สวัสดีค่ะป้าพอล
สบายดีมั๊ยค่ะ อากาศร้อนมาก ๆ เลยช่วงนี้ ได้ไปเดินเขาบ้างหรือป่าวเอ่ย ;D
โจ้รบกวนถามป้าพอลเกี่ยวกับกฎหมายหน่อยค่ะ เคยถามป้าเล่น ๆ ไปครั่งหนึ่งแล้วเรื่องจะรับจ้างเลี้ยงเด็ก แล้วได้รู้ว่าที่สวิสมีกฎหมายครอบคลุมเกี่ยวกับงานพวกนี้อยู่ ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องกฎหมายSchwarzarbeit อยู่นะคะ หลังจากกินแห้วจากการสมัครไปหลายที่ ไม่ใช่เพราะภาษาเยอรมันไม่แข็งแรง แต่ติดปัญหาตรงที่ทำงานเต็มร้อยไม่ได้เท่านั้นเอง เพราะมีลูกนะคะป้า งานประเภท 50 เปอร์เซ็นต์แล้วไม่ต้องเน้นภาษามันเลยไม่มีให้ทำ :'(
ตอนนี้รับงานทำความสะอาดไว้ 2 เจ้าค่ะกะว่าจะหาเพิ่มอีกซักนิดหน่อยพอแก้ขัดกับเวลาที่มันมีเหลือเฟือ กะอยากได้เงินด้วย เพราะทำไปทำมาเรื่องเวลาค่อนข้างจะลงตัว ทำงานก็ไม่ลำบากอะไรมากเลย ชักจะชอบค่ะ แต่โดนสามีทักขึ้นมาว่าต้องมีการจ่ายภาษี และพวก AHV ทั้งหลายทั้งปวงตามกฎหมายจะทำอย่างเมืองไทยไม่ได้ ก็เลยได้มีเวลาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาก็ได้เข้าใจบางอย่างแล้วค่ะ ;D เล่ามาซะยาวขอเข้าเรื่องคำถามล่ะกันค่ะว่า
ต้องการจะขึ้นทะเบียนการเป็น Putzfrau ต้องไปติดต่อที่หน่วยงานไหนค่ะ เพราะส่งอีเมล์ไปถามหน่วยงาน AKSO Olten กะ Keine Schwarzarbeit Solothurn ว่าต้องทำยังไงบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่าให้ดูในเว๊บไซด์ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีนะคะ คืออยากรู้แบบเข้าประเด็นเลยนะคะ ว่าเราต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องกรอกแบบฟอร์มอะไรบ้าง แล้วเวลายื่นเสีย Sozial ต่าง ๆ ต้องทำอย่างไร เพราะนายจ้างก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ อีกเรื่องคือ Unfallversicherung ที่นายจ้างต้องจ่ายให้เราอย่างต่ำ 100 ฟรังต่อปี ถ้ารับงานหลาย ๆ ที่ นายจ้างทุกคนจำเป็นต้องจ่ายให้เราหมดทุกคนเลยหรือป่าว แล้วการขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้วสิทธิทั้งหลายทั้งปวงที่เราจะได้รับนั้นจะเหมือนกับการที่เราทำงานบริษัทใช่หรือป่าวค่ะป้า
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ;D
ไม่เป็นไรค่ะป้า ไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเองจนได้แล้วค่ะ วัยรุ่นใจร้อนนะคะ ทนรอไม่ไหว
สวัสดีค่ะ คุณโจ้วัยรุ่นใจร้อน
ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้รีบเข้ามาตอบเพราะไม่อยู่บ้านเลย ตกลงป้าไม่ต้องตอบแล้วไช่ไหมคะ
ถ้าคุณได้คำตอบแล้ว เข้ามาช่วยเขียนเล่าข้อมูลเป็นวิทยาทานแก่คนอื่นๆ น่าจะดีแน่ๆ เพราะคิดว่าต้องมีคนสนใจกับข้อมูลนี้จริงๆ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณโจ้ สวัสดีค่ะป้าพอล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคุณโจ้ด้วยนะคะที่ตั้งกระทู้ที่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย หลายๆกระทู้ด้วยกันที่ฝนอ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสวิตฯ และขอให้คุณโจ้ได้รับสิ่งๆดีตอบแทนกลับไปนะคะไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานก็ขอให้
ได้งานเพิ่มเร็วๆหรือไม่ก็มีงานใหม่ที่ดีที่ลงตัวกับเวลาของคุณโจ้เรียกเข้ามาเร็วๆนี้ค่ะ
ฝนขอเข้ามาชูมือเห็นด้วยกับป้าพอลค่ะว่าเป็นคนนึงที่อยากรู้ค่ะ เห็นหัวข้อกระทู้แล้วรีบคลิกเลยแบบว่าสนใจจริงๆค่ะ ฝนยังไม่มีประสบการณ์ใดๆมาแชร์เพราะยังไม่ได้สัมผัสเรื่องเหล่านี้เลยแต่ก็คาดว่าปีหน้าก็คงจะได้มาแชร์ประสบการณ์การมองหางานทำและการใช้ชีวิตที่สวิตฯให้คน
อื่นๆได้รับรู้ ตอนนี้ก็อาศัยอ่านเว็บที่มีประโยชน์เว็บนี้แล้วก็เก็บเกี่ยวความรู้ต่างๆเอาไว้ก่อน ขอบคุณคุณโจ้ล่วงหน้าด้วยนะคะ ;)
สวัสดีค่ะป้าพอล กะคุณฝน
ยินดีเข้ามาแชร์ประสบการณ์ค่ะ แต่ขอเวลานึดนึงนะคะ ตอนนี้รอฝั่งนายจ้างกรอกเอกสารให้อยู่
ไว้ให้ขั้นต้อนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ แล้วจะเข้ามาเล่าให้ฟังตั้งแต่เริ่มแรกเลยละกัน
สวัสดีค่ะทุก ๆ คน
ก็จะขอเข้ามาเล่าประสบการณ์การเป็นพนักงานทำความสะอาดตามห้องพัก โดยได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของสวิสนะคะ
แต่จะขอออกตัวก่อนว่า หากผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ เพราะบอกตามที่ตัวเองประสบมา หากใครที่อ่านแล้วมีข้อขัดแย้งก็เสนอแนะมาได้นะคะ โจ้จะได้รู้ว่าตัวเองรู้ข้อมูลผิดๆ จากตรงไหนบ้างและจะได้รู้ข้อมูลที่ถูกต้องค่ะ ;D
งาน Schwarzarbeit หรือที่ทางสวิสเค้าจัดกลุ่มไว้จะเรียกว่า Hausdienstarbeit ก็เป็นงานจำพวก รับจ้างทำความสะอาด,รับจ้างเลี้ยงเด็ก, รับจ้างดูแลคนแก่ ตามบ้านอะไรประมาณนี้นะคะ ที่ไม่ได้ขึ้นกับบริษัทฯ ถ้าจะให้โจ้เรียกขอใช้คำว่า รับจ๊อบล่ะกัน ซึ่งงานเล็ก ๆ น้อยเหล่านี้เราก็สามารถขึ้นทะเบียนจ่าย AHV/IV/EO/AlV, Unfallversicherung(ประกันอุบัติเหตุสำหรับอาชีพนี้โดยเฉพาะ)ถ้าให้เปรียบกับบ้านเราคงจะเหมือน ประกันสังคมนะคะ ซึ่งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เราก็จะได้เหมือนกับทำงานกับบริษัทฯ และการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้จึงได้รู้ว่าเมื่อทำงานแล้ว เราต้องจ่ายค่าใช้จ่ายข้างต้นเหล่านี้เป็นจำนวนมากพอสมควร อย่างประกันสังคมบ้านเรา จ่าย 5 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ใช่ม่ะ แต่ก็สูงสุดที่ 750 บาทเท่านั้น ถึงเงินเดือนจะมากกว่า 15000บาท ก็ยังจ่ายแค่ 750 เหมือนเดิม แต่ที่สวิสมิใช่อย่างนั้นค่ะ มีการจ่ายทั้งฝั่งนายจ้างและฝั่งลูกจ้างเช่นกัน ขอบอกแต่ทางฝั่งลูกจ้างนะคะว่าจะต้องโดนหักเป็นจำนวนเท่าไหร่ สำหรับอาชีพนี้จะโดนหักอยู่ที่ 11.05 เปอร์เซ็นต์จากรายรับเลยค่ะ แบ่งออกเป็นดังนี้ AHV/IV/EO ถูกหัก 5.05 ปซ. ขอให้ตัวย่อนะ ขี้เกียจพิมพ์..555 AlV ถูกหัก 1 ปซ. Quellensteuer ถูกหัก 5 ปซ.สรุปว่า ได้ค่าแรง ชั่วโมงละ 25 ฟรัง ถูกหักแล้วจะเหลือเพียง 22.24 ฟรัง
แล้วลองนึกถึงคุณสามีซิ ว่าเดือน ๆ หนึ่งจะโดนหักขนาดไหน เพราะของคุณสามีจะต้องมีอะไรที่ต้องถูกหักออกมากกว่านี้อีกนะ คิดแล้วสงสารคุณสามีขึ้นมาทันทีเลย :'(
ต่อค่ะ
วิธีการขึ้นทะเบียน เราก็ต้องคุยตกลงกับฝั่งนายจ้างก่อนว่าจะยอมทำให้ถูกต้องตามกฎหมายมั๊ย ถ้าตกลงกันได้แล้ว ก็ไปที่เกมายเด่ที่ตัวเองทำงานอยู่ ติดต่อกับหน่วยงาน AHV เพื่อขอแบบฟอร์ม หรือดาวน์โหลดเอาจากเว๊บไซด์ของ AHV ในเขตนั้น ๆ ก็ได้ ก็คือ Anmeldung für Hausdienstarbeitgebende Im privaten Haushalt อันนี้เป็นชื่อเรียกแบบฟอร์มนี้ในคันโทนSolothurn ส่วนอันนี้เป็นชื่อเรียกแบบฟอร์มประเภทเดียวกัน Anmeldung für private Arbeitgeber แต่เป็นของคันโทน Luzern ดูซิแบบฟอร์มประเภทเดียวกัน แต่เรียกต่างกัน ฉะนั้นกฎระเบียบต่าง ๆ ก็ขึ้นอยู่แต่ละคันโทนด้วย อาจจะไม่เหมือนกัน พอดีโจ้รับจ๊อบสองเขตอ่ะ หลังจากได้แบบฟอร์มแล้วก็เอาไปให้นายจ้างกรอกแล้วเซ็น ซึ่งจริง ๆ นายจ้างต้องเป็นคนดำเนินการทุกอย่างให้เรา แต่เพื่อความชัวร์ ว่าคุณนายจ้างไม่โกะ เดินเรื่องเองดีกว่า ;D อีกอย่างพวกเค้าส่วนใหญ่ก็ทำงานกันทั้งวัน เรามีเวลาเดินเรื่องเอาเองก็ได้ พอนายจ้างกรอกและเซ็นต์เสร็จสมบูรณ์ ก็ส่งไปให้หน่วยงาน AHV ในเขตนั้น ๆ ค่ะ เดี่ยวเจ้าหน้าที่เค้าก็จะติดต่อไปทางนายจ้างเอง ขั้นตอนนี้ไม่รู้แล้วล่ะ เป็นส่วนที่นายจ้างต้องเป็นคนดำเนินการเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ;D
และสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือประกันอุบัติเหตุ Unfallversicherung นายจ้างต้องซื้อกรมธรรม์ให้เรา กฎหมายระบุไว้เลย สำหรับงานที่ทำไม่ถึง 8 ชม. ซื้อปีละ 100 ฟรัง ติดต่อบริษัท AXA Winterthur ได้ค่ะ
และถ้าเป็นไปได้ให้ทำหนังสือสัญญาการว่าจ้างด้วย Arbeitsvertrag แต่ก็ไม่ต้องใส่รายละเอียดให้มันรัดกุมมากนัก เดี๋ยวมันจะแว้งมาทำร้ายเราเองเกิดอยากจะเลิกทำงานให้เค้า ระบุง่าย ๆ ว่าทำงานกับใคร ที่ไหน ระบุหมายเลข AHV ของเราลงไป ระบุรายรับว่าได้เป็นชม.ๆ ละเท่าไหร่ แล้วรายเอียดของงานต้องทำอะไรบ้าง ประเภทบ้านพัก หรือห้องพัก แล้วมีจำนวนกี่ห้อง ทำอาทิตย์ละกี่ชม. อะไรประมาณนี้นะคะ
ต่อค่ะ
สำหรับโจ้ ได้ค่าแรงเน็ท ๆ เลย 25ฟรัง ส่วนค่า AHVและอื่น ๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่บอกมาข้างต้น คุณนายจ้างออกให้หมด หมายความว่า คุณนายจ้างต้องจ่ายในส่วนที่ตัวเองต้องจ่าย และส่วนของเราที่เราต้องจ้ายด้วย สรุปเราไม่เสียอะไรเลยค่ะ งานก็สบาย ปัด ๆ กวาด ๆ ถู ๆ ดูดฝุ่น ล้างห้องน้ำ ฯลฯ แล้วพวกเค้าพื้นฐานก็สะอาดกันอยู่แล้ว แถบจะไม่ต้องทำอะไรมากเลย จะหนักหน่อยก็ล้างอ่างอาบน้ำขนาดประมาณจากุชชี่นี่ละคะ เพราะล้างเสร็จก็ต้องเช็ดแห้ง มันจะได้แจ่ม ๆ วิ๊งๆๆๆ แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ได้นายจ้างแบบนี้ค่ะ ไม่จุกจุกจู้จี้ เค้าจะให้กุญแจบ้านเราไว้เลยค่ะ เวลาไปทำก็เลือกเอาตามที่เราสะดวก สำหรับโจ้เหมาะมากค่ะ สำหรับคนมีลูก เพราะเวลาลูกปิดเทอมก็กระเตงลูกไปช่วยด้วย 2คนแม่ลูกช่วยกันมันส์ดีค่ะ พร้อมยังได้สอนเค้าไปในตัวด้วยว่า ถ้าอยากได้เงินก็ต้องรู้จักทำงาน และถ้าอยากทำงานสบายก็ต้องเรียนให้เก่ง ;)
หากใครจะลองทำอาชีพนี้ จะขอแนะนำตามแนวทางโจ้นะคะ คือ ต้องเลือกบ้านที่ไม่มีเด็ก ไม่มีสัตว์เลี้ยง ก่อนจะตัดสินใจตกลงทำงานให้ศึกษาการเดินทางก่อนจาก www.sbb.ch ว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ตารางเวลารถไฟสะดวกมั๊ยมีบ่อยมั๊ย ต้องคิดถึงหน้าหนาวด้วยค่ะ โจ้จะเลือกที่เป็นคู่แฟนอยู่ด้วยกัน คือมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย หรือไม่ก็ผู้หญิงล้วน ถ้าเป็นประเภทห้องผู้ชายไม่รับเลยค่ะ ขอคิดมากไว้ก่อนละกัน กลัวค่ะ ค่าแรงต้องจ่ายสด คือวางเงินไว้ให้เลยค่ะ อย่ารับงานเช็ดหน้าต่างเด็ดขาดถ้านายจ้าง จ้างคุณเพียง 2 ชม. ไม่ทันแน่นอน และที่สำคัญยอมเสียเวลาไปดูหน้างานก่อนตัดสินใจ แล้วคุณจะไม่ผิดหวังกับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ แล้วยังมีเวลาให้กับครอบครัวที่เรารักอีกด้วย ไม่เน้นภาษาอีกต่างหาก ;D
ตอนนี้โจ้รอผลสมัครงานผู้ช่วยในครัวอยู่ ทำเพียงอาทิตย์ละ 3 วัน วันละ 5 ชม.ช่วงกลางวัน ถ้าได้งานนี้ ก็จะไม่ทิ้งงานทำความสะอาดค่ะ เพราะทั้งสองเจ้าเค้าจะทำสลับอาทิตย์กัน คือสองอาทิตย์ทำที เราก็จัดเวลาให้ไม่ชนกันมันจะได้ไม่เหนื่อย เดือน ๆ หนึ่งก็มีค่าขนมเพิ่มจากรับจ๊อบทำความสะอาดนี้ประมาณ 2ร้อยกว่าฟรัง ถ้าคูณเป็นเงินไทยคงประมาณ 6 พันกว่าบาท โจ้ว่ามันก็ดีนะ คูณเป็นเงินไทยแล้วเป็นรายได้ของพนักงานทำความสะอาดที่ต้องทำทั้งเดือนสำหรับเมืองไทย แล้วก็ทำวันละ 8 ชม.
ใครไม่รังเกียจก็ลองหาดูค่ะ ยิ่งแถบ ๆ Zurich ลงประกาศหาคนทำความสะอาดเยอะมาก ๆ แล้วถ้าใครคิดว่าไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ได้ แต่ความคิดโจ้คิดว่าถ้าเกิดมีอุบัติเหตุขึ้นมาในบ้านนายจ้าง เช่น ลื่นหกล้มหัวแตก ขาแข้งหัก หรือโดนไฟดูด จะทำยังไง ใครจะรับผิดชอบ ถึงเราจะมีประกันส่วนตัวของเราเอง ถ้าเค้าถามว่าเกิดเหตุที่ไหน แล้วไปทำอะไรที่บ้านคนอื่น ไปๆ มาๆ จะกลายเป็นคนต่างด้าวรับจ้างทำงานไม่ถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมาอีก ซวยหนักเลย มีผลต่อพาสเบอีก :'(
สวัสดีค่ะคุณโจ้ อ่านประสบการณ์ของคุณโจ้แล้วมีประโยชน์มากๆเลยค่ะและก็รู้สึกสนุกไปด้วย แถมยังมีการกระเตงคุณลูกไปช่วยทำงานด้วยอีกต่างหาก ;D ฝนก็ขอเข้ามาเก็บข้อมูลไว้เป็นแนวทางซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในอนาคตค่ะ ;) และก็ขอให้คุณโจ้ได้งานผู้ช่วยในครัวที่สมัครไว้นะคะ ถ้ายังไงเข้ามาอัพเดทข่าวดีให้ฟังบ้างนะคะแบบว่าอยากแสดงความยินดีกับคุณโจ้ด้วยน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณฝน และทุก ๆ คน
แหม...เพราะกำลังใจจากคุณฝนแน่ ๆ เลย ทำให้โจ้ได้งานผู้ช่วยในครัว..555 ;D ;D ;D
สวัสดีค่ะคุณโจ้ ขอแสดงความดีใจด้วยมากๆเลยนะคะเรื่องงาน ;) ขอให้สนุกกับงานนะคะและขอให้ผู้ร่วมงานที่นั่นเป็นมิตรและน่ารักกับคุณโจ้ทุกคนเลยค่ะ
สว้สดีค่ะคุณโจโจ
อันดับแรกขอแสดงความยินดีด้วยนะคะที่คุณได้ทำงานแล้วสู้ๆนะคะ แต่จะขอออกความคิดเห็นนิดๆ หน่อยๆ นะคะ
ตอนนี้ใช่คุณได้ค่าขนมเพิ่มให้ลูกแต่อย่าลืมว่ารายได้ที่คุณได้มานั้นก็ต้องเอาไปรวมกับรายได้ของสามีของคุณตอนสิ้นปีนะคะ (ในกรณีที่คุณมีรายได้ตั้งแต่สองพันสวิสฟรังก์ขิ้นไปต่อปี)คุณสามีของคุณต้องจ่ายภาษีเพิ่มจากที่เคยจ่ายนะคะ
และยิ่งถ้าสามีของคุณมีรายได้รวมต่อปีมากอยู่แล้วส่วนตัวแล้วไม่แน่ะนำให้ออกไปทำงานเพราะว่าได้ไม่คุ้มกับเสียเพราะว่าโครงสร้างภาษีที่นี่จะโหดมากอันนี้วันหลังดิฉันจะพยายามอธิบายให้เห็นภาพ ส่วนตัวแล้วตอนมาอยู่ใหม่ๆ ก็อยากออกไปทำงานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พอได้ทำอย่างที่ตัวเองต้องการแล้วก็เข้าใจอย่างชัดเจนว่า(ไม่น่าทำเลย) เอาเวลาไปเรียนภาษาให้เข้าใจมากขึ้นกว่าที่เราเป็นตอนนี้ดีกว่า และเอาเวลาที่คุณมีอยู่มาอยู่กับลูก(เพราะเวลาที่เป็นเด็กนั้นลูกของเราเป็นเด็กได้แค่ครั้งเดียวนะคะเด็กโตแล้วเค้าก็มีทางไปของเค้า)ในเวลาเดียวกันคุณก็สามารถเรียนรู้ภาษากับลูกของคุณได้ อันนี้เป็นแค่ความคิดเห็นจากมุมมองของดิฉันเท่านั้น
ถ้าดิฉันเข้าใจไม่ผิดคุณคงจะศึกษาเรื่องนี้มาแล้วจนอาจกลายเป็นเอามะพร้าวมาขายสวนหรือเปล่า
อย่างไรก็ตามขออวยพรให้คุณมีความสุขในการทำงานนะคะ(แอบอิจฉาเล็กๆ)
สปา
สวัสดีค่ะคุณ Spa และทุก ๆ คน
ขอบคุณค่ะและยินดีรับฟังคำแนะนำค่ะ :-* :-* เพราะว่าโจ้ก็ยังใหม่กับที่สวิส อยู่มาได้เพิ่งจะครบปี ก็ยังต้องหาประสบการณ์จากการลองผิดลองถูกมันไปเรื่อย ๆ ;D ที่สามารถลองผิดลองถูกได้ทุกวันนี้ก็เพราะได้คำแนะนำ และประสบการณ์จากทุก ๆ คนในเว๊บบอร์ดนี่ล่ะค่ะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่สวิส คุณ Spaไม่ต้องกลัวว่าเอามะพร้าวมาขายสวนแล้วสวนจะไม่รับซื้อนะ....555 ;D ทำให้นึกถึงบ้านยายโจ้เลยสมัยก่อนไปช่วยแกเก็บมะพร้าวแล้วเอาไปขายให้เตาน้ำตาล(แม่กลอง) บางทีเวลาเราคิดอะไรคนเดียวมันก็เหมือนส่งกระจกด้านเดียว ถ้ามีคนอื่น ๆ เข้าแนะนำ หรือแชร์ความคิดเห็นมันก็จะทำให้เราเห็นมุมมองในด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่เรานึกไม่ถึงก็ได้ ::)
เรื่องของภาษี คุณสามีบอกอยู่เหมือนกันค่ะว่าแกต้องเสียภาษีเพิ่มถ้าโจ้ทำงาน ซึ่งแกก็ไม่เต็มใจให้ออกไปทำซักเท่าไหร่ เลยรับปากไว้ว่าภาษีของโจ้นั้นจะขอรับผิดชอบจ่ายเองละกัน พอดีว่างานผู้ช่วยในครัวทำแค่ 30 เปอร์เซ็นต์นะคะ ทำ 3 วันต่อสัปดาห์ วันละ 5 ชม. ส่วนงานรับจ๊อบทำความสะอาดบอกเลิกเค้าไปแล้ว 1 เจ้าเก็บไว้แค่เพียง 1 เจ้า ทำเดือนละ 4 ชม.ซึ่งรายได้จากการทำงานรวมกันแล้วไม่ถึง 2 พันฟรังแน่นอนค่ะ อีกทั้งงานทั้งสองมันเหมาะเจาะและลงตัวพอดี ซึ่งก็ใช้เวลาในการเฟ้นหามานานนับปี ได้ชั่งน้ำหนักดูแล้วข้อดีมันเยอะกว่าข้อเสียนะคะ
1.ทั้งสองงานอยู่ใกล้บ้านจะเดินไป ปั่นจักรยานไป หรือนั่งรถเมล์ไปได้
2.ทำช่วงกลางวันในช่วงเวลาที่สามีไปทำงานและลูกไปโรงเรียน กลับมาทันทำงานบ้านและทำอาหารเย็น แต่ไม่ทันทำอาหารกลางวันให้คุณลูก คุณพ่อ-แม่สามีเลยอาสาทำแทนให้..อิอิ
3.งานผู้ช่วยในครัวทำเฉพาะจันทร์ พุธ พฤหัส ส่วนงานทำความสะอาดทำวันศุกร์เช้าแค่ 2 ชม.สองอาทิตย์ถึงไปทำที มีเวลาให้กับครอบครัวในวันหยุดสัปดาห์พอดีเลย
4.ลงเรียนภาษาวันอังคารเช้ากับ ECAP เป็นคอร์สที่รัฐบาลสนับสนุนและมีต่อเนื่องตลอดคงจะไม่เปลี่ยนที่เรียนแล้วล่ะ สำหรับตัวเองแล้วจะต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ภาษาถึงจะพัฒนานะคะ เพราะทุกวันนี้มันยังพูดผิดพูดถูกอยู่เพราะชีวิตประจำวันไม่ค่อยได้ใช้งานมันเท่าไหร่
5.ได้ประสบการณ์จากงานผู้ช่วยในครัวในเรื่องการทำอาหาร ซึ่งหากตั้งใจและจดจำ สะสมประสบการณ์ไว้หลาย ๆ ปี ปกติก็เป็นคนชอบทำกับข้าวอยู่แล้วด้วย ครั้นย้ายกลับไปเมืองไทย(กลับแน่นอนรอลูกโตกะสามีเกษียณ)คิดว่าคงพอสามารถทำกิจการขายอาหารเล็ก ๆ ได้อยู่ ::)
6.โดยส่วนตัวต้องการยืนด้วยขาตัวเองที่สวิสให้ได้ เพราะกลัวในเรื่องของอนาคต ตอนนี้อายุยังน้อย(มันก็ไม่ค่อยจะน้อยเท่าไหร่ 32 แล้วอ่ะ)ยังพอมีแรงมีกำลังที่จะทำงานได้ก็อยากทำไปก่อนนะคะ หากวันใดวันหนึ่งไม่มีสามีให้เกาะ..อิอิ ไม่ว่าจะจากกันไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตนจะได้เป็นที่พึ่งแห่งตน ถึงเวลานั้นจะหาที่เกาะใหม่ก็คงจะไม่ไหวแล้วอ่ะ ตัวเราเองก็คงจะงอมเต็มแก่...555 และก็..งก..ด้วยนะคะ พอคูณค่าแรงเป็นเงินบาทแล้วมันทำให้เกิดอาการ..งก..อยากได้ตังค์อ่ะ
ยังไงก็ขอรบกวนคุณ Spa เข้ามาอธิบายในเรื่องโครงสร้างภาษีหน่อยค่ะ เพราะยังคาใจอยู่ว่ามันต้องเสียยังไง เสียเท่าไหร่ เพราะถามคุณสามี คุณเธอก็ไม่รู้เรื่องอะไร เพราะคุณสามีแกไปอยู่เมืองไทยมาเกือบ 12 ปีแล้วเพิ่งย้ายกลับมาอยู่สวิสได้ครบปีพร้อม ๆ กัน ???
ที่อธิบายมาซะยาวยืดไม่ได้ว่าต้องการโต้แย้งคำแนะนำของคุณ Spa นะคะอย่าเพิ่งเคือง ;D แต่อยากให้คนอื่น ๆ ได้เห็นด้วยว่าถ้าอยากจะทำงานก็ต้องเลือกงาน ไม่ใช่งานเลือกเรา เราต้องเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดและไม่มีผลกระทบต่อครอบครัวของเรา ครอบครัวต้องมาก่อนค่ะ อย่างโจ้ถ้าไม่เลือกงานก็ได้งานทำไปตั้งนานแล้วอ่ะ แต่เพราะเราต้องเลือก ต้องศึกษาผลดีผลเสีย อย่างที่คุณ Spa บอกไว้ว่าเดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสียนั่นจริงแน่นอนค่ะ เพราะยังมีอีกหลาย ๆ คนที่อยากทำงานเหมือนกัน ซึ่งบางคนก็อาจจะเพิ่งแต่งงานกันมาไม่นาน ฉะนั้นเรื่องการมีเวลาให้ครอบครัวสำคัญอย่างยิ่งค่ะ มันยังต้องมีอะไรที่จะต้องปรับตัวเข้าหากันอีกเยอะค่ะ จากประสบการณ์ชีวิตหลังแต่งงานเกือบ 8 ปีกว่าครอบครัวจะลงตัวได้อย่างทุกวันนี้ก็ผ่านคลื่นลมมรสุมช่วง2ปีแรกมาพอสมควร :'( :'( ก็ลองอ่านประสบการณ์การหางานของโจ้ไว้เป็นแนวทางล่ะกัน แล้วนำไปปรับใช้ให้เป็นแนวทางของตัวเอง เพราะต่างคนต่างครอบครัวต่างเหตุผล จะคิดจะทำให้มันเหมือนกันหมดทุกอย่างมันก็อาจจะไม่คล่องตัวสักเท่าไหร่นัก และที่เข้ามาเขียนเข้ามาเล่าหลายต่อหลายกระทู้เกี่ยวกับเรื่องของตัวเองไม่ได้ว่าต้องการจะโชว์ออฟว่าตัวเองเก่ง อันนี้ต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะคะ เพราะนานาจิตตังค่ะ ต่างคนต่างความคิดต่างมุมมอง เกรงว่าเข้ามาเล่าความขยัน ความตั้งใจ และความพยายามของตัวเอง ซึ่งคิดว่าเผื่อจะมีประโยชน์กับใครสักคนบ้าง แล้วจะกลายเป็นว่าทำให้คนเขม่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตัวก็ไม่เคยรู้จัก...555
โชคดีกันทุกคนนะคะ ;)
สวัสดีค่ะคุณโจ้ คุณ Spa และทุกๆคน
ฝนชอบเข้ามาอ่านกระทู้เกี่่ยวกับประสบการณ์ในการหางาน การทำงาน การใช้ชีวิตที่สวิตฯที่เพื่อนๆสมาชิกได้เีขียนเล่าไว้มากๆเลยค่ะ
อ่านแล้วก็ได้ความรู้เยอะและคิดว่าสามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตของตัวเองในอนาคตที่ต้องมาอยู่ที่นี่ได้อย่างแน่นอน และฝนก็
เป็นคนนึงที่ไม่เคยคิดว่าเพื่อนๆที่เขียนเล่าประสบการณ์ของตัวเองนั้นเป็นการโชว์ออฟแต่อย่างใดค่ะ :) กลับรู้สึกชื่นชมที่แต่ละท่านล้วน
นำเอาประสบการณ์ของตัวเองมาแชร์ให้คนอื่นๆได้รับรู้และเป็นแนวทางสำหรับคนอื่นๆต่อไป ขอให้คุณโจ้และเพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆที่ได้มาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองไว้ในเว็บนี้จงภูมิใจกับการแบ่งปันเหล่านี้นะคะ
คุณ Spa คะ ฝนก็ขอตามมาแจมคุณโจ้อีกคนว่าช่วยอธิบายโครงสร้างการคิดภาษีของสวิตฯได้มั้ยคะ คือจริงๆฝนก็อยากรู้โดย
ส่วนตัวอยู่แล้วกะไว้ว่าจะหาข้อมูลในเว็บก่อน ถ้าหาไม่เจอจะมาตั้งกระทู้ถามเหมือนกันเนื่องจากอยากรู้ค่ะแต่พอทราบว่าคุณ Spa อาจจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่ก็เลยอยากให้ช่วยอธิบายไว้ในนี้เลยจะได้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆที่เข้ามาหาความรู้ด้วยนะคะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณโจ้ คุณ Spa และเพื่อนๆทุกคน
เข้ามาอ่านกระทู้คุณโจ้และคุณ Spa ก็ต้องขอขอบคุณคุณทั้งสองมากๆค่ะ ที่อุตส่าห์สละเวลามาแชร์ประสบการณ์ ก็ได้ความรู้จากกระทู้นี่แหล่ะ ค่ะ เพราะแต่ละคนก็ต่างสถานการณ์กัน เรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่นมันก็ทำให้เราเอาตัวรอดได้ เรามาให้กำลังใจจ๊ะ
:D :D :D
สว้สดีค่ะคุณโจ้ และคุณฝน2008
แหมแทบรับมุกไม่ทันเอาอย่างนี้จะอธิบายให้ฟังค่ะขอเรียกตัวเองว่าพี่ก็แล้วกันนะคะถ้าบวกลบวันเดือนปีเกิดก็จะห่างกับคุณโจ้สิบเอ็ดปี
พี่มาอยู่ที่นี่ก็ประมาณสิบสี่ปีถ้าไม่นับติดตามสามีออกไปอยู่ต่างประเทศ นับตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่มีความรู้สืกว่าเรามาทำอะไรที่นี่,ความรู้ความสามารถที่เรามีไม่ได้เอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์อะไรเลยนอกจากเกาะสามีกินลักษณะก็คล้ายคุณโจ้และคนไทยที่มาอย่ใหม่อื่นๆที่มีความเป็นอิสระในการใช้เงินไม่ต้องมาแบมือขอเงินสามีเพราะไม่ได้ทำงานก็มีความคิดที่จะออกไปหางานทำ จำได้ว่าไปกับเพื่อนรุ่นพี่จบปริญญาโทเดินไปหางานสมัยนั้นไม่มีอินเตอร์เนตเหมือนตอนนี้ไปทุกที่ที่เค้ามีประกาศปรากฎว่าไม่มีใครรับเข้าทำงานเลย(ลูกๆก็ยังเล็กมีลูกสองคนชายหนื่งหญิงหนื่ง)ก็เลยตัดสินใจไปเรียนภาษาเพิ่มทั้งๆที่เคยเรียนภาษาเยอรมันมาจากเกอร์เธร์ที่เมืองไทยมาแล้วแต่ก็ใช้ได้แบบงูๆปลาๆพอเวลาผ่านไปภาษาใช้ได้แบบเอาตัวรอดได้ก็คิดอีกว่าลูกๆเข้าโรงเรียนแล้วเรามีเวลาเป็นของเราแล้วทำงานสักวันละสองชั่วโมงจะเป็นอะไรไปก็ตัดสินใจคุยกับสามีเรามีความเห็นตรงกันแต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องจัดการเรื่องในครอบครัวให้ลงตัวนะ
พี่ก็คิดว่าจะทำอย่างไรดีเลยตัดสินใจเปิดร้านขายของมือสองจำพวกของเล่นเด็กๆ และอีกหลายๆอย่างเท่าที่จะทำได้รวมทั้งเอาของมาจากเมืองไทยมาขายขอบอกว่ามีความสุขมากเพราะว่ามีรายได้เป็นกอบเป็นกำไม่ได้คิดเรื่องภาษีขอให้ฉันได้ทำแล้วมีความสุขพอเจอภาษีเข้าสามีก็มีความเข้าใจไม่ได้ต่อว่ามันมีแต่ก็คือลูกๆที่เราคิดว่าเด็กๆไปโรงเรียนแล้วไม่มีปัญหาแต่ปัญหามันค่อยๆฝังตัวอย่างช้าๆ คือเวลาและกำลังที่เรามีอยู่เราทุ่มเทให้กับสิ่งที่เราต้องการ(คือการได้ทำงานและมีเงินเป็นของตัวเองแต่เราลืมไปว่าเรามีลูกที่ต้องการเราในทุกๆเรื่อง)จากที่เราเคยให้เวลาเต็มที่เราก็จะบอกว่าให้แม่ทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาจัดการพวกเธอและจากประสบการณ์ที่เห็นเพื่อนๆที่ทำงานเอาลูกไปให้คนอื่นเลี้ยงเด็กเริ่มสับสนจากพี่เลี้ยงและการเลี้ยงของเราถ้าได้คนที่เลี้ยงดีอบรมสั่งสอนเด็กในทางที่ดีก็เป็นความโชคดีของเราและเด็กถ้าไปเจอพี่เลี้ยงที่ไม่ดีจะซีมซับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีมีความก้าวร้าวและมีปัญหากับทางโรงเรียนซึ่งถ้าใครมีลูกเข้าโรงเรียนและอยู่ในวัยเจริญเติบโต(ลูกเล็กปัญหาเล็กถ้าลูกโตปัญหาก็เพิ่มขึ้นตามวัย)และปัญหานี้ก็จะเกี่ยวโยงไปถึงจิตแพทย์ซึ่งเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ถีงแม้ว่าเราจะต่อสู้อย่างไรก็ตามซื่งเห็นมามากต่อมากแล้วจากคนสวิสเองและคนไทยด้วยกัน
น้องโจ้ถ้าน้องมีพ่อแม่ของแฟนคอยช่วยดูแลลูกก็เป็นโชดดีของเด็กแต่น้องคิดบ้างหรือเปล่าว่าพ่อแม่ของสามีจะมีเวลาให้กับเด็กได้ตลอดไปหรือเปล่ามันจะมีผลกระทบกับเวลางานของคุณเพราะว่างานที่ทำมันมีเวลาเฉพาะคุณก็ต้องมานั่งปวดหัวว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
เดี๋ยวจะมีตอนด่อไปเกี่ยวกับตารางเทียบภาษีอากรขอเวลาไปทำธุระส่วนตัวก่อนค่ะ
สวัสดีคะคุณโจ้และทุกๆท่าน
ขอต่อเลยนะคะ, ที่พี่มีมุมมองของพี่ก็เพราะว่าไม่อยากให้เกิดปัญหาแล้วก็มานั่งแก้กันทีหลังแต่ถ้ามองในมุมกลับอะไรที่เราได้ตัดสินใจไปแล้วไม่ว่าเราจะตัดสินใจถูกต้องหรือผิดมันดีทั้งนั้นถ้าถูกต้องก็เป็นประสบการณ์ที่ดีแต่ถ้าผิดก็เป็นบทเรียนของเรา
อะไรก็ตามที่คุณโจ้ตัดสินใจทำพี่คิดว่าคุณในขณะนี้สถานการณ์ของคุณตอนนี้มันก็คงจะถูกต้องสำหรับคุณเพียงแค่ต้องการชี้ให้เห็นเท่านั้นว่ามันจะคุ้มค่ากับการที่เราตัดสินใจไปหรือเปล่าเท่านั้นเอง
สำหรับพี่แล้วถ้าย้อนเวลากลับไปได้พี่จะเรียนภาษาเยอรมันให้มากกว่านี้, เอาเวลาใส่ใจกับลูกมากกว่านี้ เท่าที่อ่านทู้ของคุณโจ้คุณเป็นคนมีคุณภาพคนหนื่งและถ้าจำไม่ผิดคุณสามารถขับรถได้ทำไมไม่จัดการเรื่องสอบขับรถและได้ใบขับขี่มากอดเอาไว้ก่อน ให้เวลากับตัวเองซักนิดทบทวนดูสักหน่อยว่าเราต้องการอย่างนั้นจริงหรือเปล่าเดี๋ยวจะกลายเป็นอันนี้ก็ไม่ดีอันนั้นก็ไม่ดีในที่สุดตัวเราเองจะมานั่งเสียดายเวลาที่ผ่านไป
มัวแต่พรำอยูได้จะเข้าเรื่องเลยนะคะ
การเสียภาษีที่นี่ในที่นี้พี่จะไม่อธิบายขั้นตอนนะคะให้คุณโจ้และคุณฝน2008เข้าไปอ่านทู้เก่าของป้าพอลที่เขียนไว้ในเรื่องการเสียภาษีในสวิสเซอร๋แลนด์ในห้องนั่งเล่นหรือถ้าป้าพอลพอจะมีเวลาว่างขอรบกวนให้ป้าเข้ามาอธิบายนะคะพี่จะอธิบายถึงแค่ Tariff ของการเสียภาษีเพี่อที่คุณโจ้จะนืกภาพออกว่าทำไม
สมมตินะคะ
พูดเฉพาะ Steuerbares Einkommen(คือรายได้หลังจากคำนวณการหักค่าใช้จ่ายต่างๆที่คุณสามารถหักได้)ดังนั้นมันจะมีตารางในการจ่ายภาษีทาง Kanton จะเป็นผู้ส่งแบบฟอร์มอันนี้มาให้และมีตัวอย่างแสดงให้ดูด้วยว่าคิดอย่างไรในตอนท้ายๆ ก็จะมี Tariff ต่างๆ
ยกตัว่อย่างเช่น
สามีของคุณมี Steuerbares Einkommen ที่50`000 sfr./ปี พูดเฉพาะในตอนที่คุณยังไม่ได้มีรายได้เข้ามานะคะเพื่อการเปรียบเทียบ สามีของคุณก็จะต้องจ่ายภาษีรายได้ประมาณ 1`410sfr.ทั้งนี้และทั้งนั้นขิ้นอยู่กับ Gemeide ที่คุณอยู่นะคะไม่ได้กำหนดตามที่พี่บอกถ้าจะอธิบายที่มาที่ไปก็คงต้องใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนเลยหล่ะ
ในกรณีที่คุณหารายได้มาเพิ่มให้กับคุณสามีอย่าลืมนะคะว่าสามีกับภรรยาถ้าจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฏหมายแล้วถือว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันดังนั้นถ้าคุณมีรายได้มากกว่า 2`000sfr./ปีเอารายได้ของคุณมารวมกับสามี,แทนที่ Tariff ของคุณจะอยู่ที่ห้าหมื่นมันก็จะเพิ่มขิ้นแต่ถ้ามันเพิ่มขิ้นแต่ไม่มีผลกระทบกับ Tariff ที่สามีของคุณจ่ายมันก็โอเค
ในกรณีที่สามีคุณมีฐานรายได้ที่สูงอยู่แล้วเช่น
รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 400`000sfr.(ขอยกตัวอย่างแบบสุดกู่นะคะ)
ในตารางก็จะมีบอกว่าคุณจะต้องจ่ายในราคา 39`150sfr.อันนี้ในกรณีที่สามีมีรายได้เข้ามาคนเดียวนะคะเอาหล่ะถ้าคุณทำงานเพิ่มเข้ามาให้ต่อปีคุณทราบหรือเปล่าว่าทุกๆ rp.ที่คุณหามาเพิ่มให้คุณสามีนั้นมันจะทำให้ฐานรายได้ของสามีคุณเพิ่มขื้นมาอย่างมากมาย
ตอนที่เงินมันเข้ามาในกระเป๋าและใช้จ่ายนั้นมันมีความสุขแต่เวลาจะต้องจ่ายออกไปให้กับการเสียภาษีนะคะมันแสนจะทรมานใจมาก,ถ้าคุณรู้จักเก็บและแบ่งเงินเป็นสัดส่วน(ตามทษฏีใครๆก็ทำแต่ปฏิบัติจริงเป็นการยากมากที่จะทำได้นอกจากคนมีวินัยในตัวสูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเท่านั้นที่จะทำได้)ก็โอเคแต่ถ้าทำไม่ได้ตอนกรอกแบบฟอร์มจ่ายภาษีนั้นคุณจะล้มทั้งยืนหยิบเครื่องคิดเลขมากดแทบไม่ทัน
เคยได้ยินคำนี้หรือเปล่าคะ "Death and Tax never go away from you"
พี่ก็หวังว่าคุณโจ้จะเข้าใจบ้างไม่มากก็น้อยต่อไปก็เป็นการตัดสินใจของคุณว่าคุณจะจัดการกับชีวิตอย่างไรเพราะทุกอย่างมีสองด้าน
สปาร์
สวัสดีคะทุก ๆ คน
เข้ามาแสดงความยินดีกับคุณโจ้คะ "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น"
พูดถึงเรื่องภาษีที่ต้องเสีย หากเรารู้ว่าทุกสิ้นปีต้องเสียภาษี ก็ควรจะแบ่งเงินเก็บไว้สำหรับเสียภาษีตอนสิ้นปี
และมีวินัยในตัวเอง ก็คงไม่น่าจะเป็นปัญหา
สมมตินะคะ ถ้าสามีมีรายได้ไม่มาก ภรรยาก็ควรจะทำงานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ซึ่งมันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี
แต่สำหรับคนที่สามีมีรายได้สูง มันก็แน่นอนที่ต้องจ่ายภาษีเยอะ ตัวภรรยาเองก็ต้องตระหนักว่า หากเราทำงาน
ภาษีที่ต้องจ่ายตอนสิ้นปีก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ซึ่งคิดว่าทุกคนก็คงตระหนักถึง
ดังนั้น หากมีรายได้ไม่ว่าจะมากจะน้อย ก็ควรจะหักเก็บไว้เป็นค่าภาษีตอนสิ้นปี
สำหรับดิฉัน ขอเลือกทำงานดีกว่า ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายภาษีตอนสิ้นปีเยอะหรือเพิ่มขึ้นก็ตาม เพราะอนาคตมันไม่แน่นอน
เหมือนคุณโจ้ว่า หากวันหนึ่งไม่มีสามี ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ เราก็ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวและขาของเราเอง อีกอย่างไม่มีลูกด้วย
อยู่บ้านว่างมาก ทำให้ตัวเองเครียด อีกอย่างได้ใบขับขี่สวิสมานอนกอดแล้ว เรียนภาษาเยอรมันก็จบถึงขั้นซีหนึ่งแล้ว
ไม่มีลูกต้องให้ส่งเรียน ก็เลยขอส่งตัวเองเรียนแล้วกัน ที่เขียนมาก็ไม่ได้จะโชว์ออฟใคร
ต่างคนต่างเหตุผล แต่ทุก ๆ ประสบการณ์ที่นำมาแชร์กัน เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เพราะบางคนอาจจะลืมนึกถึงเรื่องการเสียภาษี
คิดคำนึงถึงแต่การหารายได้ ทำงาน ๆ ๆ
ขอบคุณป้าพอลที่มีเวบไซต์ดี ๆ แบบนี้ ให้คนได้ศึกษาและนำประสบการณ์มาแชร์กัน
สวัสดีค่ะ คุณคุณโจ้, , คุณFon2008 , คุณApi ,คุณ pan
สวัสดีค่ะ คุณสปา
สงสัยคงเขียนตอบจนตาลายแน่ๆเลย จึงให้คุณโจ้ไปเคาะห้องเพื่ออ่านภาษีผิดห้อง ไม่ใช่ห้องนั่งเล่นค่ะ แต่เป็นห้องที่2 ลงLinksให้เลยนะคะจะได้ไม่ต้องไปหาจนปวดหัว
DAS STEUERSYSTEM DER SCHWEIZ..ระบบภาษีอากรของสวิส
http://www.pallswiss.com/boards/index.php/topic,383.0.html
<<<STEUERERKLAERUNG 2005...(Kanton Bern)>>>
http://www.pallswiss.com/boards/index.php/topic,300.msg1911.html#msg1911
แต่งงาน+มีลูก...กับการเสียภาษี
http://www.pallswiss.com/boards/index.php/topic,992.0.html
การคำนวณการหักภาษีของแต่ละเขตที่พำนักที่จะคิดภาษีไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเขตที่อยู่สามารถคำนวณได้ที่นี่
Steuerrechner
http://www.estv2.admin.ch/d/dienstleistungen/steuerrechner/steuerrechner.htm
http://www.swiss-tax.ch/2a.htm
การเปรียบเทียบการคิดภาษีของแต่ละเขตพำนัก ของรัฐที่อยู่
Steuerbares Einkommen(คือรายได้หลังจากคำนวณการหักค่าใช้จ่ายต่างๆออกแล้ว)
http://www.comparis.ch/steuern/steuervergleich/steuervergleich.aspx
Linksยังมีอีกแต่อยู่ในโน้ตบุคแล้วจะนำมาลงเพิ่มอีก
สวัสดีค่ะ คุณJojo
ขอบคุณมากค่ะ ที่เข้ามาเขียนเล่าข้อมูลการทำงานที่เป็นประโยชน์ความรู้แก่คนอื่นเป็นวิทยาทานแก่กัน
อยากเสริมเกี่ยวกับคำว่า Schwarzarbeit นั้นหมายถึงการทำงานทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นงานอะไรที่ขัดต่อกฎหมายโดยหลีกเลี่ยงโดยไม่ไปลงทะเบียน ไม่จ่ายประกันสังคมตามที่กม.บัญญัติไว้........และการหลีกเลี่ยงภาษี
หรือคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในสวิสที่ไม่มีใบอนุญาตในการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
http://www.keine-schwarzarbeit.ch/arbeitnehmende/00044/index.html?lang=de
http://www.keine-schwarzarbeit.ch/arbeitnehmende/index.html?lang=de
คำว่า Hausdienstarbeit หมายถึงงานอะไรบ้าง
เช่น งานทำความสะอาด งานดูแลเด็ก งานบ้าน...ฯลฯ
ข้อมูลกฎบัญญัติ การหักเงินประกันสังคม อุบัติเหตุ สัญญาการทำงาน ฯลฯ สามารถอ่านได้ที่นี่
http://familienforum.liliput.ch/download/hausdienstarbeit_ahv_iv_merkblatt_2.06-d.pdf
http://familienforum.liliput.ch/topic.asp?topic_id=362
คำถาม10 ข้อที่ถูกถามเกี่ยวกับการทำงาน
http://www.keine-schwarzarbeit.ch/faq/index.html?lang=de
คำถามข้อ1 เกี่ยวกับการจ้างคนมาทำความสะอาดบ้านจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งจะมีรายละเอียดเขียนบอกไว้เป็นขั้นตอนเช่น
1 Melden Sie sich bei der Ausgleichskasse Ihres Wohnsitzkantons als Arbeitgeber an....
นายจ้างไปแจ้งต่อ Ausgleichskasse เขตที่พำนักอยู่เพื่อขอแบบฟอร์มมากรอก หรืออย่างที่คุณโจ้เขียนเล่ามาข้างบนโดยการโหลดแบบฟอร์มจากเขตที่อยู่
ขั้นตอนต่างๆในการแจ้งคนมาทำงานสามารถอ่านได้ที่นี่
http://www.keine-schwarzarbeit.ch/faq/00120/index.html?lang=de
http://www.ahv-iv.info/andere/00150/00151/index.html?lang=de
ตัวอย่างแบบฟอร์มของAarau
http://www.wettingen.ch/dl.php/de/20070122183838/211%5B1%5D.111f.pdf_Anm_fr_Hausdienstarbeitgebende.pdf
การจ่ายเงิน (AHV, IV, EO und ALV)
http://www.keine-schwarzarbeit.ch/arbeitgebende/00069/index.html?lang=de
ขอเขียนลงคร่าวๆแค่นี้นะคะ
ไม่ทราบว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า แต่เคยได้ยินว่าถ้าไม่มีงานทำ ไม่เสียภาษี และพูดภาษาพื้นฐานของ Swiss ไม่ได้ ภายใน 3 ปี เค้าจะไม่ต่อ B Permit ให้ ใครพอจะมีข่้อมูลก็ขอความรู้หน่อยค่ะ
ถ้าเป็นแบบนี้ คุณโจ้ก็คงต้องเหนี่อยเป็น 3 เท่า เพราะต้องทำงาน เลี้ยงน้อง และเรียนภาษา สู้สู้นะคะ
ว่าแต่ร้านคุณโจ้อยู่แถวไหนค่ะ เลิกเรียนจะไปขอกินฟรีบ้าง eiei
สวัสดีค่ะป้าพอล คุณSpa คุณแพน คุณฝน คุณApi คุณLack และทุก ๆ คน
ป้าพอล...ขอบคุณค่ะสำหรับลิงค์ เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม :-* :-*
คุณSpa...ขอบคุณค่ะพี่สำหรับคำแนะนำดี ๆ และข้อมูลเรื่องภาษี :-* :-*
ขอยกมือเห็นด้วยกับเรื่องการแบ่งเวลาให้กับลูกค่ะพี่ ;D แต่สำหรับโจ้ประสบการณ์เรื่องไม่มีเวลาให้ลูกได้เกิดขึ้นกับตัวเองมาแล้วค่ะที่เมืองไทย เพราะส่วนใหญ่ชีวิตโจ้ก็ทำแต่งานๆๆ ให้พูดภาษาบ้าน ๆ ก็เรียกว่าบ้างานเลยค่ะ เวลาทำงานแล้วมันทุ่มสุดตัวกะหัวใจ ขออนุญาตท้าวความสักนิดส์นึงนะคะ โจ้เลี้ยงลูกเองตั้งแต่คลอดจนถึงขวบนิด ๆ พอลูกเดินได้ ความเหนื่อยในการเลี้ยงลูกมันก็น้อยลง เลยไปตื้อแม่มาให้เลี้ยงลูกให้ แล้วตัวเองก็ไปทำงาน ตอนนั้นคุณสามีก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วย แต่ห้ามไม่ได้เพราะความดื้อของเรา ได้ทำงานโรงแรมที่เกาะสมุย โรงแรม5ดาวเพิ่งเปิดใหม่ ทำอยู่ในส่วนของ F&B กับบ้านดึกตลอด บางทีไม่ดึกปกติเกือบเที่ยงคืนหรือเลยเที่ยงคืนก็มี สามีไม่พูดด้วยเป็นอาทิตย์ หลังจากนั้นย้ายมาอยู่พัทยาก็ยังดิ้นรนหางานทำอีกเป็นพนักงานขายผ้าม่านต้องออกไปดูหน้างานตามบ้านลูกค้า กลับบ้านไม่ค่อยเป็นเวลา คุณสามีก็ไม่ค่อยจะยินดียินร้ายเหมือนเดิมจนกระทั่งได้ท้องลูกคนที่สองก็ต้องขอลาออก แม่ก็กลับไปอยู่กรุงเทพฯ ตอนนี้เลยต้องเลี้ยงลูกเองเหมือนเดิม คุณสามีเป็นปลื้มกะว่าคงจะอยู่บ้านเป็นแม่บ้านเต็มตัวสักที แต่ป่าวเลย โชคไม่ดีแท้งลูกตอน 3 เดือน หลังจากพักฟื้นร่างกายได้ 2 เดือนเริ่มเบื่อกับการอยู่บ้าน ออกไปหางานทำต่อจนได้ ตอนนี้แหละค่ะมันเริ่มมีผลกระทบกับลูกแล้ว ไม่ใช่แค่สามี เพราะหน้าที่หลักโจ้คือไปรับ ไปส่งลูกไปโรงเรียนอนุบาล แต่พอเราไปทำงานเลิกงานไม่ทันมารับลูก ก็เลยจ้างครูที่โรงเรียนเพิ่มเป็นพิเศษให้ดูแลลูกหลังจากเลิกเรียนจนกระทั่งโจ้เลิกงาน ตอนนี้ล่ะที่สำนึกได้ เพราะเวลาไปรับลูก ลูกร้องไห้ทุกครั้งไม่ยอมกลับบ้าน จะขออยู่กับครู ร้องเหมือนตัวโจ้ไม่ใช่แม่เค้าเลย ร้องตั้งแต่โรงเรียนจนถึงบ้าน :'( :'( เสียใจมากค่ะน้ำตาตกในเลยล่ะ ไม่ใช่ว่าเป็นแค่วันสองวัน เป็นอยู่หลายอาทิตย์ จนกระทั่งต้องพยายามคุยกับลูกให้ลูกเข้าใจว่าทำไมเราต้องไปทำงาน แล้วแบ่งเวลาที่เหลือให้กับเค้าเสมอ เวลาลูกสาวมีกิจกรรมที่โรงเรียนก็ต้องหยุดงานไปดูเค้า ไปร่วมกิจกรรมกับเค้า หลังเลิกเรียนก็ไปเดินห้างด้วยกันเหมือนเดิม แต่ก็เป็นบางวัน จนเค้าเข้าใจเรา วันไหนลูกไม่มีเรียนก็ขอเจ้านาย ขอเอาลูกไปที่ออฟฟิศด้วย เจ้านายใจดีค่ะ เลยได้มีโอกาสให้ลูกได้เห็นเวลาเราทำงาน เห็นบรรยากาศของการทำงาน การเจอลูกค้า ตั้งแต่นั้นมาลูกเค้าก็เลยเข้าใจโจ้ว่า ทำไมโจ้ต้องทำงาน ::)
พอเราย้ายมาอยู่สวิส ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ต้องเปลี่ยนไป จะกินจะอยู่ใช้จ่ายสบาย ๆ แบบเมืองไทยไม่ได้ อย่างจะออกไปกินข้าวนอกบ้านทุกอาทิตย์น่ะ ลืมไปได้เลย สถานภาพของครอบครัวเป็นอย่างไร โจ้กับสามีจะคุยกับลูกเสมอ ๆ เพือให้ลูกได้เตรียมพร้อมและปรับตัวอยู่ให้ได้ในทุกสถานการณ์ที่มันอาจจะเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา ลูกสาวโจ้เค้าจึงเข้าใจเหตุผลว่าทำไม โจ้ต้องทำงานเหมือนเดิม แบบว่าลูกเริ่มชินกะแม่แล้ว มีแม่ไฮเปอร์..555 ส่วนพ่อแม่สามีนั้น โจ้ก็เกรงใจพวกเค้าอยู่เหมือนกันที่ให้ดูลูกให้ เพราะชีวิตคนที่สวิสค่อนข้างจะมีกิจกรรมเยอะ อีกอย่างถึงเค้าจะเกษียณแต่พวกเค้าก็ยังทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ กันอยู่เหมือนกัน แต่ก็ได้ปรึกษาพวกเค้าแล้วเรื่องที่โจ้จะออกไปทำงาน เค้าก็ว่าออกไปทำได้แต่ไม่ให้ทำเต็มร้อย อาทิตย์ละสองสามวัน พวกเค้าดูลูกให้โจ้ได้ เพราะปกติพวกเค้าก็มักจะพาหลานไปเที่ยวหลังเลิกเรียนเสมอ หรือพาไปสภากาแฟกะเค้าด้วย..555 โชคดีอย่างนึงที่คุณสามีหาอพาร์ทเม้นต์ไม่ไกลจากอพาร์เม้นต์พ่อแม่เค้า ห่างกันแค่หนึ่งช่วงตึกเท่านั้นเดินไม่ถึง 3 นาทีถึง ;D
เรื่องความโหดของภาษีที่สวิส ก็เคยมีพี่ๆ ที่เค้าอยู่ที่สวิสมานาน ๆ เหมือนอย่างพี่สปาร์บอกไว้เหมือนกันว่า ถึงทำงานก็ไม่ค่อยจะเหลือเก็บเพราะโดนหักภาษีหมด แต่สำหรับครอบครัวโจ้ โจ้หวังกันว่าคงจะมีเหลือเก็บบ้างล่ะหน่า เพราะโจ้กะสามีก็คุยกับแล้วว่า เราย้ายไปอยู่สวิสกันเถอะ ไปทำมาหาเก็บแล้วค่อยกลับมาอยู่เมืองไทยใหม่ อย่างน้อยคุณภาพชีวิตก็คงจะดีกว่าที่เมืองไทย ที่มีแต่ปัญหาเสื้อแดง เสื้อเหลือง ??? ฉะนั้นการเงินภายในครอบครัวค่อนข้างจะมีแบบแผนแต่ละคนก็ทำบัญชีค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไป อย่างโจ้หน้าที่จ่ายกับข้าวมีค่ากับข้าวให้เท่าเนี้ย ทำยังไงให้อยู่ให้ได้ต่อเดือน...โจ้ก็มองหาอย่างเดียวป้ายอักซิโอน อะไรลดราคาก็ซื้ออันนั้นแหละ ถือหลักประหยัดแต่ไม่อด...555 ;)ยิ่งถ้าไปจ่ายกับข้าววันเสาร์ช่วงมิโกร โคออปใกล้จะปิด ชอบมากขอบอก เพราะสินค้าป้ายแดงลด 50 เปอร์เซ็นต์เพี๊ยบ
สรุปว่า...พอมีโอกาสได้งานที่ทุกอย่างมันลงตัวและเหมาะเจาะทั้งวัน เวลา และตำแหน่งงาน สภาครอบครัวก็เลยยกมือสนับสนุนกันทุกคน ไม่โดนสกัดดาวรุ่งเหมือนงานที่ผ่าน ๆ มา จึงตัดสินใจว่าทำงานดีกว่าค่ะ ส่วนเรื่องไปโรงเรียนน่ะของชอบเลยค่ะยังไงก็จะเรียนมันไปเรื่อย ๆ ถึงภาษาเยอรมันจะแข็งแรงแล้ว(คงอีกหลายปีอยู่) ก็จะลงเรียนอย่างอื่นต่อ จนกว่าคุณสามีจะไม่ให้ทุน ;D ส่วนเรื่องขับรถ ต้องลุ้นวันที่ 4 พ.ย.นี้ วันสอบค่ะ จะสอบผ่านหรือไม่ผ่านเดี๋ยวจะเข้ามาเล่าให้ฟังกันอีกที ;D
ยังไงก็ขอขอบคุณพี่สปาร์ที่เข้ามาแชร์ประสบการ์นะคะ ชอบค่ะและยินดีรับฟัง ทำให้ได้แง่คิดและมุมมองใหม่ ๆ เพิ่ม และอยากให้คนอื่นๆ ได้อ่านด้วย เพราะการที่จะมาอยู่ที่สวิสใครว่ายาก เพียงแค่ตื้อยื่นเรื่องที่สถานฑูตไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้มา แต่มาแล้วจะใช้ชีวิตอยู่ให้ได้ยังไงนี่ล่ะยากกว่า ::)
คุณแพน...สบายดีป่าว นานเลยไม่ค่อยเห็นในบอร์ด ภาษาเยอรมันไปถึงซี 1 แล้วเหรอค่ะ โจ้ยังอยู่เอ 1 อยู่เลยอ่ะ มันไม่กระเตื้องไปไหนเลย :'( :'(
คุณLack...ร้านอาหารอยู่ที่บานโฮบ โอลเตลค่ะ คนไทยด้วยกันก็อยากจะให้กินฟรีอ่ะนะ แต่ว่าครัวมันอยู่ชั้นใต้ดินนะซิ ไม่รู้จะเอาออกมาให้กินยังไง..555
ส่วนคนอื่นๆ สบายดีกันนะคะ...โชคดีกันทุกคนค่ะ ;)
สวัสดีดีค่ะทุก ๆ คน
ได้มีเวลาเข้าไปอ่านลิงค์ต่าง ๆ ที่คุณป้าพอลให้มา แล้วก็ลองคำนวณภาษีคร่าว ๆ (ในเว๊บไซด์มีให้เล่นค่ะ คำนวนให้เราอัตโนมัติ)
โอ้แม่เจ้า....ภาษีสุดยอดมหาโหด เงินเดือนเราเพิ่มมาแค่นิดหน่อย แต่เรทภาษีต้องเสียเกือบครึ่งจากที่คุณสามีจ่ายปกติ
ขอขอบคุณพี่สปาร์อย่างสูงเลยค่ะ ที่เข้ามาให้ข้อคิดสะกิดใจเรื่องภาษี เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยจริง ๆ มัวแต่ไปคิดถึงค่าแรงคูณกลับมาเป็นเงินบาทแล้วมันตาโต เจอค่าภาษีทีเจ็บปวดเลยค่ะ ไหนจะโดนหัก AHVต่าง ๆ อีก...555
แต่ยังไงก็ยังยืนกระต่ายขาเดียวว่า โจ้ขอทำงานค่ะ ทำงานแค่ 30 เปอร์เซ็นต์อย่างนี้พอแล้วค่ะ คงไม่งกไปกว่านี้แล้ว เอาแค่นี้พอแล้วค่ะมักน้อย..555 ส่วนต่างภาษีที่รับปากคุณสามีว่าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง บวกลบคูณหารแล้ว รายได้ตัวเองก็พอเหลืออยู่ที่จะช่วยเหลือเรื่องส่วนตัวของตัวเองโดยไม่ต้องไปรบกวนคุณสามี มีเวลากับครอบครัว มีเวลาสำหรับเรียนภาษา และได้ประสบการณ์จากการทำงาน สรุปว่าลงตัวจริง ๆ ค่ะ
อยากให้คนอื่น ๆ ที่กำลังจะวางแผนหางานทำ ลองเข้าไปอ่านลิงค์แล้วคำนวณเล่น ๆ ดูนะคะ แต่อย่าลืมว่า กรณีของโจ้นั้น โจ้รับผิดชอบเฉพาะภาษีส่วนต่างจากที่คุณสามีจ่ายเพิ่มจากเดิม กับAHV ของตัวเองเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ๆ คุณสามียังรับผิดชอบเหมือนเดิม ค่าประกันสุขภาพ ค่าเช่าห้อง ค่ากับข้าว ฯลฯ ถึงบอกได้ว่ามันก็คุ้มพอที่จะทำงาน แต่สำหรับคนอื่น ๆ ต้องตกลงกะสามีคุณให้เรียบร้อยก่อนนะ เกิดเค้าเห็นว่าคุณทำงานได้แล้วเค้าให้คุณรับผิดชอบหลาย ๆ เรื่องร่วมกับเค้าด้วย โจ้ว่ามันก็ไม่ค่อยจะคุ้มสักเท่าไหร่ เหนื่อยป่าว สู้อยู่บ้านเฉย ๆ ดีกว่า ยังไงก็ลองคิดและตัดสินใจกันเองนะคะ
**โทษทีค่ะ เมื่อกี้เข้าไปตอบผิดกระทู้ ** ;D
สวัสดีค่ะน้องโจ้และทุกๆท่าน
พี่เข้าใจและขอให้คุณโจ้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆได้ลุล่วงด้วยดีนะคะสู้ๆๆๆๆๆๆและขอให้กำลังใจ
สปาร์
ขอบคุณอีกครั้งค่ะพี่สปาร์สำหรับข้อคิด และกำลังใจ :-* :-*
ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย :'( ฉะนั้นชีวิตไม่สิ้นมันก็ต้องดิ้นกันไป ขอดิ้นขอเหนื่อยที่สวิส แล้วจะกลับไปสิ้นที่เมืองไทย ;D
นี่ก็ซื้อล็อตโตอยู่เกือบทุกอาทิตย์ เผื่อฟลุ๊กได้แจ๊กพ๊อต+พลัส..555 ทุกวันนี้ถูกทีละ 2 ฟรังเองอ่ะ ;D
สวัสดีค่ะน้องโจ้
น้องยังจะต้องพบเจอประสบการณ์อีกมากมายในต่างแดนทั้งที่ทำให้เรามีความประทับใจในน้ำใจของคนไทยรวมทั้งที่ไม่น่าประทับใจทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่ที่ตัวเราด้วย
อยู่ที่นี่หรือที่ไหนๆในโลกเบี้ยวๆใบนี้ถ้าจิตใจของเรามีความสุขอยู่ที่ไหนก็ดีนะคะ
ขอให้คุณโจ้ถูกรางวัลที่หนื่งนะคะ
สปาร์