สวัสดีค่ะ
นานๆจะโผล่มาซักที วันนี้ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์เรื่องการยื่นอุทธรณ์วีซ่าเยี่ยมค่ะ ตั้งใจเอาไว้ว่าอยากให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ยื่นคำร้องคนอื่นๆที่ขอวีซ่าแล้วไม่ผ่านเนื่องจากเหตุผลต่างๆกันไป หลังจากที่ตัวเองได้รับวีซ่าและมาถึงสวิสเรียบร้อยแล้ว
ขอสรุปจากเรื่องของตัวเองคร่าวๆนะคะ ขวัญยื่นคำร้องครั้งแรกเมื่อประมาณกลางเดือนมกราคม โดยขอไป ห้า สัปดาห์เป็นวีซ่าเยี่ยมแบบมีผู้เชิญและการันตี มีการสัมภาษณ์ แล้วก็ถามข้อมูลส่วนตัวพอประมาณ ห้าวันหลังจากนั้นไปรับผล-ไม่ผ่าน ต้องลงชื่อในกระดาษสองแผ่น รับทราบว่าทำไมวีซ่าไม่ผ่าน และสิทธิในการยื่นอุทธรณ์และระยะเวลาคร่าวๆ แต่ไม่มีวิธีการยื่นอุทธรณ์ที่เป็นขั้นตอนระบุเอาไว้ แนะนำว่าหลังจากทราบแล้วว่าวีซ่าไม่ผ่านให้รีบโทรนัดเพื่อยื่นอุทธรณ์ทันที ในกรณีที่ต้องการยื่นเอง โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางในระยะเวลาที่กำหนด เพราะคิวอาจเต็มและต้องรอไปเรื่อยๆเพื่อยื่นใหม่ อย่างที่ทราบกันดีว่าการยื่นอุทธรณ์ มีสองแบบคือ ยื่นเองหรือให้เจ้าบ้านยื่นให้ แล้วแต่สะดวก ทีนี้แนะนำว่าให้เจ้าบ้านยื่นให้ เนื่องจาก
-จดหมายต้องเป็นหนึ่งในภาษาราชการที่สุภาพและเป็นทางการ อธิบายเหตุผลตามความจริงว่าทำไมคุณถึงอยากไปสวิส แต่จริงๆแล้วสถานทูต อยากทราบมากกว่าว่าทำไมเค้าสมควรให้วีซ่าคุณ เพราะฉะนั้น แนะนำให้เขียนไปเลยว่าเรามีคุณสมบัติเหมาะสม มีหน้าที่การงานที่ดี และไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงนอกจากการได้ใช้ช่วงระยะเวลาสั้นๆอยู่กับคนรัก หรือครอบครัวและจะกลับเมืองไทยตามระยะเวลาที่กำหนด อันนี้แล้วแต่นะคะว่าจะเขียนอย่างไรเพราะเหตุผลแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ขออย่างเดียว ให้เหตุผลนั้นตั้งอยู่บนหลักความจริง
-เนื่องจากจดหมายค่อนข้างเป็นส่วนตัว มันคงดีกว่าถ้าให้ผู้เชิญเป็นคนเขียนดีกว่าไปจ้างเค้าเขียน อาจจะลองปรึกษากันก่อน แล้วร่างจดหมายคร่าวๆ หลังจากนั้นก็เลือกเฉพาะใจความสำคัญ และเติมส่วนสำคัญๆของที่เป็นจดหมายราชการ อาทิคำขึ้นต้น ลงท้ายแบบเป็นทางการ
-ให้เจ้าบ้านยื่นเอง เค้าสามารถติดตามขั้นตอนการยื่นได้ตลอดเวลา โดยการโทรศัพท์เข้าไปสอบถาม ว่าตอนนี้เรื่องของคุณอยู่ลำดับไหนแล้ว ซึ่งกรณีนี้จะต่างจากการยื่นที่เมืองไทย เพราะอย่างที่ทราบ คุณไม่สามารถโทรเข้าไปสอบถามหรือแม้แต่ อีเมล์เพราะทางนี้จะไม่ให้ข้อมูลใดๆเลย อย่างเดียวที่คุณสามารถทำได้คือ เอาหนังสือเดินทางไปเช็คกับสถานทูต หลังจากสองเดือนไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเช็คดูและบอกคุณสั้นๆ ห้วนๆตรงนั้นว่า "ยังไม่มา" คุณไม่สามารถสอบถามได้เลยว่าตอนนี้จดหมายยื่นอุทธรณ์ของคุณอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว หรือยังถูกดองเก็บไว้ที่สถานทูตในกรุงเทพอยู่ ขณะเดียวกัน ถ้าเจ้าบ้านยื่น ขั้นตอนทุกอย่างจะอยู่ในคอนโทรลตลอดเวลา คือตามได้ เร่งได้ คอมเพลนได้ แล้วมันก็ได้ผลจริงๆค่ะ แฟนขวัญโทรไปสอบถามความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ทราบว่าเรื่องถึงไหน และหลังจากนี้ต้องตามกับใคร
ต่อค่ะ หลังจากจดหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
-ผู้เชิญจะต้องส่งหมายนี้ไปที่ Bern พร้อมรอการตอบกลับ และแจ้งให้ชำระค่ายื่นอุทธรณ์ ซึ่งกินระยะเวลาประมาณ ห้าวันทำการ หรือนานกว่านั้นระยะเวลายื่นเริ่มนับจากวันที่มีการชำระค่าธรรมเนียม ไม่ใช่วันที่เขียนจดหมายหรือวันทีไปรษณีย์ระบุลงในซองจดหมาย เพราะฉะนั้นแนะนำให้โทรถามว่าทาง Bern ได้รับจดหมายหรือยัง และสามารถชำระค่าธรรมเนียมได้เมื่อไหร่
-หลังจากนั้น ทาง Bern จะ ส่งรหัสประจำตัวของเราไปที่กรุงเทพและขอหลักฐานรายละเอียดและเหตุที่ทางโน้น ไม่ให้วีซ่า ตอนนี้เองที่แบบฟอร์ม ที่เรากรอกจะถูกส่งมาที่ Bern พร้อมสำหรับการพิจารณาขั้นต่อไป ขอย้ำว่าตรงนี้จะกินเวลานานที่สุด เพราะเอกสารถ้าไม่ถูกส่งมาจากกรุงเทพและทางนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ ผู้เชิญก็ไม่สามารถตามเรื่องกับสถานทูตที่กรุงเทพได้เช่นกัน ต้องคอยโทรตามกับเจ้าหน้าที่ ที่ Bern ให้เค้าตามให้อีกที ถึงตรงนี้แล้วก็ต้องมีความอดทนหน่อยนะคะ ถ้ามีคนขอวีซ่าเยอะก็ต้องรอคิวกันนานหน่อย
-หลังจากเอกสารถูกส่งมาจากกรุงเทพแล้วก็มาถึงขั้นตอนการเช็คประวัติของผู้เชิญ เอกสารจาก Bern จะถูกส่งมายัง Canton ที่ผู้เชิญอยู่ ณ ที่นี้จะมีการตรวจสอบว่าผู้เชิญเป็นพลเมืองขั้นไหน รายได้ และ เสียภาษีถูกต้องมั้ย รวมถึงเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือเปล่า หลังจากตรวจสอบแล้ว ทุกอย่างโอเค ทาง Canton ก็จะโทรนัดผู้เชิญ ให้ไปสัมภาษณ์ และกรอกแบบฟอร์ม หรืออาจจะเรียกว่าสัญญา ซึ่งในนั้นจะมีคำถามให้ตอบอาทิว่า ผู้เชิญสามารถการันตีได้อย่างไรว่า เราจะกลับเมืองไทยตามกำหนดจริงๆ (อันนี้ต้องเขียนเหตุผลลงไป ผู้เชิญของขวัญเขียนว่าจะไปส่งที่สนามบินและจะรอดูจนกว่าขวัญจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว) และผู้เชิญจะต้องรับผิดชอบเป็นเงินจำนวน สามหมื่นสวิสฟรังค์ ในกรณีที่เราไม่กลับตามกำหนดและจงใจอยู่ต่อโดยผิดกฎหมาย หรือทำความเสียหายใดๆให้ประเทศของเค้า ลงลายมือชื่อเป็นอันเสร็จพิธี
-หลังจากนั้น ข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งกลับไปที่ Bern และที่นี่จะเป็นผู้ตัดสินว่าการยื่นอุทธรณ์ของเราผ่านหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าเอกสารของเราถูกพิจารณาตามลำดับก่อนหลัง ควรรอซักสัปดาห์ แล้วค่อยโทรเข้าไปสอบถามว่าคิวของเราไปถึงไหนแล้วและสามารถเอาพาสปอร์ตไปเช็คที่สถานทูตในกรุงเทพได้เมื่อไหร่
-ผลอย่างเป็นทางการจะได้รับหลังจากนั้น เพราะจะมีจดหมายจาก Bern แจ้งให้ผู้เชิญทราบเรื่องผลวีซ่าและวิธีการรับเงินค่าธรรมเนียมคืน (ถ้าวีซ่าอุทธรณ์ผ่าน เค้าจะคืนค่าธรรมเนียมให้ค่ะ) หลังจากนั้นคุณเอาวีซ่าไปเช็คที่สถานทูตได้เลยค่ะ ไม่ต้องโทรนัด แค่บอกพี่ที่คอยจัดคิวว่ามารับผลวีซ่าอุทธรณ์ เค้าจะเคลียร์คิวให้คนที่นัดไว้ก่อน พอคนเริ่มซาแล้วถึงให้เราเข้าไปได้ เข้าไปที่ช่องที่คุณไปยื่นวีซ่าครั้งแรกนะคะ วางพาสปอร์ตลงในช่องและพูดดังๆว่ามารับผลวีซ่าค่ะ เพราะถ้าคุณไปยืนอยู่เฉยๆเจ้าหน้าที่เค้าไม่สนใจคุณหรอกค่ะ หลังจากนั้นพอเห็นว่าวีซ่าอนุมัติ เค้าจะบอกให้คุณกรอกแบบฟอร์มใหม่ พร้อมตั๋วที่ชำระเงินแล้ว และประกันการเดินทาง ขอย้ำว่า ระยะเวลาการเดินทางต้องไม่มากกว่าระยะเวลาที่ขอในครั้งแรก
-รับผลห้าวันทำการหลังจากนั้น ถ้าแบบฟอร์มที่คุณกรอกครบถ้วนและไม่มีอะไรที่ต้องแก้ค่ะ
เพิ่มเติมสำหรับบางคนที่สงสัยว่าทำไมตัวเองไม่ได้รับวีซ่าตอนยื่นครั้งแรก หรือทำไมตัวเองได้แต่คนอื่นไม่ได้ อันนี้เป็นข้อมูลส่วนตัวค่ะ ตอนที่แฟนขวัญซึ่งเป็นผู้เชิญไปสัมภาษณ์ที่ Canton นั้น เค้าได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ว่าทำไมวีซ่าขวัญครั้งแรกถึงไม่ผ่าน ทั้งๆที่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเคยมาแล้ว แล้วก็กลับตามกำหนด เจ้าหน้าที่โทรถามให้เลยค่ะ แล้วทางสถานทูตที่กรุงเทพก็บอกมาว่า ที่เมืองไทยไม่มีใครลางานได้ ห้าสัปดาห์ คือขวัญทำงานอยู่บริษัทต่างชาติ เจ้านายลงลายมือชื่อรับรองให้ และขวัญลาห้าสัปดาห์โดยรับเงินเดือนแค่ครึ่งเดือน แต่ทางสถานทูตเค้าไม่มานั่งถามเหตุผลหรอกค่ะว่าคุณตกลงอะไรไว้กับทางบริษัทช่วงที่คุณลา คือเค้าเห็นห้าสัปดาห์ ก็ "ไม่จริง โกหก มากไป ไม่ผ่าน"แฟนถามทำไมผู้หญิงไทยถึงวีซ่าถึงได้ยากนัก เจ้าหน้าที่เค้าแจกแจงหัวข้อการพิจารณาเป็นมาตรฐานให้ฟังคร่าวๆ ตามนี้ค่ะ
-ระยะเวลาที่ขอมากไป ให้สามเดือนก็จริงแต่ส่วนใหญ่แล้วใครขอวีซ่าเยี่ยมสามเดือนต้องยื่นอุทธรณ์กันทั้งนั้น
-กรณีที่มีแฟนเป็นสวิส ถ้ารู้จักกันน้อยกว่า 1 ปี วีซ่าก็ไม่ผ่านเหมือนกัน เพราะระยะเวลาที่เรียนรู้กันนั้นน้อยเกินไป
-ระยะเวลาทีอยู่ด้วยกัน วันที่ฝ่ายชาย หรือผู้เชิญเข้าออกประเทศไทยครั้งสุดท้าย ไม่ตรงกับข้อมูลที่สถานทูตมี
-จากการสัมภาษณ์พบหรือสงสัยว่าฝ่ายหญิงไม่มีอาชีพขณะที่ขอวีซ่า
แล้วก้ออีกหลายปัจจัยย่อยค่ะ อย่างของขวัญ ลางานมากไป และตำแหน่งงานไม่ใช่ระดับ GM หรือหัวหน้าแผนก สรุประยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ของขวัญประมาณ สิบสัปดาห์ หลังจากการ follow up อย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงซักที
ข้างบนนี้เป็นข้อมูลเท่าที่ทราบค่ะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่กำลังขอวีซ่าหรือกำลังจะยื่นอุทธรณ์ค่ะ ถ้ามีคำถามก็ฝากไว้ได้เช่นกันค่ะ ช่วงนี้ว่างค่ะ นอกจากนั่งดูดอกไม้สีเหลืองที่บานท่วมทุ่งอยู่ที่สวิสตอนนี้ ก็ไม่ได้ทำอะไรอีก โชคดีค่ะ
คุณขวัญคะ ขอบคุณมากนะคะ ที่ได้มาให้ความรู้อีกระดับหนึ่ง คุณขวัญเขียนรายละเอียดได้เยี่ยมมากค่ะ อ่านง่าย ภาษาดี ชอบภาษาเขียนของคุณมากค่ะ เป็นขั้นเป็นตอน ตอนนี้อยู่สวิสแล้วเหรอคะ ดีใจด้วยค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ ตอนที่ Micky ยื่นอุทธรณ์ก็เหมือนกันค่ะ รอสองเดือนเต็มๆ เคยกับการท้อ โมโห หงุดหงิด ตื่นเต้น ดีใจ ผิดหวัง กับเรื่องการขอวีซ่าอยู่เหมือนกัน ช่วงนี้เว็บบอร์ดเงียบเหงา คนเคยได้ก็มาลงให้ความรู้ คนผิดหวังก็มาลงขอคำแนะนำพอได้วีซ่าแล้วก็หายเลย เฮ้อ เรานะเรา ขอบคุณค่ะ
ค่ะ ขวัญยังจำได้ดีว่า ตอนที่ทราบผลว่าวีซ่าไม่ผ่านนั้นรู้สึกยังไง และการที่ต้องยื่นอุทธรณ์โดยไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลยนั้น มันทั้งเหนื่อย ทั้งท้อแค่ไหน ตั้งใจว่าจะจำรายละเอียดทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ไว้ แล้วรวบรวมเป็นข้อมูลให้คนที่ต้องยื่นอุทธรณ์เหมือนกันได้ศึกษาก่อนตัดสินใจ หรืออย่างน้อยก็มีไอเดียว่าเค้าทำกันยังไง จริงๆเรื่องที่ได้ฟังมาตอนที่อยู่ในกระบวนการยื่นอุทธรณ์ก็เยอะเหมือนกัน ทั้งเรื่องเหตุผลว่าทำไมการอนุมัติวีซ่าให้ผู้หญิงไทยถึงได้ยากลำบากนัก อันนี้ขวัญคิดว่าคนที่อยู่สวิสมานานแล้วน่าจะทราบดี แต่ขอไม่พูดแล้วกันเนอะ เอาเป็นว่าเผื่อใจไว้ละกันเพราะเท่าที่ทราบการขอวีซ่าเข้าสวิสเซอร์แลนด์นั้นลำบากและยุ่งยากว่าการขอไปเยอรมนีหรือออสเตรียเยอะเลยค่ะ ประเทศอื่นไม่ทราบค่ะแต่คิดว่าไม่น่าจะยากขนาดนี้ รอไปเรื่อยๆค่ะทำชีวิตให้ยุ่งเข้าไว้ ทำโน่นทำนี่ไปพลางๆ เดี๋ยวก็ได้เอง :)
สวัสดีคะ คุณขวัญ
อ่านจบแล้ว รู้สึกได้เลยว่า ใช้ภาษาได้ดี สละสลวย เข้าใจง่าย
อ่านแล้วสบายใจ น้านนนนน นานจะเจอตัวหนังสือแบบนี้
ชื่นชมจากใจจริงคะ :)
มารื้ออ่านกระทู้เก่าๆ กระทู้นี้ดีมากค่ะ ;D