Pall's Webboard

General Category => ห้องปัญหากฎหมาย, วีซ่า, ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย => Topic started by: PixyPoona on February 28, 2010, 02:57:14 PM

Title: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: PixyPoona on February 28, 2010, 02:57:14 PM
ขอเล่ารายละเอียดก่อนจะถามคำถามนะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า พี่สาวกับพี่เขย(เป็นคนสวิส) ได้แต่งงานกันมาประมาณ 7 ปีแล้วค่ะ

โดยทางเรามีญาติ(คนไทย)ไปแต่งงานกับคนสวิสแล้วอยู่สวิส 3 คน

พี่เขยคนนี้ได้รับการแนะนำจากญาติหลังจากมาเที่ยวเมืองไทย จึงทำให้เขาแต่งงานกัน


ในตอนที่แต่งงานกันพี่สาวได้เคยทำเรื่องแต่งงานโดยยื่นเรื่องที่สถานทูตสวิส

ซึ่งได้จัดการเอกสารใบรับรองโสดและอื่น ๆ ที่ทางสถูตสวิสกำหนด (ทางฝ่ายชายก็ทำ)

ปัจจุบัน พี่สาวหนูได้ใช้นามสกุลของพี่เขย

หลังจากนั้นพี่เขยได้กลับสวิสและได้ทำการหักเงินจากบัญชีตัวเอง

พี่เขยอายุ 65 ปีและกินบำนาญ(หนูไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไรดี)

และได้ทำเรื่องพาพี่สาวไปเที่ยวสวิส 2 เดือนค่ะ (ซึ่งไม่รู้ว่าเขาทำเรื่องไปที่นู่นด้วยเหตุผลใด)

พี่สาวก็ได้ติดตามสามีไปสวิส 2 เดือน โดยไปเที่ยวที่ต่าง ๆ

แต่ไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรเกี่ยวกับการแต่งงานเลย แล้วสองคนผัวเมียก็ทำการแพคกระเป๋า

แจ้งย้าย จ่ายภาษี เคลียร์ทุกอย่างที่สวิส แล้วพี่เขยก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยโดยถาวร

ซึ่งทุก ๆ ปี สองคนผัวเมียจะพากันไปต่ออายุวีซ่าให้อยู่ได้ 1 ปีค่ะ

พี่เขยจะทำการแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน

1.เก็บไว้ที่บัญชีสวิส
2.โอนเข้าบัญชีตัวเองที่เมืองไทย
3.โอนเข้าบัญชีพี่สาว

ทุก ๆ เย็นพี่เขยจะขี่จักรยานออกกำลังกายรอบหมู่บ้าน (บ้านนอก)

เมื่อสี่ปีที่แล้ว พี่เขยได้ไปรู้จักกับ ผู้หญิงคนนึง ซึ่งคน ๆ นี้ใคร ๆ แถวนี้ก็รู้ดีว่า

เธอเป็นคนชอบฉกสามีชาวบ้าน (หลอกเอาเงินผู้เฒ่าไทยแก่หง่อมก็เอา)

เขาเปิดร้านขายอาหารเล็ก ๆ อยู่ระหว่างทางขี่จักรยาน แล้วพี่เขยก็แวะที่นั่นทุกวัน

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ พี่เขยได้ขอให้หนูไปขี่จักรยานเป็นเพื่อน หนูก็ไปค่ะ

แล้วพี่เขยก็ได้เล่าให้ฟังว่า เขามีอะไรกับผู้หญิงคนนี้แล้ว (มีที่ไหน ทำท่าไหนมันบอกหมด)

เขาบอกว่าเขาเคยให้เงินผู้หญิงคนนี้ใช้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยที่เมียไม่รู้ เพราะเขาให้โดยการทำเรื่อง

โอนเงินจากส่วนที่ 1 (เงินที่อยู่บัญชีในสวิส) เขาขอให้หนูเก็บเป็นความลับ

(มาบอกน้องเมียแบบนี้ แล้วขอให้น้องเมียเก็บเป็นความลับ จะไหวไม๊เนี่ย)

หนูก็เก็บค่ะ เพราะหนูเข้าใจว่า เขาโอนให้แค่ครั้งเดียว

มาเมื่อเดือนที่แล้ว เรื่องราวบานปลายใหญ่โต พี่สาวได้รู้เรื่อง

มีคนมาบอกพี่สาวว่า พี่เขยหักเงินให้ผู้หญิงคนนั้นทุกเดือน เดือนละ 500 ฟรัง

(หนึ่งหมื่นห้าพันบาทไทยโดยประมาณ)

หนักไปกว่านั้น ไอ้พี่เขยตัวดี ได้ทำการเอาใบโอนเงินไปโชว์ชาวบ้านร้านช่อง

ว่าตูนี้แน่มาก เอาเงินให้เมียน้อยจริง ๆ ไม่อิงนิยาย แล้วเมียตูก็โง่ ไม่รู้เรื่อง


พี่สาวหนูโง่จริง ๆ ค่ะ เพราะความรู้น้อย ผู้หญิงบ้านนอก อายุ 50 ปี การศึกษาน้อย

ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยสักตัว

ไอ้พี่เขยตัวแสบแอบเอาจดหมายไปซ่อน ถึงมันไม่ซ่อน พี่สาวก็อ่านไม่ออกค่ะ

(จดหมายที่แจ้งว่าคุณมีรายได้เท่าไร หักไปที่ไหน ให้ใครบ้างเหลือเงินอยู่เท่าไร)

หนูสงสารพี่สาวมาก ที่ต้องมาเจอสามีเลว ๆ แบบนี้ ตอนนี้ชาวบ้านก็พูดกันไปหลายกิโลเมตร

พูดกับหนูนี่แหละค่ะ เพราะหนูออกขี่จักรยานทุกวัน ชาวบ้านก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ

ที่สำคัญ ผู้หญิงคนนั้นอายุก็ประมาณพี่สาวหนู แล้วเธอก็มีสามีคนไทยอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ

ก่อนหน้าก็ไปฉกสามีชาวบ้านมา (ในขณะที่หลอกเอาเงินพี่เขยหนู)

ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนสามีใหม่ค่ะ ฉกเขามาอีกเหมือนกัน (เขามีลูกมีเมียแล้วด้วยค่ะ)

ไปหลอกให้สามีใหม่มาทำร้านอาหารให้ (ตอนนี้เมียไอ้สามีใหม่ก็ปรี๊ดแตกอยู่ค่ะ)

ส่วนพี่เขยหนูก็โง่ค่ะ ฟังไทยได้บ้างไม่ได้บ้าง อังกฤษก็งู ๆ ปลา ๆ

ที่สำคัญ ใครไปพูดกับมันเรื่องนี้มันจะด่ากลับว่าไม่รู้จริง ไอ้สามีใหม่นั่นเพื่อนเค้าไม่ใช่สามี

หนูอยากจะถามปัญหาดังนี้ค่ะ

1. ไม่ทราบว่าสถานะการสมรสของพี่สาวหนูสมบูรณ์ตามกฎหมายสวิสไหมคะ

ถ้าไม่สมบูรณ์ พี่สาวหนูจะทำอย่างไรถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้อง


2. ถ้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของสวิส

พี่สาวหนูมีสิทธิ์ที่จะฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงดูไหมคะ

เพราะทั้งคู่อยู่เมืองไทย ส่วนพี่สาวหนูไม่มีรายได้อะไร แถมมีลูกติด 3 คน



หนูขอรบกวนพี่ ๆ ช่วยให้คำปรึกษาด้วยนะคะ

พวกหนูไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ เราไม่เคยคิดจะมีสามีเป็นชาวต่างชาติ

แล้วก็ไม่คิดที่จะหลอกชาวต่างชาติเพื่อเอาเงินเหมือนข่าวที่พวกฝรั่งพูดกัน

(พวกฝรั่งชอบพูดว่า หญิงไทยไล่จับฝรั่งแล้วหลอกเอาเงินจนหมดตัวแล้วถีบหัวส่ง)


Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: nidnid on March 02, 2010, 04:07:06 PM
สวัสดีคะ

อืม อ่านแล้วก็เห็นใจคะ

ดิฉันงงนิดหนึ่งคะว่า พี่สาวคุณเปลี่ยไปใช้นามสกุลพี่เขยฝรั่ง  ไม่ทราบว่าตอนไปเปลี่ยนนามสกุลนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ถามหาเจ้าของนามสกุลเหรอคะ

แล้วญาติที่อยู่ที่สวิส เขาไม่ช่วยแปลหรือว่าคอยให้คำแนะนำเรื่องเอกสารเลยหรือคะ

การจดทะเบียนสมรสไม่ว่าจดที่ไหน (ถ้าไม่เป็นทะเบียนสมรสซ้อน) พี่สาวคุณมีสิทธิถูกต้องตามกฎหมายสวิสคะ 

เรื่องการฟ้องหย่า ก็ฟ้องได้คะ ถ้ามีหลักฐานครบว่าพี่เขยมีชู้ แสดงออกในที่สาธารณะ หรือเชิดชูหญิงที่เป็นชู้ออกนอกหน้า (โอ้ย ภาษากฎหมายเขียนยากจริง ๆ )
คือเอาเป็นว่า เก็บหลักฐาน ปรึกษาทนาย อย่าให้ชู้และพี่เขยคุณรู้ตัว จากนั้นก็ดำเนินการตามกฎหมาย

ดิฉันยังติดใจเรื่องการเปลี่ยนนามสกุลของพี่สาวคุณอยู่นะคะ ยังไงเข้ามาให้รายละเอียดมากกว่านี้คะ

เดี๋ยวป้าพอลและผู้รู้ท่านอื่นจะได้มาแนะนำได้ถูกทางคะ



Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: pall on March 06, 2010, 05:27:51 PM
สวัสดีค่ะ คุณnidnid

สวัสดีค่ะ คุณPixyPoona
หญิงไทยหากแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับสามีไม่ว่าจดทะเบียนในประเทศไทย
หรือต่างประเทศ ถือว่าเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย
การหย่าในเมืองไทยนั้น กฎหมายกำหนดไว้สองอย่าง คือ
1.หย่าโดยความยินยอม ทั้งสองฝ่าย
http://www.pandinthong.com/ViewContent.php?ContentID=2279
2.หย่าโดยอำนาจศาลคือฟ้องหย่า

และเหตุผลของการฟ้องหย่าสามารถทำได้ตามมาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้

(1) สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

มาตรา 1517 เหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1) และ (2) ถ้าสามีหรือภริยาแล้วแต่กรณี ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำที่เป็นเหตุหย่านั้น ฝ่ายที่ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจนั้นจะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้

เหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (10) ถ้าเกิดเพราะการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งอีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้

ในกรณีฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุแห่งการผิดทัณฑ์บนตามมาตรา 1516 (8) นั้นถ้าศาลเห็นว่าความประพฤติของสามีหรือภริยาอันเป็นเหตุให้ทำทัณฑ์บนเป็นเหตุเล็กน้อยหรือไม่สำคัญเกี่ยวแก่การอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยปกติสุข ศาลจะไม่พิพากษาให้หย่าก็ได้
http://www.skidlaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=3

ผลของการหย่าโดยคำพิพากษาของศาลแยกพิจารณาได้ดังนี้

ประการแรก ผลของการหย่าระหว่างคู่สมรส ได้แก่
(1)การแบ่งสินสมรสและการชำระหนี้
การแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ให้แบ่งกันตามจำนวนที่มีอยู่ในวันฟ้องหย่า ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาหลังวันฟ้องหย่าย่อมตกเป็นของฝ่ายนั้น ไม่เป็นสินสมรสอีกต่อไป การแบ่งสินสมรสนั้นให้ชายและหญิงได้ส่วนแบ่งในสินสมรสเท่ากัน หากชายและหญิงนั้นมีหนี้ร่วมกันในระหว่างเป็นสามีภริยา  ความรับผิดในหนี้ร่วมต้องแบ่งตามส่วนเท่ากัน โดยมิต้องคำนึงถึงกองสินส่วนตัว หรือส่วนแบ่งสินสมรสที่ชายหญิงนั้นได้รับไปหากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจำหน่ายสินสมรสในลักษณะที่ทำให้อีกฝ่ายเสียประโยชน์หรือโดยไม่ได้รับความยินยอม คู่สมรสฝ่ายที่จำหน่ายจะต้องชดใช้ให้แก่กองสินสมรสเท่ากับจำนวนที่จำหน่ายไป ทำให้จำนวนสินสมรสที่จะนำมาแบ่งคงมีจำนวนเท่าเดิมก่อนการจำหน่าย การชดใช้ดังกล่าวจะชดใช้จากสินสมรสส่วนของตน หรือจากสินส่วนตัวก็ได้
(1)     ค่าทดแทน
     ค่าทดแทนเป็นเงินที่กฎหมายกำหนดให้คู่สมรสที่เป็นจำเลยในคดีฟ้องหย่าจ่ายเป็นค่าเสียหายให้แก่คู่สมรสฝ่ายโจทก์ ได้แก่กรณีที่ ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516(1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากหญิงอื่นหรือชู้แล้วแต่กรณีได้ หากตนมิได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในอีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1)
    นอกจากนี้ ถ้าเหตุแห่งการหย่าตามมาตรา 1516(3) (4) หรือ (6) เกิดขึ้นเพราะฝ่ายผู้ต้องรับผิดชอบก่อให้เกิดขึ้นโดยมุ่งประสงค์ให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่อาจทนได้ จึงต้องฟ้องหย่า อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากฝ่ายที่ต้องรับผิด
    การกำหนดค่าทดแทนศาลจะวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์ โดยศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียว หรือแบ่งชำระเป็นงวดๆ ก็ได้
(2)     ค่าเลี้ยงชีพ
     ค่าเลี้ยงชีพ เป็นเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่กฎหมายกำหนดให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดชอบเมื่อมีการหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ได้แก่การฟ้องหย่าที่เกิดจากความผิดของคู่สมรสที่ถูกฟ้อง หากการหย่าจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลงเพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานตามที่เคยทำอยู่ระหว่างสมรส คู่สมรสที่เป็นฝ่ายที่เป็นฝ่ายผิดในคดีหย่าจะต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพด้วย ซึ่งค่าเลี้ยงชีพอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนภายหลังได้ แล้วแต่พฤติการณ์ ทั้งนี้ค่าเลี้ยงชีพ มีลักษณะเฉพาะตัว ดังนั้นสิทธิจะได้รับค่าเลี้ยงชีพมีลักษณะเฉพาะตัว ดังนั้นสิทธิจะได้รับค่าเลี้ยงชีพจะสละ หรือโอนมิได้ และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี
http://www.love4home.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=love4homecom&thispage=34&No=222928


ถ้าบุคคลทั้งคู่พำนักอยู่ที่เมืองไทยเป็นการถาวรไม่จำเป็นต้องไปฟ้องหย่าต่างประเทศ ผู้ที่ตัดสินใจทำการฟ้องร้องจะต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อใช้เรื่องในการฟ้องร้องและติดต่อทนาย

ขั้นตอนที่บุคคลสัญชาติไทยดำเนินการฟ้องหย่าบุคคลต่างชาติตามกฎหมายไทย
ก.ต้องปรากฏเหตุหย่าตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1516
ข.ยื่นต่อศาลที่มีภูมิลำเนาในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความความแพ่งมาตรา4 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า"เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น
1.คำฟ้องให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่
2.คำร้องขอให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาในเขตศาล
ค.ขณะยื่นฟ้องไม่ทราบว่าสามีมีภูมิลำเนาอยู่ที่ไหนให้ผู้มาขอคำปรึกษาแจ้งให้ทนายความทำคดีฟ้องหย่า
ให้ทราบข้อมูลนี้
ง.ถ้ารู้ที่อยู่ของสามีในต่างประเทศจะมีการทำตามระเบียบของศาลเกี่ยวกับการส่งหมายไปยังประเทศที่สามีพำนักอยู่
จ.ในกรณีย์ที่สามีอยู่ต่างประเทศจะต้องมีการฟ้องเกี่ยวกับทรัพย์สิน(สินสมรส)และค่าเลี้ยงดูตนเองและบุตร
จะฟ้องหย่าในประเทศที่สามีมีภูมิลำเนา จะได้รับคำตัดสินตามคำพิพากษามีประสิทธิภาพมากกว่าศาลไทย
แต่การฟ้องร้องแบบนี้มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน ใช้เงินมากและใช้เวลามากและยากต่อการดำเนินการให้สัมฤทธิผล

ปรึกษาปัญหากฎหมาย ปรึกษากฎหมาย ปัญหากฎหมาย ปรึกษาอัยการ คุ้มครองสิทธิ ช่วยเหลือกฎหมาย คนไทยในต่างประเทศ
คดีฟ้องหย่าน่าสนใจน่าอ่านมาก
http://www.humanrights.ago.go.th/index.php?option=com_smf&Itemid=2&topic=1266.0&consult=4&ref=2113
http://www.humanrights.ago.go.th/index.php?lang=thai

อย่างที่คุณ nidnid เขียนถามคุณ ค่ะ ไม่เห็นเอกสารการแต่งงานระหว่างพี่สาวและพี่เขยของคุณ
ถ้าพี่สาวคุณแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีความต้องการฟ้องหย่าก็สามารถทำได้
เหตุผลของการฟ้องหย่าสามารถทำได้ตามมาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่า
(1)   สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
และข้อมูลเกี่ยวกับการหย่าให้คุณเข้าไปอ่านข้างบนค่ะ
Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: PixyPoona on March 09, 2010, 03:22:57 AM
ขอบคุณพี่ ๆที่เข้ามาช่วยตอบค่ะ หนูนึกว่าไม่มีใครสนใจตอบซะแล้ว

ตอนที่ตกลงแต่งงานกันญาติก็แนะนำค่ะ ว่าให้ไปทำเรื่องที่สถานทูตสวิส แล้วญาติก็กลับไปสวิสค่ะ

พวกหนูก็เลยทำเรื่องกันเอง โดยเราทำตามขั้นตอนการจดทะเบียนทุกอย่างค่ะ

ตามที่เวปบอร์ดนี้บอกไว้คือต้องมีหลักฐานอะไรไปบ้าง

(พี่สาวหนู+พี่เขยทำเหมือนในเวปบอกทุกอย่าง)

หลังจากที่ทำเอกสารให้สถานทูตสวิส และสถานทูตรับรองแล้ว

พี่สาวหนูก็เอาเอกสารไปอำเภอค่ะ

เพื่อยืนยันว่าได้แต่งงานแล้ว ทางอำเภอก็ทำบัตรประชาชนใหม่เลยค่ะเปลี่ยนนามสกุลให้ด้วย

ตอนนี้เวลาซื้อรถ หรือซื้อที่ ก็จะเป็นชื่อพี่สาวหนูซึ่งนามสกุลสวิสค่ะ

แต่เรามาสงสัยที่ว่า เราต้องไปยืนยันที่อำเภอที่ประเทศสวิสหรือเปล่า

พี่เขยตัวดีมันพูดว่า ถ้าฟ้องหย่าพี่สาวหนูจะไม่ได้เงินค่ะ

หรือถ้ามันตายเงินที่โอนมาเมืองไทยก็จะหยุดไปทันที

หนูก็ถามว่าแล้วทำไมพี่สาวหนูไม่ได้เงินแม่ม่ายเหรอ เห็นญาติเขาได้

มันบอกว่า "ไม่ได้ค่ะ"

มันถึงทำให้หนูสงสัยว่า การจดทะเบียนครั้งนี้ไม่มีผลทางกฎหมายต่อประเทศสวิสหรือไง

เรื่องทะเบียนสมรสซ้อนไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ

เพราะถ้ามีปัญหาทางสถานทูตสวิส(ที่เมืองไทย)ก็คงจะไม่ดำเนินการให้เรา

ต่างคนต่างยื่นเอกสารรับรองโสดเรียบร้อยค่ะ ก่อนที่เขาจะพาพี่สาวไปเที่ยวสวิส


ตอนนี้มันก็ยังติดต่อกับผู้หญิงไทยคนนั้นอยู่ค่ะ ขนาดบอกว่าเขามีผัวแล้วมันก็หาว่าเราใส่ร้าย

จนมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราไปเจอเมียหลวงคนที่โดนฉกผัวมาค่ะ เจอกันที่ร้านอาหาร

เมียหลวงก็เล่าให้ฟังว่าผัวเอาทอง ขายข้าวขายของที่บ้านเอาเงินมาให้กิ๊กทำร้านอาหารใหม่

ตอนนี้มันเชื่อค่ะ แต่มันก็ยังโทร.หาเขาอยู่แล้วก็ไปหากิ๊กทุกกลางวันค่ะ

(กิ๊กมันเปิดร้านอาหารใหม่ก็เอาเงินจากที่ฉกผัวชาวบ้านมานั่นแหละ)


มันยังเห็นใจกิ๊กมันมากอยู่ มันบอกกิ๊กมันต้องส่งเงินรายวันค่าหนี้เงินกู้ทุกวัน

2 ราย (เงินกู้นอกระบบดอกโหด ๆ แบบเป็นข่าวน่ะค่ะ) วันละ 300 บาท

เป็นเวลา 3 ปี ลูกสาวก็ต้องเรียนระดับม.ปลาย คือกิ๊กมันก็ยังเรียกร้องความสงสารอยู่

ไม่ปล่อยมันมาง่าย ๆ หรอกค่ะ

หนูล่ะสุดจะทนกับไอ้ฝรั่งนี่เต็มกลืนแล้ว พี่สาวก็ถามเมื่อไหร่เธอจะหย่ากับฉัน

มันก็ไม่ยอมหย่าค่ะ มันบอกแต่ว่ามันไม่มีอะไร แค่ช่วยนิดหน่อย

มันไม่มีสมองจะคิดเลยว่าครอบครัวหนูนั้นอับอายแค่ไหนที่มันทำตัวแบบนี้



ถ้าจะหย่าพี่สาวหนูฟ้องหย่าที่เมืองไทยได้แต่ก็จะไม่ได้อะไรเลยใช่ไหมคะ

ไอ้พี่เขยบอกว่า

"ฟ้องหย่าไปเธอก็ไม่ได้อะไรเพราะกฎหมายไทยไม่บังคับให้ฉันส่งเสียเลี้ยงดูเธอ

แล้วฉันก็ไม่กลับสวิส ฉันจะอยู่เมืองไทย"

ดูสิคะมันรู้มากไปไหม


Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: PixyPoona on March 09, 2010, 03:34:18 AM
ขอโทดนะคะ หนูแก้ไขข้อความที่โพสต์ไปแล้วไม่ได้

หนูมาบอกเพิ่มค่ะ

พี่สาวบอกว่า หลังจากที่เสร็จเรื่องที่สถานทูตสวิส

ทางสถานทูตบังคับว่าจะต้องไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอด้วย

พี่สาว+พี่เขย ก็เลยไปจดทะเบียนและตอนนี้ก็มีใบทะเบียนสมรสแบบไทยค่ะ
Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: pall on March 09, 2010, 01:54:54 PM
พี่เขยคุณได้รับเงินประกันสังคม(คนสูงอายุ) AHVเมื่ออายุ 65 ปีตามกฎที่บัญญัติไว้เรียบร้อยแล้ว
เขาจะได้รับเงินคนแก่ส่วนนี้ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกตามสิทธิที่เขาควรจะได้รับ
แต่พี่สาวคุณอายุมีอายุน้อยกว่าและมีอายุยังไม่ครบ 64 ปีตามกฎระเบียบของเงินประกันสังคม(คนสูงอายุ) AHV
และไม่เคยจ่ายเงินส่วนนี้เลยดังนั้นพี่สาวคุณจะไม่ได้รับเงินคนแก่ส่วนนี้ เมื่อมีอายุครบ 64ปี
และรวมไปถึงเงินแม่ม่ายด้วยค่ะตามที่พี่เขยบอกไว้ นอกจากพี่สาวคุณต้องจ่ายเงินคนแก่ AHVปีละครั้ง/ไปติดต่อสถานทูตสวิสถ้าเป็นไปได้โดยพี่เขยคุณจะต้องเป็นผู้แจ้งทำให้ซึ่งจะเสียเงินประมาณCHF 450 ประมาณปีละหมื่นกว่าจนอายุครบ64ปีพี่สาวคุณจึงจะได้รับเงินคนแก่ AHV และ พี่สาวคุณจะได้รับความคุ้มครองกรณีย์สามีเสียชีวิตจะได้รับเงินแม่ม่ายถ้าพี่สาวใช้ชีวิตคู่กันอย่างปรกติ 5 ปีและอายุ45ปีขึ้นไป(ไม่ได้มีบุตรด้วยกัน) ซึ่งพี่สาวคุณต้องทำเรื่องยื่นคำร้องขอเงินส่วนนี้พี่สาวคุณถึงจะได้รับเงินส่วนนี้

ถูกต้องค่ะตามที่พี่เขยบอกไว้....วันใดที่พี่เขยคุณเสียชีวิตลงเมื่อไรเงินคนแก่ที่ได้รับจะยุติลงทันทีและพี่สาวคุณจะไม่ได้รับเงินแม่ม่ายด้วยค่ะอย่างเหตุผลที่บอกคุณมาข้างบน
การแต่งงานจดทะเบียนที่สถานฑูตสวิส ไม่มีผลและไม่มีความคุ้มครองทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะเมื่อพี่สาวคุณไม่ได้จ่ายเงินคนสูงอายุAHV
แต่จะมีผลอย่างเดียวคือเงินที่ได้มาระหว่างแต่งงานกันคือสินสมรสเท่านั้น
ผลหลังการหย่าทางกฎหมายไทยสิทธิความคุ้มครองหรือค่าเลี้ยงดูที่จะได้รับคุณคงทราบดีว่าเป็นอย่างไร
Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: yanisa on March 11, 2010, 03:29:55 AM
สวัสดีค่ะป้าพร   กะ คุณ  Pixypoona ด้วยนะค่ะ
ขอบคุณเจ้าของทู้มากเลยค่ะ  ด้วยว่าเป็นเรื่องไกล้ตัวเหลือเกิน  เฉิ่มก็เป็นเหมือนพี่สาวคุณพ่อบ้านสวิส  มาอยู่ที่เมืองไทยด้วยกัน (แถวบ้านเรียกฝรั่งรอตายค่ะ  ตัวแสบ)แรงไปนิดแต่จริงค่ะ   
ขอเป็นกำลังใจให้พี่สาวคุณผ่านปัญหาเล็กๆไปด้วยดี  ใจเย็นๆค่ะ   ไหนๆก็อยู่เป็นเพื่อนกันมา  ปัญหาแบบนี้ก็เกิดขึ้นเยอะแยะ
ด้วยค่านิยมผิดๆของคนไทยบางคนคิดว่าฝรั่งมีตังค์  เป็นกำลังอีกครั้งค่ะ
Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: lucky-1 on April 03, 2010, 10:10:55 PM
หวัดดี ป้าพอล และ จขกท   กำลังต้องการรู้เงินแม่ม่ายที่ต้องจ่ายรายปีพอดี อยู่เมืองไทยค่ะ และเพิ่งรู้ว่าสามีป่วยสารพัด หัวใจ ความดัน พาร์กินสัน อนาคตหนูหนักแน่ แต่หนูยังคิดว่าตัวเองโชคดีเสมอที่มีเขา
     เห็นใจปัญหานะคะ  ขออนุญาตออกความเห็นนะคะ ถ้าเป็นเราต้องทำไง หาก ผู้ชายอยากมีกิ้ก ก็ช่างเขา ถ้าเขารับผิดชอบส่งเสีย มีบ้านมีรถ  อายุปูนนี้ถ้าไม่คิดแต่งใหม่ ก็อยู่แบบเป็นเพื่อน เกื้อกูลกันไป เก็บเงินอดออมให้ดีเพราะชีวิตมันไม่มั่นคง  มีความสุขกับสิ่งที่ได้ อย่าสนใจเสียงซุบซิบนินทานักเลย
    ถ้าหย่าเขาแล้วชั่งนน.ดูว่า อะไรดีอะไรเสีย ทำใจดีกว่าค่ะ
Title: Re: เมื่อพี่เขยไปแอบมีกิ๊กและส่งเสียเลี้ยงดู หนูจะช่วยพี่สาวยังไงดีคะ
Post by: ตุ้ม on April 04, 2010, 09:51:50 AM
สวัสดีค่ะคุณ Pall และเพื่อนๆทุกคน

กลับมาแล้วค่ะหลังจากที่ได้ไปสนุกสมบุกสมบันที่เมืองไทยอย่างเต็มที่  หอบเอาไข้หวัดแดดและไอกลับมาใช้ที่สวิสดัวย

เงินคนแก่ AHV/AVS ที่จะต้องจ่ายประจำปีเพื่อจะได้มีสิทธิ์รับเงินแม่/พ่อม่ายและเงินคนแก่นั้น คำนวนจากรายได้ปีสุดท้ายและทรัพย์สินที่เรามีอยู่ในตอนนั้นด้วย(จากการแจ้งภาษีปีล่าสุด) โดยมีอัตราต่ำสุดเก็บสี่ร้อยกว่าฟรังค์และสูงสุดเก็บหนึ่งหมื่นฟรังค์  การจ่ายเงินประจำปีนี้มีผลต่อการคำนวนว่าผู้จ่ายจะได้รับเงินคนแก่เท่าไรเพราะการคำนวนคิดจากจำนวนปีที่เราจ่ายไป  ขอแนะนำว่าคู่สมรสที่ไม่ได้ทำงานถึงแม้จะไม่ได้อยู่ที่สวิสฯก็ควรจะจ่ายเงินนี้ไว้ทุกๆปีเพื่อผลประโยชน์ในอนาคตของตนเองค่ะ