ขอเล่ารายละเอียดก่อนจะถามคำถามนะคะ
เรื่องมีอยู่ว่า พี่สาวกับพี่เขย(เป็นคนสวิส) ได้แต่งงานกันมาประมาณ 7 ปีแล้วค่ะ
โดยทางเรามีญาติ(คนไทย)ไปแต่งงานกับคนสวิสแล้วอยู่สวิส 3 คน
พี่เขยคนนี้ได้รับการแนะนำจากญาติหลังจากมาเที่ยวเมืองไทย จึงทำให้เขาแต่งงานกัน
ในตอนที่แต่งงานกันพี่สาวได้เคยทำเรื่องแต่งงานโดยยื่นเรื่องที่สถานทูตสวิส
ซึ่งได้จัดการเอกสารใบรับรองโสดและอื่น ๆ ที่ทางสถูตสวิสกำหนด (ทางฝ่ายชายก็ทำ)
ปัจจุบัน พี่สาวหนูได้ใช้นามสกุลของพี่เขย
หลังจากนั้นพี่เขยได้กลับสวิสและได้ทำการหักเงินจากบัญชีตัวเอง
พี่เขยอายุ 65 ปีและกินบำนาญ(หนูไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไรดี)
และได้ทำเรื่องพาพี่สาวไปเที่ยวสวิส 2 เดือนค่ะ (ซึ่งไม่รู้ว่าเขาทำเรื่องไปที่นู่นด้วยเหตุผลใด)
พี่สาวก็ได้ติดตามสามีไปสวิส 2 เดือน โดยไปเที่ยวที่ต่าง ๆ
แต่ไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรเกี่ยวกับการแต่งงานเลย แล้วสองคนผัวเมียก็ทำการแพคกระเป๋า
แจ้งย้าย จ่ายภาษี เคลียร์ทุกอย่างที่สวิส แล้วพี่เขยก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยโดยถาวร
ซึ่งทุก ๆ ปี สองคนผัวเมียจะพากันไปต่ออายุวีซ่าให้อยู่ได้ 1 ปีค่ะ
พี่เขยจะทำการแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน
1.เก็บไว้ที่บัญชีสวิส
2.โอนเข้าบัญชีตัวเองที่เมืองไทย
3.โอนเข้าบัญชีพี่สาว
ทุก ๆ เย็นพี่เขยจะขี่จักรยานออกกำลังกายรอบหมู่บ้าน (บ้านนอก)
เมื่อสี่ปีที่แล้ว พี่เขยได้ไปรู้จักกับ ผู้หญิงคนนึง ซึ่งคน ๆ นี้ใคร ๆ แถวนี้ก็รู้ดีว่า
เธอเป็นคนชอบฉกสามีชาวบ้าน (หลอกเอาเงินผู้เฒ่าไทยแก่หง่อมก็เอา)
เขาเปิดร้านขายอาหารเล็ก ๆ อยู่ระหว่างทางขี่จักรยาน แล้วพี่เขยก็แวะที่นั่นทุกวัน
เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ พี่เขยได้ขอให้หนูไปขี่จักรยานเป็นเพื่อน หนูก็ไปค่ะ
แล้วพี่เขยก็ได้เล่าให้ฟังว่า เขามีอะไรกับผู้หญิงคนนี้แล้ว (มีที่ไหน ทำท่าไหนมันบอกหมด)
เขาบอกว่าเขาเคยให้เงินผู้หญิงคนนี้ใช้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยที่เมียไม่รู้ เพราะเขาให้โดยการทำเรื่อง
โอนเงินจากส่วนที่ 1 (เงินที่อยู่บัญชีในสวิส) เขาขอให้หนูเก็บเป็นความลับ
(มาบอกน้องเมียแบบนี้ แล้วขอให้น้องเมียเก็บเป็นความลับ จะไหวไม๊เนี่ย)
หนูก็เก็บค่ะ เพราะหนูเข้าใจว่า เขาโอนให้แค่ครั้งเดียว
มาเมื่อเดือนที่แล้ว เรื่องราวบานปลายใหญ่โต พี่สาวได้รู้เรื่อง
มีคนมาบอกพี่สาวว่า พี่เขยหักเงินให้ผู้หญิงคนนั้นทุกเดือน เดือนละ 500 ฟรัง
(หนึ่งหมื่นห้าพันบาทไทยโดยประมาณ)
หนักไปกว่านั้น ไอ้พี่เขยตัวดี ได้ทำการเอาใบโอนเงินไปโชว์ชาวบ้านร้านช่อง
ว่าตูนี้แน่มาก เอาเงินให้เมียน้อยจริง ๆ ไม่อิงนิยาย แล้วเมียตูก็โง่ ไม่รู้เรื่อง
พี่สาวหนูโง่จริง ๆ ค่ะ เพราะความรู้น้อย ผู้หญิงบ้านนอก อายุ 50 ปี การศึกษาน้อย
ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยสักตัว
ไอ้พี่เขยตัวแสบแอบเอาจดหมายไปซ่อน ถึงมันไม่ซ่อน พี่สาวก็อ่านไม่ออกค่ะ
(จดหมายที่แจ้งว่าคุณมีรายได้เท่าไร หักไปที่ไหน ให้ใครบ้างเหลือเงินอยู่เท่าไร)
หนูสงสารพี่สาวมาก ที่ต้องมาเจอสามีเลว ๆ แบบนี้ ตอนนี้ชาวบ้านก็พูดกันไปหลายกิโลเมตร
พูดกับหนูนี่แหละค่ะ เพราะหนูออกขี่จักรยานทุกวัน ชาวบ้านก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ
ที่สำคัญ ผู้หญิงคนนั้นอายุก็ประมาณพี่สาวหนู แล้วเธอก็มีสามีคนไทยอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ
ก่อนหน้าก็ไปฉกสามีชาวบ้านมา (ในขณะที่หลอกเอาเงินพี่เขยหนู)
ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนสามีใหม่ค่ะ ฉกเขามาอีกเหมือนกัน (เขามีลูกมีเมียแล้วด้วยค่ะ)
ไปหลอกให้สามีใหม่มาทำร้านอาหารให้ (ตอนนี้เมียไอ้สามีใหม่ก็ปรี๊ดแตกอยู่ค่ะ)
ส่วนพี่เขยหนูก็โง่ค่ะ ฟังไทยได้บ้างไม่ได้บ้าง อังกฤษก็งู ๆ ปลา ๆ
ที่สำคัญ ใครไปพูดกับมันเรื่องนี้มันจะด่ากลับว่าไม่รู้จริง ไอ้สามีใหม่นั่นเพื่อนเค้าไม่ใช่สามี
หนูอยากจะถามปัญหาดังนี้ค่ะ
1. ไม่ทราบว่าสถานะการสมรสของพี่สาวหนูสมบูรณ์ตามกฎหมายสวิสไหมคะ
ถ้าไม่สมบูรณ์ พี่สาวหนูจะทำอย่างไรถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้อง
2. ถ้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของสวิส
พี่สาวหนูมีสิทธิ์ที่จะฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงดูไหมคะ
เพราะทั้งคู่อยู่เมืองไทย ส่วนพี่สาวหนูไม่มีรายได้อะไร แถมมีลูกติด 3 คน
หนูขอรบกวนพี่ ๆ ช่วยให้คำปรึกษาด้วยนะคะ
พวกหนูไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ เราไม่เคยคิดจะมีสามีเป็นชาวต่างชาติ
แล้วก็ไม่คิดที่จะหลอกชาวต่างชาติเพื่อเอาเงินเหมือนข่าวที่พวกฝรั่งพูดกัน
(พวกฝรั่งชอบพูดว่า หญิงไทยไล่จับฝรั่งแล้วหลอกเอาเงินจนหมดตัวแล้วถีบหัวส่ง)
สวัสดีคะ
อืม อ่านแล้วก็เห็นใจคะ
ดิฉันงงนิดหนึ่งคะว่า พี่สาวคุณเปลี่ยไปใช้นามสกุลพี่เขยฝรั่ง ไม่ทราบว่าตอนไปเปลี่ยนนามสกุลนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ถามหาเจ้าของนามสกุลเหรอคะ
แล้วญาติที่อยู่ที่สวิส เขาไม่ช่วยแปลหรือว่าคอยให้คำแนะนำเรื่องเอกสารเลยหรือคะ
การจดทะเบียนสมรสไม่ว่าจดที่ไหน (ถ้าไม่เป็นทะเบียนสมรสซ้อน) พี่สาวคุณมีสิทธิถูกต้องตามกฎหมายสวิสคะ
เรื่องการฟ้องหย่า ก็ฟ้องได้คะ ถ้ามีหลักฐานครบว่าพี่เขยมีชู้ แสดงออกในที่สาธารณะ หรือเชิดชูหญิงที่เป็นชู้ออกนอกหน้า (โอ้ย ภาษากฎหมายเขียนยากจริง ๆ )
คือเอาเป็นว่า เก็บหลักฐาน ปรึกษาทนาย อย่าให้ชู้และพี่เขยคุณรู้ตัว จากนั้นก็ดำเนินการตามกฎหมาย
ดิฉันยังติดใจเรื่องการเปลี่ยนนามสกุลของพี่สาวคุณอยู่นะคะ ยังไงเข้ามาให้รายละเอียดมากกว่านี้คะ
เดี๋ยวป้าพอลและผู้รู้ท่านอื่นจะได้มาแนะนำได้ถูกทางคะ
สวัสดีค่ะ คุณnidnid
สวัสดีค่ะ คุณPixyPoona
หญิงไทยหากแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับสามีไม่ว่าจดทะเบียนในประเทศไทย
หรือต่างประเทศ ถือว่าเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย
การหย่าในเมืองไทยนั้น กฎหมายกำหนดไว้สองอย่าง คือ
1.หย่าโดยความยินยอม ทั้งสองฝ่าย
http://www.pandinthong.com/ViewContent.php?ContentID=2279
2.หย่าโดยอำนาจศาลคือฟ้องหย่า
และเหตุผลของการฟ้องหย่าสามารถทำได้ตามมาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
มาตรา 1517 เหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1) และ (2) ถ้าสามีหรือภริยาแล้วแต่กรณี ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำที่เป็นเหตุหย่านั้น ฝ่ายที่ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจนั้นจะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้
เหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (10) ถ้าเกิดเพราะการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งอีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้
ในกรณีฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุแห่งการผิดทัณฑ์บนตามมาตรา 1516 (8) นั้นถ้าศาลเห็นว่าความประพฤติของสามีหรือภริยาอันเป็นเหตุให้ทำทัณฑ์บนเป็นเหตุเล็กน้อยหรือไม่สำคัญเกี่ยวแก่การอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยปกติสุข ศาลจะไม่พิพากษาให้หย่าก็ได้
http://www.skidlaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=3
ผลของการหย่าโดยคำพิพากษาของศาลแยกพิจารณาได้ดังนี้
ประการแรก ผลของการหย่าระหว่างคู่สมรส ได้แก่
(1)การแบ่งสินสมรสและการชำระหนี้
การแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ให้แบ่งกันตามจำนวนที่มีอยู่ในวันฟ้องหย่า ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาหลังวันฟ้องหย่าย่อมตกเป็นของฝ่ายนั้น ไม่เป็นสินสมรสอีกต่อไป การแบ่งสินสมรสนั้นให้ชายและหญิงได้ส่วนแบ่งในสินสมรสเท่ากัน หากชายและหญิงนั้นมีหนี้ร่วมกันในระหว่างเป็นสามีภริยา ความรับผิดในหนี้ร่วมต้องแบ่งตามส่วนเท่ากัน โดยมิต้องคำนึงถึงกองสินส่วนตัว หรือส่วนแบ่งสินสมรสที่ชายหญิงนั้นได้รับไปหากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจำหน่ายสินสมรสในลักษณะที่ทำให้อีกฝ่ายเสียประโยชน์หรือโดยไม่ได้รับความยินยอม คู่สมรสฝ่ายที่จำหน่ายจะต้องชดใช้ให้แก่กองสินสมรสเท่ากับจำนวนที่จำหน่ายไป ทำให้จำนวนสินสมรสที่จะนำมาแบ่งคงมีจำนวนเท่าเดิมก่อนการจำหน่าย การชดใช้ดังกล่าวจะชดใช้จากสินสมรสส่วนของตน หรือจากสินส่วนตัวก็ได้
(1) ค่าทดแทน
ค่าทดแทนเป็นเงินที่กฎหมายกำหนดให้คู่สมรสที่เป็นจำเลยในคดีฟ้องหย่าจ่ายเป็นค่าเสียหายให้แก่คู่สมรสฝ่ายโจทก์ ได้แก่กรณีที่ ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516(1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากหญิงอื่นหรือชู้แล้วแต่กรณีได้ หากตนมิได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในอีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1)
นอกจากนี้ ถ้าเหตุแห่งการหย่าตามมาตรา 1516(3) (4) หรือ (6) เกิดขึ้นเพราะฝ่ายผู้ต้องรับผิดชอบก่อให้เกิดขึ้นโดยมุ่งประสงค์ให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่อาจทนได้ จึงต้องฟ้องหย่า อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากฝ่ายที่ต้องรับผิด
การกำหนดค่าทดแทนศาลจะวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์ โดยศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียว หรือแบ่งชำระเป็นงวดๆ ก็ได้
(2) ค่าเลี้ยงชีพ
ค่าเลี้ยงชีพ เป็นเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่กฎหมายกำหนดให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดชอบเมื่อมีการหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ได้แก่การฟ้องหย่าที่เกิดจากความผิดของคู่สมรสที่ถูกฟ้อง หากการหย่าจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลงเพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานตามที่เคยทำอยู่ระหว่างสมรส คู่สมรสที่เป็นฝ่ายที่เป็นฝ่ายผิดในคดีหย่าจะต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพด้วย ซึ่งค่าเลี้ยงชีพอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนภายหลังได้ แล้วแต่พฤติการณ์ ทั้งนี้ค่าเลี้ยงชีพ มีลักษณะเฉพาะตัว ดังนั้นสิทธิจะได้รับค่าเลี้ยงชีพมีลักษณะเฉพาะตัว ดังนั้นสิทธิจะได้รับค่าเลี้ยงชีพจะสละ หรือโอนมิได้ และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี
http://www.love4home.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=love4homecom&thispage=34&No=222928
ถ้าบุคคลทั้งคู่พำนักอยู่ที่เมืองไทยเป็นการถาวรไม่จำเป็นต้องไปฟ้องหย่าต่างประเทศ ผู้ที่ตัดสินใจทำการฟ้องร้องจะต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อใช้เรื่องในการฟ้องร้องและติดต่อทนาย
ขั้นตอนที่บุคคลสัญชาติไทยดำเนินการฟ้องหย่าบุคคลต่างชาติตามกฎหมายไทย
ก.ต้องปรากฏเหตุหย่าตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1516
ข.ยื่นต่อศาลที่มีภูมิลำเนาในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความความแพ่งมาตรา4 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า"เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น
1.คำฟ้องให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่
2.คำร้องขอให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาในเขตศาล
ค.ขณะยื่นฟ้องไม่ทราบว่าสามีมีภูมิลำเนาอยู่ที่ไหนให้ผู้มาขอคำปรึกษาแจ้งให้ทนายความทำคดีฟ้องหย่า
ให้ทราบข้อมูลนี้
ง.ถ้ารู้ที่อยู่ของสามีในต่างประเทศจะมีการทำตามระเบียบของศาลเกี่ยวกับการส่งหมายไปยังประเทศที่สามีพำนักอยู่
จ.ในกรณีย์ที่สามีอยู่ต่างประเทศจะต้องมีการฟ้องเกี่ยวกับทรัพย์สิน(สินสมรส)และค่าเลี้ยงดูตนเองและบุตร
จะฟ้องหย่าในประเทศที่สามีมีภูมิลำเนา จะได้รับคำตัดสินตามคำพิพากษามีประสิทธิภาพมากกว่าศาลไทย
แต่การฟ้องร้องแบบนี้มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน ใช้เงินมากและใช้เวลามากและยากต่อการดำเนินการให้สัมฤทธิผล
ปรึกษาปัญหากฎหมาย ปรึกษากฎหมาย ปัญหากฎหมาย ปรึกษาอัยการ คุ้มครองสิทธิ ช่วยเหลือกฎหมาย คนไทยในต่างประเทศ
คดีฟ้องหย่าน่าสนใจน่าอ่านมาก
http://www.humanrights.ago.go.th/index.php?option=com_smf&Itemid=2&topic=1266.0&consult=4&ref=2113
http://www.humanrights.ago.go.th/index.php?lang=thai
อย่างที่คุณ nidnid เขียนถามคุณ ค่ะ ไม่เห็นเอกสารการแต่งงานระหว่างพี่สาวและพี่เขยของคุณ
ถ้าพี่สาวคุณแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีความต้องการฟ้องหย่าก็สามารถทำได้
เหตุผลของการฟ้องหย่าสามารถทำได้ตามมาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่า
(1) สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
และข้อมูลเกี่ยวกับการหย่าให้คุณเข้าไปอ่านข้างบนค่ะ
ขอบคุณพี่ ๆที่เข้ามาช่วยตอบค่ะ หนูนึกว่าไม่มีใครสนใจตอบซะแล้ว
ตอนที่ตกลงแต่งงานกันญาติก็แนะนำค่ะ ว่าให้ไปทำเรื่องที่สถานทูตสวิส แล้วญาติก็กลับไปสวิสค่ะ
พวกหนูก็เลยทำเรื่องกันเอง โดยเราทำตามขั้นตอนการจดทะเบียนทุกอย่างค่ะ
ตามที่เวปบอร์ดนี้บอกไว้คือต้องมีหลักฐานอะไรไปบ้าง
(พี่สาวหนู+พี่เขยทำเหมือนในเวปบอกทุกอย่าง)
หลังจากที่ทำเอกสารให้สถานทูตสวิส และสถานทูตรับรองแล้ว
พี่สาวหนูก็เอาเอกสารไปอำเภอค่ะ
เพื่อยืนยันว่าได้แต่งงานแล้ว ทางอำเภอก็ทำบัตรประชาชนใหม่เลยค่ะเปลี่ยนนามสกุลให้ด้วย
ตอนนี้เวลาซื้อรถ หรือซื้อที่ ก็จะเป็นชื่อพี่สาวหนูซึ่งนามสกุลสวิสค่ะ
แต่เรามาสงสัยที่ว่า เราต้องไปยืนยันที่อำเภอที่ประเทศสวิสหรือเปล่า
พี่เขยตัวดีมันพูดว่า ถ้าฟ้องหย่าพี่สาวหนูจะไม่ได้เงินค่ะ
หรือถ้ามันตายเงินที่โอนมาเมืองไทยก็จะหยุดไปทันที
หนูก็ถามว่าแล้วทำไมพี่สาวหนูไม่ได้เงินแม่ม่ายเหรอ เห็นญาติเขาได้
มันบอกว่า "ไม่ได้ค่ะ"
มันถึงทำให้หนูสงสัยว่า การจดทะเบียนครั้งนี้ไม่มีผลทางกฎหมายต่อประเทศสวิสหรือไง
เรื่องทะเบียนสมรสซ้อนไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ
เพราะถ้ามีปัญหาทางสถานทูตสวิส(ที่เมืองไทย)ก็คงจะไม่ดำเนินการให้เรา
ต่างคนต่างยื่นเอกสารรับรองโสดเรียบร้อยค่ะ ก่อนที่เขาจะพาพี่สาวไปเที่ยวสวิส
ตอนนี้มันก็ยังติดต่อกับผู้หญิงไทยคนนั้นอยู่ค่ะ ขนาดบอกว่าเขามีผัวแล้วมันก็หาว่าเราใส่ร้าย
จนมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราไปเจอเมียหลวงคนที่โดนฉกผัวมาค่ะ เจอกันที่ร้านอาหาร
เมียหลวงก็เล่าให้ฟังว่าผัวเอาทอง ขายข้าวขายของที่บ้านเอาเงินมาให้กิ๊กทำร้านอาหารใหม่
ตอนนี้มันเชื่อค่ะ แต่มันก็ยังโทร.หาเขาอยู่แล้วก็ไปหากิ๊กทุกกลางวันค่ะ
(กิ๊กมันเปิดร้านอาหารใหม่ก็เอาเงินจากที่ฉกผัวชาวบ้านมานั่นแหละ)
มันยังเห็นใจกิ๊กมันมากอยู่ มันบอกกิ๊กมันต้องส่งเงินรายวันค่าหนี้เงินกู้ทุกวัน
2 ราย (เงินกู้นอกระบบดอกโหด ๆ แบบเป็นข่าวน่ะค่ะ) วันละ 300 บาท
เป็นเวลา 3 ปี ลูกสาวก็ต้องเรียนระดับม.ปลาย คือกิ๊กมันก็ยังเรียกร้องความสงสารอยู่
ไม่ปล่อยมันมาง่าย ๆ หรอกค่ะ
หนูล่ะสุดจะทนกับไอ้ฝรั่งนี่เต็มกลืนแล้ว พี่สาวก็ถามเมื่อไหร่เธอจะหย่ากับฉัน
มันก็ไม่ยอมหย่าค่ะ มันบอกแต่ว่ามันไม่มีอะไร แค่ช่วยนิดหน่อย
มันไม่มีสมองจะคิดเลยว่าครอบครัวหนูนั้นอับอายแค่ไหนที่มันทำตัวแบบนี้
ถ้าจะหย่าพี่สาวหนูฟ้องหย่าที่เมืองไทยได้แต่ก็จะไม่ได้อะไรเลยใช่ไหมคะ
ไอ้พี่เขยบอกว่า
"ฟ้องหย่าไปเธอก็ไม่ได้อะไรเพราะกฎหมายไทยไม่บังคับให้ฉันส่งเสียเลี้ยงดูเธอ
แล้วฉันก็ไม่กลับสวิส ฉันจะอยู่เมืองไทย"
ดูสิคะมันรู้มากไปไหม
ขอโทดนะคะ หนูแก้ไขข้อความที่โพสต์ไปแล้วไม่ได้
หนูมาบอกเพิ่มค่ะ
พี่สาวบอกว่า หลังจากที่เสร็จเรื่องที่สถานทูตสวิส
ทางสถานทูตบังคับว่าจะต้องไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอด้วย
พี่สาว+พี่เขย ก็เลยไปจดทะเบียนและตอนนี้ก็มีใบทะเบียนสมรสแบบไทยค่ะ
พี่เขยคุณได้รับเงินประกันสังคม(คนสูงอายุ) AHVเมื่ออายุ 65 ปีตามกฎที่บัญญัติไว้เรียบร้อยแล้ว
เขาจะได้รับเงินคนแก่ส่วนนี้ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกตามสิทธิที่เขาควรจะได้รับ
แต่พี่สาวคุณอายุมีอายุน้อยกว่าและมีอายุยังไม่ครบ 64 ปีตามกฎระเบียบของเงินประกันสังคม(คนสูงอายุ) AHV
และไม่เคยจ่ายเงินส่วนนี้เลยดังนั้นพี่สาวคุณจะไม่ได้รับเงินคนแก่ส่วนนี้ เมื่อมีอายุครบ 64ปี
และรวมไปถึงเงินแม่ม่ายด้วยค่ะตามที่พี่เขยบอกไว้ นอกจากพี่สาวคุณต้องจ่ายเงินคนแก่ AHVปีละครั้ง/ไปติดต่อสถานทูตสวิสถ้าเป็นไปได้โดยพี่เขยคุณจะต้องเป็นผู้แจ้งทำให้ซึ่งจะเสียเงินประมาณCHF 450 ประมาณปีละหมื่นกว่าจนอายุครบ64ปีพี่สาวคุณจึงจะได้รับเงินคนแก่ AHV และ พี่สาวคุณจะได้รับความคุ้มครองกรณีย์สามีเสียชีวิตจะได้รับเงินแม่ม่ายถ้าพี่สาวใช้ชีวิตคู่กันอย่างปรกติ 5 ปีและอายุ45ปีขึ้นไป(ไม่ได้มีบุตรด้วยกัน) ซึ่งพี่สาวคุณต้องทำเรื่องยื่นคำร้องขอเงินส่วนนี้พี่สาวคุณถึงจะได้รับเงินส่วนนี้
ถูกต้องค่ะตามที่พี่เขยบอกไว้....วันใดที่พี่เขยคุณเสียชีวิตลงเมื่อไรเงินคนแก่ที่ได้รับจะยุติลงทันทีและพี่สาวคุณจะไม่ได้รับเงินแม่ม่ายด้วยค่ะอย่างเหตุผลที่บอกคุณมาข้างบน
การแต่งงานจดทะเบียนที่สถานฑูตสวิส ไม่มีผลและไม่มีความคุ้มครองทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะเมื่อพี่สาวคุณไม่ได้จ่ายเงินคนสูงอายุAHV
แต่จะมีผลอย่างเดียวคือเงินที่ได้มาระหว่างแต่งงานกันคือสินสมรสเท่านั้น
ผลหลังการหย่าทางกฎหมายไทยสิทธิความคุ้มครองหรือค่าเลี้ยงดูที่จะได้รับคุณคงทราบดีว่าเป็นอย่างไร
สวัสดีค่ะป้าพร กะ คุณ Pixypoona ด้วยนะค่ะ
ขอบคุณเจ้าของทู้มากเลยค่ะ ด้วยว่าเป็นเรื่องไกล้ตัวเหลือเกิน เฉิ่มก็เป็นเหมือนพี่สาวคุณพ่อบ้านสวิส มาอยู่ที่เมืองไทยด้วยกัน (แถวบ้านเรียกฝรั่งรอตายค่ะ ตัวแสบ)แรงไปนิดแต่จริงค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้พี่สาวคุณผ่านปัญหาเล็กๆไปด้วยดี ใจเย็นๆค่ะ ไหนๆก็อยู่เป็นเพื่อนกันมา ปัญหาแบบนี้ก็เกิดขึ้นเยอะแยะ
ด้วยค่านิยมผิดๆของคนไทยบางคนคิดว่าฝรั่งมีตังค์ เป็นกำลังอีกครั้งค่ะ
หวัดดี ป้าพอล และ จขกท กำลังต้องการรู้เงินแม่ม่ายที่ต้องจ่ายรายปีพอดี อยู่เมืองไทยค่ะ และเพิ่งรู้ว่าสามีป่วยสารพัด หัวใจ ความดัน พาร์กินสัน อนาคตหนูหนักแน่ แต่หนูยังคิดว่าตัวเองโชคดีเสมอที่มีเขา
เห็นใจปัญหานะคะ ขออนุญาตออกความเห็นนะคะ ถ้าเป็นเราต้องทำไง หาก ผู้ชายอยากมีกิ้ก ก็ช่างเขา ถ้าเขารับผิดชอบส่งเสีย มีบ้านมีรถ อายุปูนนี้ถ้าไม่คิดแต่งใหม่ ก็อยู่แบบเป็นเพื่อน เกื้อกูลกันไป เก็บเงินอดออมให้ดีเพราะชีวิตมันไม่มั่นคง มีความสุขกับสิ่งที่ได้ อย่าสนใจเสียงซุบซิบนินทานักเลย
ถ้าหย่าเขาแล้วชั่งนน.ดูว่า อะไรดีอะไรเสีย ทำใจดีกว่าค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ Pall และเพื่อนๆทุกคน
กลับมาแล้วค่ะหลังจากที่ได้ไปสนุกสมบุกสมบันที่เมืองไทยอย่างเต็มที่ หอบเอาไข้หวัดแดดและไอกลับมาใช้ที่สวิสดัวย
เงินคนแก่ AHV/AVS ที่จะต้องจ่ายประจำปีเพื่อจะได้มีสิทธิ์รับเงินแม่/พ่อม่ายและเงินคนแก่นั้น คำนวนจากรายได้ปีสุดท้ายและทรัพย์สินที่เรามีอยู่ในตอนนั้นด้วย(จากการแจ้งภาษีปีล่าสุด) โดยมีอัตราต่ำสุดเก็บสี่ร้อยกว่าฟรังค์และสูงสุดเก็บหนึ่งหมื่นฟรังค์ การจ่ายเงินประจำปีนี้มีผลต่อการคำนวนว่าผู้จ่ายจะได้รับเงินคนแก่เท่าไรเพราะการคำนวนคิดจากจำนวนปีที่เราจ่ายไป ขอแนะนำว่าคู่สมรสที่ไม่ได้ทำงานถึงแม้จะไม่ได้อยู่ที่สวิสฯก็ควรจะจ่ายเงินนี้ไว้ทุกๆปีเพื่อผลประโยชน์ในอนาคตของตนเองค่ะ