(https://www.pallswiss.com/images/old_board/1051217-033138-icon029.gif)
มีข่าวดีมาบอกนะ แต่ว่าต้องบอกพี่(เอ...จะเป็นพี่หรือป้าดีง่ะ...พี่ดีกว่าเนอะ) ต้องบอกก่อนนะว่าเกิดวันที่เท่าไร เดือนอะไร และพ.ศ. อะไร เอาให้ชัวร์ ๆ ตามสำเนาทะเบียนบ้านเลย.....รับรองไม่เอาไปทำเสน่ห์...............แฮ่
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0020 ห้อง openroom (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
เป็นข่าวดีจริง ๆ แต่ยังไม่บอก จนกว่าจะมาวันเดือนปีเกิดก่อน เพราะเด่วจะฝันค้างนะดิ...........ด่วนเลยนะคะ
ป้าคะขอโทษที ที่ต้องตั้งกระทู้ตามน้องเกี๊ยวหลายห้องเลย เพราะอาจจะเป็นแบบหนูละคะไม่รู้จะไปคุยห้องไหน มันเยอะเกิน พยายามจะหาห้องให้มันถูกเรื่อง แต่ว่าไม่แน่ใจว่ามันควรอยู่ห้องไหน ห้องอื่น ๆ ถ้าน้องเกี๊ยวมาป้าจะลบทิ้งไม่ให้เปลืองเนื้อที่ก็ได้คะ..............ตอนนี้หนูคิดถึงแบบเดิมคะป้า เพราะไม่ค่อยได้เข้ามา เปิดหน้าเดียวเจอทุกกระทู้เลย ตอนนี้เปิดแล้วบางทีลืมเข้าห้องอื่น เหมือนอันนี้นะเรื่องสำคัญสำหรับเกี๊ยวเลย
***** อาจจะได้มาแบบง่าย ๆ ******** เพราะไปเจอหลักฐาน ที่น่าเชื่อถือได้จากสมาคมหญิงไทยเพื่อหญิงไทยเข้าให้โดยบังเอิญ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ แถมยังอ้างอิงถึงเอกสารจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า เค้าบอกว่าข้อมูลนี้ได้จากหน่อวยงานนี้คือ "Bericht zur Situation Partnerschaften und Familien in der Schweiz, Interessengemeinschaft Binational.(หวังว่าคงพิมพ์ถูกนะ แบบพิมพ์รีบ ๆ )
รีบ ๆ มาบอกอายุนะคะ ถ้าไม่เกิน 21 ปี นะมีสิทธิ์มาอยู่แน่นอนคะ ไม่ใช่ 18 อย่างที่คิด และอีกอย่างกระทู้เดิม เกี๊ยวบอกว่าอายุ 20 ถ้าไม่เกิน 21 มีสิทธิ์แน่นอน และถ้าเกินหน่อยอาจจะยังมีก็ได้(อาจจะนะอันนี้ไม่ยืนยัน) เพราะยิ่งมีเหตุผลว่าไม่สบายตามที่บอกกับเทียนหอม....ห้องไหนไม่รู้ตามหาไม่เจอ
เด่วมาใหม่นะ จะถ่ายหลักฐานมาให้ดูนะ
สวัสดีจ๊ะตุ๊กตา
ป้าเองก็ชักตาลายกับหลายๆห้อง
ถ้าว่างเมื่อไรจะรีบย้ายทู้เก่าๆเข้าห้องใครห้องมัน
เพื่อความเป็นระเบียบกับการหาข้อมูล
แล้วจะลบห้องทุ้เก่าออกไปเลย
เราจะได้ไม่ตาลายกับห้องหลายๆห้อง
เฮ้อเพิ่งรู้ตัวว่าแก่ตอนนี้
ป้าดีใจมากจริงๆกับข่าวดีที่ตุ๊กตาเข้ามาบอกเกี๊ยว
เอาใจช่วยกับเกี๊ยวด้วย
ขอบใจกับตุ๊กตาอีกครั้งนะจ๊ะที่เอาใจใส่
และให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการ
ความช่วยเหลือในเวบนี้เสมอมา
ขอบใจในน้ำใจและความปารถนาดีของตุ๊กตาอีกครั้ง
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/1051217-170233-01.JPG)
อันนี้เป็นภาพถ่ายจากจดหมายข่าว "รวงข้าว" ของสมาคมหญิงไทย เพื่อหญิงไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์(ขอโทษทีภาพไม่ชัด)
ฉบับประจำเดือน สิงหาคม 2546 หน้าที่ 11 คอลัมภ์ "สรรหามาเล่า" โดย "นกฮูก" เรื่องสิทธิที่ไม่เท่าเทียมกัน
อ้างอิงข้อมูลจาก "Bericht zur Situation Partnerschaften und Familien in der Schweiz, Interessengemeinschaft Binational
ถ้าภาพไม่ชัดจะพิมพ์ลอกข้อความให้อ่านอีกครั้งนะคะ
เป็นไปตามคาดว่าภาพไม่ชัด พอดีเครื่องสะแกนยังไม่ต่อเข้าเครื่องซักที ทำเองไม่เป็น ลอกข้อความมาแปะให้นะคะ
.........5 หัวข้อแรกไม่พิมพ์ใครมีไปอ่านเองนะคะ..................แต่พิมพ์หัวข้อที่หก
ระวังการแต่งงานปลอม(Scheinehe)
ถ้าแต่งงานกันแล้วแต่แยกกันอยู่คนละบ้าน กฎหมายไม่ห้าม แต่คู่สามีภรรยาที่ฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ เช่นคนไทย ตำรวจจะเพ่งเล็งและตรวจสอบ ว่าเป็นการแต่งหลอก ในกรณีนี้มีสิทธิติดคุก 6 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ เสียค่าปรับสูงสุด 10000 สวิสฟรังซ์ มีให้เห็นเป็นตัวอย่างหลายรายแล้ว แม้ในกรณีของรักต่างวัย ที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว อายุต่างกันมาก ก็จะถูกสอบสวน และเพ่งเล็ง
**********อันนี้ลอกให้มาอ่าน เขียนตามทุกอย่างเลยนะคะแม้แต่เว้นวรรคไม่มีเปลี่ยนแปลงแก้ไขแม้แต่ตัวเดียว ถ้าใครอยากได้รูปจะส่งให้ทางเมลเพราะมาลงในนี้ต้องย่อนะคะ ลงให้เรื่องนี้ด้วยเพราะน้องเกี๊ยวเคยคิดจะทำ แต่ทราบแล้วว่าไม่คิดจะทำ และก็เห็นด้วยคะที่ไม่คิดจะทำต้องนี้ เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย*********
คราวนี้มาถึงเรื่องสำคัญ และข่าวดีของเกี๊ยว
การรับลูกและพ่อแม่มาอยู่ด้วย ( Familiennachzug)
เมื่อมีลูกติดจากสามีเก่า สามารถยื่นคำร้องขอให้ลูกมาอยู่ด้วยได้ ในกรณีที่ลูกอายุไม่เกิน 21 ปี โดยมีหลักฐานว่าลูกอยู่ในสิทธิปกครองของตนแต่ผู้เดียว ( das elterleche Sorgerecht) มีหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ติดต่อถึงกันสม่ำเสมอ และมีเหตุผลแสดงความสำคัญว่า ทำไมลูกต้องมาอยู่ด้วย นอกจากลูก ยังมีสทืธินำพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย มาอยู่ด้วย ถ้ามีหลักฐานว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เราเป็นผู้ที่ต้องดูแล ไม่มีใครอื่นอีกเลย จะทิ้งท่านไว้โดดเดี่ยวไม่ได้
การเขียนคำร้อง การให้เหตุผล เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แม้ในข้อกฎหมายจะบอกว่าเรามีสิทธิขอได้ แต่หลักฐานต้องพร้อม และมีเหตุผลเต็มที่ เพราะคำพูด(เขียน) บางคำ เจ้าหน้าที่ดีความหมายให้ขัดกับข้อกฎหมายได้เก่งกว่าเรา การตรวจหลักฐานเข้มงวด และพยายามหาช่องทางให้เป็นข้ออ้างที่จะไม่อนุมัติคำร้องของเรา ดังนั้นความจริงและการเตรียมพร้อมจึงสำคัญ เพื่อรักษาสิทธิของเรา
******* อันนี้คัดลอกมาตามที่เค้าเขียนทุกอย่างเลยนะคะ อันไหนผิดก็ผิดตามละคะ ***********
มาแก้นิดหน่อยตรงภาษาเยอรมัน ( das elterleche Sorgerecht) อันนี้ตุ๊กพิมพ์ผิดเอง แต่ของจดหมายข่าวเขียน (das elterliche Sorgerecht) ขออภัยมัวตรวจแต่ภาษาไทย...แหะ ๆ
มีลิงค์ที่เกี่ยวข้องมาด้วยคะ แต่ขอโทษที่ต้องใส่หน้าจอหลัก เพราะยังไม่มีเวลาศึกษาเลย ถ้าใครมีเวลา หรือถ้าป้ามีเวลาขอให้ป้าช่วยศึกษาด้วยนะคะ ลิงค์จากหน่วยงานที่หญิงไทยเพื่อหญิงไทยอ้างว่าได้ข้อมูลมา Binational มีเลือกภาษาด้วยนะคะ ส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องยังไม่ค้นให้เลยนะคะ ใครว่างช่วยหน่อยคะ
http://www.binational.ch/d/home.html
ตอนนี้นะคะถ้าน้องเกี๊ยวยังไม่ครบ 21 ปีเต็ม นะคะยังมีสิทธิ์อยู่นะคะ ให้คุณแม่ไปติดต่อที่เกไมเดอร์ โดยรีบด่วนเลยคะ จากที่สอบถามเพื่อน ๆ ที่เคยนำบุตรจากสามีเก่ามา เค้าบอกว่าหลังจากที่ไปติดต่อกับทางเกไมเดอร์แล้ว เค้าจะมีลิสเอกสารมาให้เลยคะว่าต้องการเอกสารอะไรบ้าง ทำเรื่องนะไม่เกินหนึ่งเดือนหรอกคะ ถามมาสามคนมีอีกคนทำแค่สองอาทิตย์เสร็จเลยคะ อีกสองคนทำประมาณสีอาทิตย์ถึงหนึ่งเดือน ถ้าหลักฐานพร้อมนะคะ รีบติดต่อคุณแม่โดยด่วนเลยคะ
แนะนำนะคะที่น้องเกี๊ยวบอกเคยช็อคถึงกับเข้าโรงพยาบาล ไปขอใบรับรองแพทย์มาเลยคะ เรื่องสุขภาพก็ป่วยเป็นอะไรบอกหมอทางเมืองไทยออกใบรับรองแพทย์มายื่นประกอบด้วยยิ่งดีคะ
ถ้าคุณแม่ได้สัญชาติสวิสแล้ว มีสิทธิ์ยื่นเรื่องเองด้วยนะคะ ถึงคุณพ่อจะไม่ยินยอม แต่ว่าคุณแม่ต้องยื่นหลักฐานเงินเดือนหรือรายได้ย้อนหลัง 6 เดือน(อันนี้โทรถามเพื่อนที่เค้าพาลูกมานะคะ) แต่ถ้าคุณพ่อ(หมายถึงสามีคุณแม่ตอนนี้ที่เป็นาวสวิส) ยื่นเองง่ายกว่าคะใช้หลักฐานเงินเดือน ๆ เดียว........และก็จะต้องแนบหลักฐานของเราอีกด้วยละคะ ซึ่งอาจจะหลายอย่างตอบไม่ถูก ต้องถามโดยตรงที่เกไมเดอร์อีกทีละคะ เพราะแต่ละที่ไม่เหมือนกันอีกละ.......
ส่วนเรื่องมาเรียนการโรงแรมนะคะ(สำหรับเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นะคะ ไม่ใช่คนต่างชาติเรียน) ไม่ใช่มีเฉพาะโรงเรียนแพงตามเวปที่เห็น พอดีมีลูกสาวเพื่อน(อยู่เบิร์นเรียนที่โรงแรมโรสครอยส์) เพิ่มาอยู่ตามหลังสิบแปดเหมือนกัน ตอนนี้ทำงานที่โรงแรมที่ว่าละคะ เรียนที่เบิร์น อันนี้รับปากว่าจะถามรายละเอียดมาให้ไม่แพงอย่างที่คิด อีกอย่างนะคะที่ลูเซิร์น เมืองที่คุณแม่น้องเกี๊ยวอยู่ก็มีคะ เป็นเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อลือชาเลยค๊า พี่ไปย่ำต๊อก ๆ มาแย๊ว.............
โชคดีละกันนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณจริง ๆ หนูจะครบ 21 กรกฎาปีหน้าค่ะ
โทรหาแม่แล้ว แม่ไม่รับคงทำงานอยู่ ไว้รอแม่โทรกลับมา
พ่อหนูเสียแล้วไปตั้งแต่หนูยังเด็กมากค่ะ แม่หนูถือ B อยู่ไม่ทราบว่าได้รึปล่าว ยังไงก็ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ หนูได้คุยกับแม่แล้วจะมาบอกนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง
ว่าแต่หลักฐานที่ว่าติดต่อกันตลอดนี่คืออะไรบ้างคะ ^^"
แม่หนูอยู่ซูริคอะค่ะ ^^ พี่คุณแม่น้องติ๊ดตี่ ถ้าหนูได้ไปเรียนจริง ๆ จะดีใจมากที่สุดเลยค่ะ
แต่ ... เผื่อใจไว้ก่อนตอนนี้ หวังมากไม่ได้เดี๋ยวแห้ว
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
โดยมีหลักฐานว่าลูกอยู่ในสิทธิปกครองของตนแต่ผู้เดียว ( das elterleche Sorgerecht) มีหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ติดต่อถึงกันสม่ำเสมอ
น่ากลัวตรงนี้เพราะว่าตอนแม่อยู่ไทยแม่ไม่ได้เป็นคนเลี้ยงหนูมาค่ะ แม่หนูทำงานเดินทางบ่อยมากเลยมีน้องสาวของแม่เป็นผู้ปกครองอะค่ะ
สวัสดีค่ะื ทุกคน
เข้ามาให้กำลังใจน้องเกี๊ยวค่ะ เรื่องที่กังวล พี่ว่าอาจจะไม่น่ากังวลอย่างที่คิดนะค๊ะ
เพราะมีพี่ที่รู้จักกันคนนึง เค้าก็ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยตัวเองตลอด ส่วนมากเด็กจะอยุ่กับน้าเค้า แต่แม่ก็ส่งเงิน และติดต่อทางจดหมาย หรือโทรศัพท์บ้าง
แต่เรื่องเอกสารไม่ทราบ เพราะพี่ไม่เคยมีก็เลยไม่ได้สนใจถาม
ยังไงน้องรีบให้คุณแม่ อันนี้คุณแม่ยังถือพาส เบ อยู่ ต้องให้สามีคุณแม่เค้าเป็นคนเดินเรื่องน่ะค่ะ ขอให้ทุกอย่างสมหวังนะค๊ะ
เอาใจช่วยคุ่ะ
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/1051218-072104-icon028.gif)
คุณแม่ถือแค่เบ ไม่เป็นไรคะ ขอให้คุณพ่อเลี้ยงยินยอมก็ทำเรื่องได้เลยคะ ให้คุณพ่อเลี้ยงกับคุณแม่ไปติดต่อที่เกไมเดอร์ในเขตที่อยู่เลยคะ เค้าจะให้รายละเอียดเอกสารมานะคะว่าเค้าต้องการเอกสารอะไรบ้าง แล้วให้ยื่นเอกสารตามที่ทางเกไมเดอร์ต้องการเลยคะ เค้าจะเอาอะไรก็หามาให้ทั้งหมดละคะ ยิ่งถ้าคุณแม่อยู่ซูริคนี่ถ้าไม่เข้าใจเรื่องเอกสารใด ๆ ว่าเรียกเป็นภาษาไทยว่าอะไร ติดต่อสอบถามทางสมาคมหญิงไทย เพื่อหญิงไทยเลยนะคะ (เบอร์โทร 079/649 34 32 คิดว่ายังคงใช้เบอร์นี่อยู่นะคะ ถ้าโทรไปให้ฝากข้อความไว้ แล้วจะมีคนโทรกลับ แล้วให้เราโทรกลับไปหาเค้าอีกทีนะคะ เป็นเบอร์มือถือ)
เรื่องที่เกี๊ยวถามว่า "หลักฐานว่าลูกอยู่ในสิทธิปกครองของตนแต่ผู้เดียว" ก็ถ้าคุณพ่อเสียแล้วยิ่งง่ายขึ้นเลยคะ อันนี้ไม่แน่ใจว่าจะใช้ใบมรณะบัตร แทนเป็นหลักฐาน(ต้องถามที่เกไมเดอร์ให้แน่นอนอีกทีคะ) เพราะบางคนคุณพ่อคุณแม่ แยกทางกัน อาจจะมีปัญหาเรื่องการปกครองบุตร ว่าบุตรอยู่ในความดูแลของผู้ใด(ซึ่งกรณีคุณพ่อมีชีวิตอยู่ คิดว่าคงใช้ ปค.14 เป็นหลักฐาน...อันนี้ไม่ใช่กรณีของเกี๊ยว เป็นอันว่าไม่พูดถึงนะคะ)
เอกสารที่แน่ ๆ ตอนนี้เตรียมไว้เลยคะ เอาให้คุณแม่แปลเป็นภาษาเยอรมัน และประทับตราจากสถานฑูตไทยที่เบิร์น หรือสถานกงศุลไทยที่ซูริค......ใบเกิด ทะเบียนบ้าน พาสปอร์ต ใบรับรัองแพทย์ที่รับรองว่าเราป่วย (หลักฐานทุกอย่างให้เตรียมทุกอย่างมที่คุณแม่แจ้งเกี๊ยวอีกทีนะคะ แต่ละที่อาจจะใช้ไม่เหมือนกัน ที่สำคัญเค้าจะเอาหลักฐานอะไร หาให้ทุกอย่าง จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องล่าช้า เพราะทำจริง ๆ เดือนเดียวเสร็จ หลังจากเรื่องเสร็จเกี๊ยวต้องเดินทางเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ภายในสามเดือน)
รีบ ๆ โทรหาคุณแม่นะคะ ช่วงนี้เจ้าหน้าที่กำลังอารมย์เย็น ๆ กันคะ เพราะมันหนาวติดลบ แถมใกล้เทศกาลคริสต์มาส ไม่แน่นะอันนี้อาจจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับเกี๊ยวก็ได้เนอะ
เรื่องเรียนนะ ถ้ามาแล้วเด่วเรามาคุยกันอีกทีดีกว่า เพราะถ้าได้มาจริง ๆ คงต้องเรียนเยอรมันก่อนละคะ
มานั่งตามอ่านเรื่องของน้องเกี๊ยวอยู่หลายวัน รู้สึกดีใจที่เห็นสาวไทยเรามีน้ำใจช่วยเหลือกัน แบบนี้สิ "น้ำใจคนไทยแท้"
ขอบคุณพี่ตุ๊กตาและคุณสวัสดีค่ะ มากๆค่ะ
** ป้าเข้าเนตไม่ได้ กำลังยั้วใหญ่เลย55555 **
หนูโทรคุยกับแม่แล้วค่ะ ถ้าแม่ไปถามเกไมเดอร์แล้วได้เรื่องยังไงจะมาบอกนะคะ ^^
ตอนนี้ไม่มีเวลาง่ะค่ะ แว๊บมา
ถึงจะไม่ได้ไปก็รู้สึกซึ้งในน้ำใจของทุกคนที่คอยช่วย และให้กำลังใจหนู
ขอบคุณมากค่ะ
ตอนนี้มีข่าวมาบอกนิดหน่อยอะค่ะ
คือแม่โทรไปถามเกไมเดอร์กะสมาคมหญิงไทยแล้ว ก็ได้เรื่องว่าในกฎหมายคือให้โอนสัญชาติได้ในกรณี 18 ปีบริบูรณ์เท่านั้น ในกรณีที่อายุไม่เกิน 21 ปีนี่คือลองไปเสี่ยงดู ซึ่งคนที่สามารถยื่นเรื่องผ่านได้มีน้อยมาก
แล้วตอนนี้ที่บ้านคือมีห้องแค่ 3 ห้อง ถ้าจะทำเรื่องก็ต้องหาบ้านใหม่ที่ใหญ่กว่านี้ (กฎหมายสวิสเค้าควบคุมในเรื่องนี้ด้วยใช่ปะคะ)
หาบ้านก็ยากอีกเหมือนกัน แม่บอกว่าที่สวิสการหาบ้านอยู่ไม่ใช่ง่าย ๆ อีกอย่างพ่อเลี้ยงหนูเคยติดแบลคมาก่อน ก็ทำเรื่องบ้านยากหน่อย
ปัญหาอีกอย่างคือ เรื่องน้องของหนูอีกคนยังทำเรื่องไปที่นู่นไม่เสร็จเลยค่ะ แล้วถ้าเคลียร์ของน้องคนนี้ไม่เสร็จในปีนี้ กลัวว่าน้องเค้าจะหลุดไม่ได้ไปอีกคน
แต่ยังไงแม่หนูก็จะพยายามหาทางทำเรื่องให้ถึงที่สุดค่ะ พอเมษาหนูไปซัมเมอร์ที่นู่นก็จะพยายามเดินเรื่องให้เร็วเผื่อได้อยู่ต่อเลย
หนูก็ไม่รู้ว่ายากจริงรึปล่าว เอาใจช่วยแม่น่าดู
ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ค่ะ
ก็เป็นอันว่าตอนนี้ก็ทำเรื่องมาก่อนนะเกี๊ยว เรื่องสัญชาตินะมันที่หลัง กรณีขอสัญชาติของเกี๊ยวนะมีโอกาสได้อยู่แล้ว(ยืนยัยว่ามีโอกาสได้จริง ๆ ถึงจะเกิน 18 ปี ซึ่งอันนี้พี่ยังไม่เคยได้ยินว่าถ้าเกิน 18 ไม่มีสิทธิ์โอน พี่(หรือป้าดิง่ะ)เองได้ตอน 37 เกิน 18 มาตั้งเกือบ 20 ปีแนะ แถมเอามานอนกอดนอนไว้ตั้ง 5 ปี แก่แย๊ว ....555) แต่กรณีของเกี๊ยวอาจจะต้องอยู่นานกว่าคนอื่น หรือเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเท่านั้นละ ที่สำคัญก็คือขอให้ได้มาในวิธีนี้ก่อนนะ
เรื่องบ้านที่ต้องย้ายนี่ ข้อสำคัญตรงแค่ถ้าบุตรเพศไม่ตรงกันนะ แล้วเราโต ๆ แล้ว เค้าก็ไม่ต้องการให้เราอยู่ห้องเดียวกัน แต่ถ้าเพศเดียวกันนี่อยู่ห้องเดียวกันได้นะ......ทำไมคุณแม่ไม่ทำเรื่องน้องกับเกี๊ยวมาพร้อมกันเลยล่ะจะได้ไม่ไปวิ่งเปรี๊ยวสองเที่ยว แล้วทำเรื่องน้องนานแล้วยัง แล้วตอนนี้น้องอยู่กับใครนะ ทำไมเกี๊ยวบอกตอนแรกอยู่คนเดียวล่ะ เออถามยังงั๊นเองละไม่ต้องตอบก็ได้เรื่องส่วนตัว....แฮ่ ๆ
ปกติที่รู้จักคนเค้าทำกันนะ และก็เคยช่วยเค้าเตรียมเอกสารให้นะ ไม่เกินหนึ่งเดือนเรียบร้อยทุกอย่างละ และหลังจากเสร็จนี่ต้องเดินทางภายในสามเดือนละ ถ้าเกินก็ต้องเดินเรื่องใหม่ ซึ่งอาจจะยุ่งยากกว่าเดิมนะ เพราะคงต้องบอกเหตุผลว่าทำไม่ตอนแรกไม่มา เท่าที่ทราบ ถ้าเอกสารมีครบ และเอกสารก็ไม่ได้ยุ่งยากเท่าไรนะเท่าที่ทราบ ส่วนมากก็พวกใบเกิด พาสปอร์ต สำเนาทะเบียนบ้าน ยิ่งคุณพ่อเสียแล้วก็ใช้ใบมรณะบัตร และก็สำเนาเงินได้รายเดือนของคุณพ่อเลี้ยง เพื่อรับรองว่าเรามาอยู่นี่เค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายประจำวันที่จะเกิดขึ้นกับเราภายหลังนะ และก็มีกำลังที่สามารถจ่ายได้นะ (เห็นบอกว่ามีแบล็กลิส ไม่ทราบเรื่องอะไรถ้าเกี่ยวกับการเงินเรื่องอาจจะมีปัญหานิดหน่อย แต่ถ้าเหตุผลพอเพียงนะก็ไม่น่าจะมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องป่วยของเกี๊ยวนี่ คิดว่าเป็นเหตุผลที่ดีมาก ๆ ที่น่าจะเป็นโอกาสให้เกี๊ยวได้มา)
เรื่องเอกสารนะเกี๊ยวบอกแม่เลย ต้องไปคุยกับเกไมเดอร์ เค้าจะให้ลิสรายการเอกสารมาเลยว่ากรณีของเกี๊ยวต้องการเอกสารอะไร เป็นข้อ ๆ เลยนะ เพราะแต่ละที่เอกสารไม่เหมือนกัน เค้าต้องการอะไรเค้าเขียนให้เราหมดเลย จริง ๆ แล้วถึงจะเป็นช่วงเวลาไหน เจ้าหน้าที่เค้าก็ต้องทำงานกันละนะ เค้าไม่ใช่พวกเช้าชามเย็นชาม ใครอู้นะที่สวิสโอกาสเด้งนะมีสิทธิ์มาก ๆ
เรื่องเรียนนะเกี๊ยว เด่วพี่จะลองติดต่อที่โรงเรียนสอนภาษาในเขตเบิร์นดูให้ แบบมันคา ๆ ใจพี่ยังไงไม่ทราบ คนถามเรื่องเรียนเรื่องค่าใช้จ่ายเยอะนะ หลังปีใหม่ว่าง ๆ จะไปศึกษาเรื่องนี่มาให้ละเอียดที่โรรงเรียนสอนภาษา เพราะตอนแรกมาสวิสคงมาเรียนปริญญาตรงๆ เลยไม่ได้หรอกเพราะเค้าไม่ได้สอนภาษาไทย ปีถึงสองปีต้องเรียนภาษาอยู่แล้ว ล้านบาทคิดว่ามันเยอะเกินด้วยซ้ำไป (ในกรณีของเกี๊ยวนะเพราะที่พักที่กินอยู่กับแม่เงินล้านบาทวน่าจะเรียนได้ตั้งสามปี) สัญญาว่าดูให้เรื่องนี้ขอหลังปีใหม่เคลียร์งานก่อน จะไปขุดถามมาให้หมดเลย
ช่วยลุ๊นแบบสุด ๆ เลยให้ได้มาอยู่แบบมีเกียรติของหญิงไทย
จริง ๆ เหรอคะ (หนูขออนุญาติเรียกว่าน้าดีกว่าค่ะ เพราะแม่หนู เกิน 40 แล้ว) คุณน้าโอนเองได้ตอน 37 เหรอคะ โอนยังไงง่ะ ทำวิธีเดียวกันกะที่แนะนำหนูมาเหรอคะ รึแต่งงาน
น้องอีกคนไม่ได้อยู่ที่เดียวกะหนูค่ะ คือเรื่องครอบครัวหนูค่อนข้างจะซับซ้อนซักหน่อย คล้ายกะในละครไทยบางเรื่อง T-T หุหุ แต่ก็ไม่มีปัญหาอารายเหมือนในหนังหรอกง่ะ
เหรอคะ เรื่องบ้านอยู่ห้องเดียวกันได้เหรอคะ แม่หนูบอกว่าที่นู่นบังคับให้มีห้องส่วนตัวคนละห้องเลยในเด็กที่โตแล้ว ดีจังที่ได้มาเจอเวบบอร์ดนี้ อยากให้แม่เข้ามาถามเองจัง ^^" แต่แม่หนูม่ายว่างเล่นเนทอ่าจิ
ปัญหาแบลคลิสต์ของพ่อเลี้ยงก็เรื่องเงินอะค่ะ ติดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อะ ไปขอลดจ่ายอารายก็ม่ายรุ เลยติด
เรื่องเรียนที่คุยกะแม่ไว้ก็คือเรียนภาษาก่อนอยู่แล้วชัวร์ ๆ อะค่ะ เรียนต่ออะไรไว้คิดอีกที แต่หนูมีความหวังว่าจะได้เรียนปริญญา
หนูก็รู้ตัวว่าไม่สามารถไปเรียนร่วมชั้นกะคนเยอรมันได้ในทันทีที่ไปแน่ ๆ ได้ข่าวว่าภาษาเยอรมันยากมาก หนูเองยังไม่รู้เลยว่า a b c อ่านในภาษาเยอรมันว่ายังไง แฮ่
เรื่องเรียนแม่บอกค่าใช้จ่ายเย๊อะเยอะ ( จริง ๆ แล้วเท่าที่ฟังมามันก็แพงทุกอย่างเลยง่ะ) หนูก็ไม่ทราบว่ามันเป็นไงง่ะค่ะ
เรื่องน้องกะหนูทำไมไม่ทำทีเดียว เพราะตอนแรกไม่รู้ว่าสามารถทำเรื่องได้หลังจากอายุเกิน 18 อ่าค่ะ แล้วเรื่องน้องอีกคนเค้าเดินเรื่องได้มาเยอะแล้ว แต่ก็ยังไม่เสร็จซะที แล้วยังไงอีกหว่าที่แม่บอก .... หนูลืมไปแล้วง่ะค่ะ ถ้านึกออกจะบอกอีกที -_-"
ขอบคุณในความกรุณาของคุณน้ามาก ๆ เลยค่ะ ถ้าคุณน้าไม่บอก หนูคงมืดแปดด้านแน่ ๆ เลย
ลุ้นตัวโก่งละค่ะงานนี้ แต่ .. คงอีกพักใหญ่ ๆๆๆๆ เลยถึงจะรู้ว่าผลออกมายังไง
37 + 5 เป็น 42 ง่ะหนูเกี๊ยว....แหะ ๆ
ข้อมูลนี้ได้จาก การดำรงชีวิตในสวิต โครงการเผยแพร่ ความรู้และกฏหมายเพื่อการดำรงชีวิตในสวิตเซอร์แลนด์
จัดทำโดย สถานทูตไทย ณ. เบร์น ร่วมกับ กลุ่มหญิงไทยเพื่อหญิงไทยในสวิตเซอร์แลนด์
## หน้าที่12 อยู่ใน หัวข้อ ผู้ที่สมรสกับชาวสวิต ##
สิทธิอื่นๆที่ได้รับ หลังจากจดทะเบียนสรมกับชาวสวิตแล้ว หากมีความประสงค์จะนำบุตรของตนที่อายุไม่เกิน 18 ปี มาอยู่ด้วยสามารถยื่นคำร้องได้ บางรัฐยินยอมอนุมัติเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน16 ปีเท่านั้น
นี่คือ เรื่องการนำบุตรติดตามมาอยู่ ของผู้ที่สมรสกับชาวสวิส
ชาวไทยที่จดทะเบียนสมรส กับชาวสวิตมีสิ?ยื่นคำร้องขอสัญชาติสวิตตามกฎหมายสิทธิพลเมือง ( BUEG ) มาตราที่ 27
ผู้มีสิทธิขอสัญชาติสวิต จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. พำนักอยู่ในประเทศสวิตเป็นเวลา ติอต่อกันตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
2. ในกรณีที่อยู่ในประเทศสวิตเป็นเวลาติดต่อกันมาแล้ว 5 ปี แยงมิได้สัญชาติสวิต เมื่อออกไปอยู่นอกประเทศและกลับเข้ามาอยู่ในประเทศสวิตต้องพำนักอยู่ในประเทศสวิต อีก 1 ปีขึ้นไป
3. จดทะเบียนสมรสกับชาวสวิตและอยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยาเป็นเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป กับคู่สมรสเดิม แต่ทั้งนี้อาจมีข้อยกเว้น
4. ยอมรับและเข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี และความเป็นอยู่ของชาวสวิต เข้าใจสิทธิหน้าที่พลเมือง และระเบียบปฏิบัติทั่วไปของประเทศสวิต
ข้อมูล Zivilstand und Bürgerechtdienst
เอกสารของ หญิงไทยเพื่อหญิงไทย
น้องเกี้ยว พี่เข้าใจถูกไหมค่ะว่า
1. คุณแม่ของน้องเปิดร้านอาหารในสวิต ตามข้อมูลที่น้องเขียนที่หน้า 6 ในกระทู้ที่ 0920
** ตรงนี้ คุณแม่น้องมีหลักทรัพย์ขนาด เปิดร้านอาหาร ก็น่าจะทำการรับรองบุตรติดตามมาได้ ไม่น่าจ้างแต่ง
2.คุณแม่ยังถือใบอนุญาตพำนักอาศัย B ตามที่น้องบอกไว้ในความคิดเห็นที่10 ของกระทู้นี้
** ถ้าสมมุติ น้องสามารถทำเรื่อง บุตรติดตามมารดามาอยู่ได้ น้องก็ยังถือได้เพียงใบอนุญาตพำนักอาศัย ไม่ใช่พาสสวิต ต่อเมื่อน้องมาอยู่แล้วครบตามกำหนดระยะเวลาและมีคุณสมบัติ ตรงตามที่พี่เขียนไว้ข้างบน น้องถึงจะยื่นคำร้องขอโอนสัญชาติสวิตได้ และมีสิทธิ์ทำพาสสวิตได้ตามมา
3.คุณพ่อเลี้ยงยังติดแบลคลิสต์เรื่องเงิน
** ตรงนี้ยากเลยสำหรับการจะค้ำประกันใคร
4.ปัญหาอีกอย่างคือ เรื่องน้องของหนูอีกคนยังทำเรื่องไปที่นู่นไม่เสร็จเลยค่ะ แล้วถ้าเคลียร์ของน้องคนนี้ไม่เสร็จในปีนี้ กลัวว่าน้องเค้าจะหลุดไม่ได้ไปอีกคน
** พี่งง งะน้อง ตรงลง คือ แม่ของหนูกำลังทำเรื่องจะเอาลูกสองคนจากเมืองไทยมาอยู่ที่สวิต คือ น้องของหนู ตรงนี้อยากทราบว่าแม่ทำเรื่องแบบไหน
1 ตอนแรกไม่ทราบว่าเอาหนูเข้าไปได้เพราะอายุเกิน 18 เลยต้องเลือกวิธีที่เหลืออยู่วิธีเดียวที่คิดว่ามีในตอนนั้น
2. รับทราบค่ะ
3. ค่ะ
4. น้องอีก 2 คนแม่กำลังทำเรื่องโอนสัญชาติไปอยู่กับแม่ เพราะอายุยังไม่ถึง 18 ปี รึอาจจะขอใบ b ก่อน อันนี้หนูไม่แน่ใจค่ะ ตรงนี้ถามแม่แล้ว คืออธิบายให้หนูเข้าใจง่าย ๆ โดยเรียกว่าโอนสัญชาติ จริง ๆ ก็เคยอธิบายเรื่องใบ b นี่อะค่ะ แต่เป็นการคุยทางโทรศัพท์ แล้วหนูจำได้ไม่ทุกคำอะ
อ่านดู ตอบคุณน้าแม่น้องติ๊ดตี้ผิดประเด็น คือตอนนี้ทั้งสองคนก็ไปอยู่กับแม่แล้ว แต่อีกคนนึงเรื่องยังไม่เสร็จค่ะ แต่ก็ไปก่อน คาดว่าน่าจะเสร็จทัน 3 เดือน ก็เหลือหนูคนเดียวค่ะ
* แม่หนูอายุเท่าคุณน้านะคะ ^^
อ่า .. ฐานะของแม่ก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย
ที่เปิดร้านได้นี่จริง ๆ แล้วแทบจะไม่มีทุนก็ว่าได้
เริ่มจากติดลบ คือ ไป*้มา ร้านโตเร็วมาก จนวันนี้หนี้หมดแล้ว แต่ก็มีแค่เงินที่ต้องเอามาหมุน ยังไม่มีเงินเก็บมากนักอะค่ะ
เอางี๊เกี๊ยว "เรื่องโอนสัญชาติ" นะน้าไม่ได้โอนนะจ๊ะ แต่ว่าน้าถือสองสัญชาติ คือสัญชาติไทย กับสัญชาติสวิสอยู่ ต้องเรียกให้ถูกก่อน ซึ่งหลักการดำเนินการขอสัญชาตินะยังมีหลายวิธี ซึ่งไม่ใช่ขอได้เฉพาะแต่งงานกับชาวสวิสเท่านั้นนะ เรื่องนี้ถ้าเกี๊ยวได้มาจริง ๆ มาอยู่ที่สวิสแล้วค่อยศึกษาเพิ่มอีกทีละกัน เพราะมีวิธีขออยู่อีกหลายวิธี
หมายความว่าตอนนี้เกี๊ยวมีพี่น้องกันสามคนใช่ป่ะ แต่ว่าคนแรกแม่ทำไปก่อนเรียบร้อยแล้ว คนที่สองมาอยู่สวิสแล้วตอนนี้และก็กำลังทำเรื่องอยู่ที่นี่ และตอนนี้แม่กำลังดำเนินการขอสัญชาติสวิสอยู่ และถ้าแม่ได้นะลูก ๆ ที่ติดตามก็จะได้ตามไปด้วยล่ะ(เท่าที่ทราบนะ ) และน้องที่มาอยู่ก่อนคงได้ตามแม่ไปด้วยล่ะ .............เข้าใจละ
ถ้าคุณแม่ถึงกับเปิดร้านอาหารไทยได้ ก็คิดว่าคงจะมีตังค์มั้งล่ะ ยิ่งเห็นบอกว่าร้านกำลังโตเร็วด้วย จนใช้หนี้หมดนี่น่าจะเป็นข่าวดีนะ ก็แสดงรายได้ตรงนี้ให้เค้าเห็นนะ เพราะถ้ากำลังขอสัญชาติอยู่คงมาอยู่ประมาณห้าปีละ ถ้าใครอยู่ห้าปีที่นี่ตั้งตัวได้ละก็ไม่ธรรมดาเลยนะ จัดอยู่ในขั้นดีมาก ๆ เลย
นิดจ๊ะ จริง ๆ เมื่อก่อนก็เคยได้ยินเหมือนกันว่า ชาวต่างชาติที่แต่งงานกับชาวสวิส สามารถเอาลูกติดจากสามีเก่ามาอยู่ด้วย แต่ว่าต้องอายุไม่เกิน 18 ปีเหมือนกัน แต่ไม่ได้อ่านเจอนะฟัง ๆ ต่อมา จนมีการมาพูดถึงกันเรื่องกระทู้ของเกี๊ยวเรื่องอายุเกิน 18 ปีแล้วไม่มีสิทธิ์มา......แต่ว่าคราวนี้พี่ดันมาอ่านเจอจากจดหมายข่าวของสมาคมหญิงไทยเพื่อหญิงไทย ซึ่งก็มีการอ้างถึงหน่วยงานตามความเห็นที่พี่เขียนไว้ที่ ความเห็น 4 นะ ข้อมูลที่บอกว่าสามารถมานำบุตรที่เกิดจากสามีเก่ามาอยู่ได้ถ้าไม่เกิน 21 ปี อันนี้ก็คัดลอกมาจากจดหมายข่าวของสมาคมหญิงไทยเพื่อหญิงไทยเช่นกันกับที่นิดได้มาเหมือนกัน ไม่ทราบของนิดนี่ตั้งแต่พ.ศ.ไหน ลองบอกเกี๊ยวหน่อยนะ เพราะเห็นว่าแม่ของเกี๊ยวก็โทรถามสมาคมหญิงไทยเพื่อหญิงไทยแล้ว เค้าก็บอกว่าลองเสี่ยงดู เป็นอันว่าตอนนี้เกี๊ยวก็ลองเสี่ยงทำดูก่อน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ เนื่องจากเกี๊ยวอยู่คนเดียวที่เมืองไทยไม่มีคนดูแล และยังมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพด้วย
จัดทำโดย สถานทูตไทย ณ. เบริ์น ร่วมกับ กลุ่มหญิงไทยเพื่อหญิงไทยในสวิตเซอร์แลนด์ 5/2004
มีข่าวความคืบหน้าเล็ก ๆ มาบอกค่ะ
คือว่าจากที่แม่ไปคุยกับทางเกไมเดอร์อะนะคะ
ตอนหลัง ๆ นี่เค้าจะเข้มงวดขึ้นมากกับการขอติดตามแม่มาอะค่ะ
พออายุเกิน 15 เค้ากันไว้ ไม่อยากให้เข้าประเทศเค้าแล้ว เรื่องของน้องคนกลางเลยยังไม่เสร็จซะที บางทีอาจต้องขึ้นศาล ซึ่งค่าใช้จ่ายนี่คงอ่วมเลย
ส่วนที่แม่มีร้านอาหาร ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ในเรื่องของความมั่นคงทางการเงิน
แต่ในเรื่องของความอบอุ่นของครอบครัว ในเรื่องของตัวเด็กเอง ถ้าอายุมาก ๆ แล้วก็จะมีปัญหามากขึ้นตามมา
ปัญหาที่เกิดก็อย่างเข้าไปแล้วท้อง ไม่ทำงาน หลายครอบครัวต้องให้รัฐช่วยเลี้ยงดูทั้งแม่และลูก
เมื่อก่อนเค้าปล่อยให้เข้ามามาก แต่โดยมากเข้ามาแล้วมีแต่ปัญหา โดยเฉพาะคนไทยจะมีชื่อเสียงในด้านลบแบบนี้อยู่มาก ๆ ทำให้คนไทยที่จะขอเข้าไปรุ่นหลัง ๆ ยิ่งเข้าไปยากขึ้น
ฉะนั้น เรื่องของหนูนี่มีโอกาสน้อยมาก เพราะขนาดน้องของหนูอายุ 17 ยังทำท่าจะไม่ผ่านเลยตอนนี้
หนูสงสัยว่า คนที่ผ่านเข้าไปตอนหลัง 18 ที่เคยบอกมานี่เรื่องนี้มีมานานรึยังคะ แล้วเค้ามีเหตุผลอะไรถึงได้เข้าไปได้อะคะ