแล้ว หากมีข้อผิดพลาดสามารถแก้ไขได้ทันทีก่อนการสั่งพิมพ์ - กรณีไม่มีการแก้ไขและได้สั่งพิมพ์แล้วจะไม่สามารถเรียกกลับมาแก้ไขได้อีก อันจะเป็นการป้องกันการแก้ไข หรือลบข้อมูลโดยมิชอบเมื่อเห็นว่าถูกต้องให้สั่งพิมพ์ทกหะเบียนการหย่า (คร.6) และใบสำคัญการหย่า คร.7 เพื่อให้ผู้ร้องและพยานลงลายมือชื่อใน คร.6 และ คร.7 แล้วมอบ คร.7

ให้คู่หย่าฝ่ายละ 1 ฉบับ
* ระเบียบ มท. ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบรัว พ.ศ.2541 ข้อ 20 ผู้รับผิดชอบ "นายทะเบียน", "เจ้าหน้าที่" แล้วมอบ คร.7 ให้คู่หย่าฝ่ายละ 1 ฉบับ

7.เมื่อได้รับจดทะเบียนหรือบันทึกไว้แล้วให้นายทะเบียนเก็บ
-รักษาทะเบียนไว้เป็นหลักฐานตลอดไป โดยการจัดเก็บเข้าแฟ้มเรียงลำดับตามเลขทะเบียน โดยมิให้ทำลายเพราะเป็น เอกสารสำคัญทางกฎหมาย ซึ่งใช้รับรองสิทธิต่าง ๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้องนายทะเบียนไม่ต้องจัดเก็บข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ อีกเพราะมีข้อมูลอยู่ในเครื่องแล้ว

8. กรณีเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าหรือระบบการสื่อสารขัดข้อง
- ให้ถือปฏิบัติตามระบบเดิม คือ การบันทึกข้อความต่าง ๆ โดยการเขียนด้วยมือ ลงในคำร้อง (คร.1) และทะเบียนการหย่า (คร.6) แต่ต้องนำมาจัดเก็บข้อมูลการจดทะเบียนหย่า ดังกล่าวไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์อีกครั้งหนึ่งภายหลังผู้รับผิดชอบ "นายทะเบียน", "เจ้าหน้าที่"

9. การจดทะเบียนการหย่าต่างสำนักทะเบียน
มีขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้
1. สำนักทะเบียนแห่งแรกถือปฏิบัติตามระบบเดิม คือ การบันทึกข้อความต่าง ๆ โดยการเขียนด้วยมือลงในคำร้อง (คร.1) และทะเบียนการหย่า (คร.6) จากนั้นถือปฏิบัติตามระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 21 ก.

2. สำนักทะเบียนแห่งที่สอง
2.1 ถือปฏิบัติตามขั้นตอนข้างต้นข้อ 5-8 และ
2.2 ถือปฏิบัติตามระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 21 ข.
* ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ21 ผู้รับผิดชอบ "นายทะเบียน", "เจ้าหน้าที่"



 


ชี้แจง

คิดว่าข้อมูลที่ นิดได้มาน่าจะเป็นข้อมูลกรณีนี้ ซึ่งคนละกฎหมายกัน
ซึ่งการหย่าทั้งสองฝ่ายจะต้องไปให้ปากคำและยื่นความจำนงค์การหย่าของทั้งสองฝ่าย
ไม่ใช่ฝ่ายชายไม่ต้องไปก็ได้นะครับ

การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อเพื่อขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว
- บัตรประจำตัวประชาชน
- เอกสารหลักฐานที่จะขอบันทึก ซึ่งแปลเป็นภาษาไทย และมีคำรับรองคำแปลโดยกระทรวงต่างประเทศ

ขั้นตอนในการติดต่อขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว
- ผู้ร้องต้องเป็นคนสัญชาติไทยหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนสัญชาติไทย ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือเขตแห่งใดก็ได้
- ข้อความที่จะให้บันทึก ต้องเป็นกิจการอันเกี่ยวกับฐานะแห่งครอบครัว และได้กระทำไว้ในต่าง

ชี้แจง

เรียนคุณบัวใต้น้ำ
 2.ตรวจสอบหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
 2.1 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้สำหรับบุคคลซึ่งไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมาย หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
 2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
 2.3 ใบสำคัญการสมรส (คร.3) หรือสำเนาทะเบียนสมรส
 2.4 หนังสือหย่าหรือข้อตกลงการหย่า ที่มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน
 2.5 พยานอย่างน้อย 2 คน
 * ป.พ.พ. ม.1514* ระเบียบ มท.ว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2541 ข้อ 8,20(1) ผู้รับผิดชอบ "เจ้าหน้าที่"
 3. ตรวจสอบคุณสมบัติ
 3.1 คู่หย่าแสดงความยินยอมที่จะจดทะเบียนหย่า
 3.2 คำพิพากษาของศาลซึ่งผู้ร้องนำหลักฐานมาแสดงต่อนายทะเบียน ผู้รับผิดชอบ "เจ้าหน้าที่"
 4. ผู้มีอำนาจในการจดทะเบียน
 - นายทะเบียน (นายทะเบียน/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต หรือผู้รักษาราชการแทน
 * กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2499) ผู้รับผิดชอบ "นายทะเบียน"
 5. ชี้แจ้งผลการจดทะเบียนหย่า
 - นายทะเบียนชี้แจงผลของการจดทะเบียนการหย่าให้ผู้ร้องทราบ
 6. การลงรายการให้ทะเบียน
 6.1 ลงรายการด้วยวิธีการพิมพ์ข้อความลงในทะเบียนหย่า (คร.6) และ ใบสำคัญการหย่า (คร.7) หากผู้ร้องทั้งสองฝ่ายประสงค์จะให้บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับ ทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร หรือเรื่องอื่นให้นายทะเบียนพิมพ์รายละเอียดนั้นไว้ในช่องบันทึก
 6.2 เมื่อพิมพ์ข้อความลงในทะเบียนหย่าแล้ว หากมีข้อผิดพลาดสามารถแก้ไขได้ทันทีก่อนการสั่งพิมพ์ - กรณีไม่มีการแก้ไขและได้สั่งพิมพ์แล้วจะไม่สามารถเรียกกลับมาแก้ไขได้อีก อันจะเป็นการป้องกันการแก้ไข หรือลบข้อมูลโดยมิชอบเมื่อเห็นว่าถูกต้องให้สั่งพิมพ์ทะเบียนการหย่า (คร.6) และใบสำคัญการหย่า คร.7 เพื่อให้ผู้ร้องและพยานลงลายมือชื่อใน คร.6 และ คร.7 แล้วมอบ คร.7
 ให้คู่หย่าฝ่ายละ 1 ฉบับ
 
 ***ดังนั้น ความเห็นของผมคือคุณบัวใต้น้ำ ควรที่จะติดต่อและประณีประนอมกับทางอดีตสามีของคุณเอง เพื่อนัดหมายกันไป ยื่นเรื่องประสงค์ที่จะทำการหย่าร้างกันอีกครั้ง ภายใต้สิทธิ์และพระราชบัญญัติว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.52541
 ด้วยความยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย(ด้วยตนเอง) ไม่สามารถที่จะทำหนังสือมอบอำนาจหรือมอบฉันทะให้บุคคลอื่นไปกระทำการแทนได้ เพราะจะถือมีความผิดตามประมวลกฎหมายสิทธิ์บุคคล ซึ่งมีผลไปยังผู้กระทำ ผู้ให้ความร่วมมือฯลฯ หากมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นในภายหลังครับ