สวัสดีคะป้าพอล และทุก ๆ คน
แพนมีเรื่องอยากสอบถามป้า และผู้รู้ท่านอื่น ๆ คะ
ตอนที่แพนทำเรื่องแต่งงาน แพนแจ้งว่าจะใช้นามสกุล Schmid-Khotprada
แต่ในทะเบียนสมรส นามสกุลหลังแต่งงานเป็นแค่ Schmid
ความจริงแพนอยากใช้นามสกุลเดิมก่อนแต่งงานร่วมด้วย แต่ว่ากฎหมายบ้านเรา ถ้าจะใช้นามสกุลก่อนแต่งงานร่วมด้วย ต้องใช้เป็นนามสกุลรองเท่านั้น นั่นคือ Khotprada Schmid
ถ้าแพนจะใช้ Khotprada Schmid ในพาสปอร์ต ทำไม่ได้ใช่ไหมคะ (เพราะว่านามสกุลที่สวิตฯ เป็น Schmid-Khotprada)
สรุป ถ้าแพนจะแจ้งที่ไทยว่าแค่ Schmid จะขัดกับนามสกุลที่ใช้ในสวิตฯ ไหมคะ เพราะถ้าแพนใช้แค่ Schmid นั่นหมายความว่า ทั้งบัตรประชาชน พาสปอร์ต อะไรต่อมิอะไรที่เมืองไทย ก็จะมีแค่ Schmid ไม่มี Khotprada
รบกวนตอบแพนด้วยนะคะ หรือใครมีคำแนะนำอะไร ช่วยแนะนำแพนด้วยคะ เพราะแพนกำลังจะกลับบ้าน ไปทำเอกสารต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
สวัสดีค่ะ คุณ pan
อ่านข้อมูลด้านล่างของป้า Pall เลยค่ะ Apiเอามาจากการตอบกระทู้ของป้า(search & copy หุๆๆ พอดีช่วงนี้ป้าเค้าไปพักร้อน) ป้า Pallตอบให้สาวโรงงานในหัวข้อ จำเป็นไหม? แต่งงานแล้วต้องเปลี่ยนชื่อในpassport
หวังว่าคงเคลีย์นะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณสาวโรงงาน
ขอบคุณมากสำหรับคำชมต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาช่วยเหลือให้ข้อมูลความรู้
ประสบการณ์เป็นวิทยาทานแก่กัน
**ขอพูดเกี่ยวกับการใช้นามสกุลก่อน**
เรามีสิทธิเลือกนามสกุลที่ต้องการใช้ได้ตามกฎหมายที่ระบุไว้ตอนจดทะเบียนสมรส
ถ้าต้องการใช้นามสกุลเดิมตอนเป็นโสดก็มีสิทธิเลือกได้
หรือต้องการใช้นามสกุลของสามี..หรือนามสกุลของทั้งคู่ก็สามารถทำได้เพราะ
กฎหมายอนุญาตให้เลือกได้
ยกตัวอย่างเช่น
Kanda Tongdee (ใช้นามสกุลเดิม)
Kanda Weber (นามสกุลสามี)
Kanda Weber-Tongdee(นามสกุลทั้งคู่)
**ขอตอบคำถามของคุณเลยนะคะ
ถ้าคุณต้องการทำการเปลี่ยนฐานะหลังการสมรสโดยการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจาก
นางสาว เป็น นาง และ/หรือขอเปลี่ยนนามสกุลหลังการสมรส
เปลี่ยนนามสกุลในหนังสือเดินทางไทยถ้าจดทะเบียนสมรสที่สวิตฯ
**ต้องดูเวลาที่คุณจดทะเบียนสมรสและเลือกใช้นามสกุลแบบไหน
ถ้าจดทะเบียนสมรสที่ประเทศสวิตฯก็ใช้ใบสำคัญการสมรส (Heiratsurkunde)
ไปเปลี่ยนนามสกุลก็เปลี่ยนนามสกุลแบบนั้นตรงตามที่คุณจดทะเบียน
**ถ้าจดทะเบียนสมรสที่อำเภอในเมืองไทยก็ใช้ใบสมรสไทยไปยื่นในการเปลี่ยน
สรุปง่ายๆคุณจดทะเบียนสมรสใช้นามสกุลอะไรเวลาไปเปลี่ยนนามสกุลก็ใช้แบบนั้น
แต่ถ้าคุณยังใช้นามสกุลเดิมแต่อยากเพิ่มนามสกุลของสามีก็ทำได้โดยมีหนังสือยินยอมของสามีประกอบด้วย
**ต้องเปลี่ยนนามสกุลหรือไม่อยากเปลี่ยนนามสกุล?
ถ้าคุณมีความประสงค์ยังไม่ต้องการเปลี่ยนนามสกุล
และคุณยังสามารถทำใบพำนักBได้โดยไม่มีปัญหาอะไร....
คุณก็ยังไม่ต้องไปทำการเปลี่ยนนามสกุล
การเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลของสามี เป็นคนละประเด็นกับการได้สัญชาติสวิสค่ะ
**การเปลี่ยนนามสกุลหลังสมรสและ/หรือคำนำหน้าชื่อหลังสมรส **
คุณสามารถทำการแจ้งเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อและ/หรือนามสกุลหลังสมรสชั่วคราวทำได้
ในหนังสือเดินทางรูปแบบเก่าเท่านั้น
แต่ถ้าเป็นหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-พาสปอร์ต)
คุณไม่สามารถทำการขอแจ้งเปลี่ยนได้นะคะ
และหนังสือเดินทางแบบE Passport ถ้าข้อมูลชื่อผิดพลาดจะแก้ไขไม่ได้เลยค่ะต้องทำใหม่
ดังนั้นการเปลี่ยนนามสกุลหลังสมรสและ/หรือคำนำหน้าชื่อหลังสมรส
ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนนามสกุลคุณต้องไปแจ้งเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้านไทยเท่านั้น
**คำถาม**
ถ้าไม่เปลี่ยนจะมีผลดี-ร้าย อย่างไรบ้างคะ (ดิฉันแต่งงานและอยู่ที่สวิสได้3ปีกว่าแล้วคะ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในพาสเลย)
**คำตอบ**
**ผลดี**
ถ้าคุณยังมีสถานะภาพเดิมอยู่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร
เวลาที่คุณต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆในเมืองไทยเช่นบ้าน ที่ดิน ฯลฯ
การใช้เอกสารต่างๆจะไม่ยุ่งยากไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลยใช้ได้เลย
และคุณไม่ต้องให้สามีมาลงลายมือเซ็นต์กำกับด้วยทุกครั้ง เวลาที่คุณต้องไปเกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรมใดๆ
**สำหรับคนที่เปลี่ยนสถานะภาพไปแล้วก็อย่ากังวลใจนะคะ
ถึงแม้ว่าคุณจะเปลี่ยนนามสกุลตามสามีแต่คุณไม่ได้สละสัญชาติไทย
คุณยังเป็นคนไทยอยู่ดังนั้นคุณจึงยังมีสิทธิในการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆในเมืองไทยเช่นบ้าน ที่ดิน อาคารชุด ฯลฯได้
เมื่อคุณไปซื้อที่ดิน บ้าน อาคารชุด ที่เมืองไทยและต้องใช้หลักฐานยื่นแสดงถึงสถานะภาพของคุณว่า
คุณมิใช่คนโสด มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ
ทางการฝ่ายที่ดินก็จะให้คู่สมรสที่เป็นชาวต่างชาติของคุณมาทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันว่า
การซื้อที่ดิน บ้าน.. เป็นการซื้อโดยเงินส่วนตัวของคุณโดยที่คู่สมรสและเป็นคนต่างชาติของคุณ
ไม่มีส่วนได้เสียกับที่ดินหรือบ้านที่คุณซื้อ
เมื่อทำการซื้อขายที่ดินหรือบ้านเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
คุณก็จะเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน บ้าน อาคาร แต่เพียงผู้เดียว
คู่สมรสที่เป็นชาวต่างชาติของคุณจะไม่มีสิทธิใดๆในที่ดินหรือบ้านหลังนี้
**แต่ถ้าพูดกันจริงๆแล้วทางกรมที่ดินเจ้าหน้าที่เขาไม่สนใจหรอกค่ะว่าเป็นเงินของใคร
การที่ทำแบบนี้เป็นการทำเพื่อป้องกันการมีปัญหาในภายข้างหน้าถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
และอีกอย่างเป็นการทำเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างด้าวซึ่ง
อาจจะกระทบความมั่นคงของประเทศได้เท่านั้นซึ่งมีกฎหมายควบคุมอยู่
**ที่ดินมรดกที่ได้รับ**
ขอยกบทกฎหมายเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินส่วนตัวและสินสมรส
**ตามมาตรา 1470 นั้น **
ได้กำหนดทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
( 1 ) สินส่วนตัว คือ ทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
สินส่วนตัวแบ่งออกเป็น 2 จำพวก คือ สินส่วนตัวของสามี และสินส่วนตัวของภริยา
( 2 ) สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย
***********************************
****สินส่วนตัว **
มาตรา 1471 สินส่วนตัวได้แก่ทรัพย์สิน
(1) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส
(2) ที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามควรแก่ฐานะ
หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
(3) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดก หรือโดยการให้โดยเสน่หา
(4) ที่เป็นของหมั้น
**ดังนั้นถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับทรัพย์สินที่มาระหว่างสมรส
โดยการรับมรดก หรือโดยการให้โดยเสน่หา ให้ถือเป็นสินส่วนตัวค่ะ
คนที่ได้รับมรดกเป็นที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์สินจากพ่อแม่ของตนเอง
อย่าตกใจวิตกกังวลกลัวว่าจะต้องแบ่งครึ่งให้คู่สมรส
ถ้ามรดกที่ยกให้คุณนั้นเป็นการให้โดยเสน่หา มรดกส่วนนี้เป็นของคุณคนเดียวไม่ต้องแบ่งให้คู่สมรส
ขอบคุณคุณ Api มากคะ ที่อุตส่าห์ไปค้นหาข้อมูลเก่า ๆ มาให้ ซึ้งในน้ำใจจริง ๆ คะ
ขอบคุณอีกครั้งคะ
สวัสดีค่ะ คุณ pan และคุณ api
ขอบคุณคุณ pan ที่มาตั้งกระทู้นี้ เพราะอุ้มก้อกำลังหาข้อมูลเรื่องนี้พอดีเลย ช่างพอดีอะไรเช่นนี้ แต่ช่วงนี้แบบแอบขี้เกียจค้นกระทู้เก่า แล้วก้อขอบคุณ api ที่ค้นมาให้นะคะ