สวัสดีค่ะ ป้า pall และสมาขิกทุกๆคนค่า :)
วันนี้วนๆ เวียนๆนั่งหน้าคอมอยู่เว็บนี้ทั้งวันเลยค่ะ...ความจริงน่าจะตั้งหน้าตั้งตาปั่น thesis แต่ก็ไม่ทำ..เฮ้อ! แต่ก็ดีนะคะได้ความรู้และกำลังใจตั้งเยอะ...ขวัญเองยื่นวีซ่าครั้งแรกประมาณวันที่ 28 ก.ค. (มั้งคะ เริ่มจำไม่ได้แล้วค่า) แต่ไม่ผ่าน เลยยื่นอุทธรณ์ ประมาณวันที่ 6 ส.ค. (อันนี้ก็ไม่ชัวร์เหมือนกันค่ะ :-\) แต่มารู้ผลว่าไม่ผ่านประมาณวันที่ 27 ต.ค. ค่ะ ...แต่แฟนก้ยังหวังลึกๆ (ขวัญด้วย) ว่าอยากให้ไปดูบ้านเมืองเค้าก่อนที่เราจะตัดสินใจอะไรมากกว่านี้น่ะค่ะ...กรณีอย่างนี้ขวัญพอจะมีหวังไหมคะ..แล้วต้องทำยังไงบ้างคะ...รบกวนป้า pall และผู้รู้ทุกท่านช่วยกรุณาให้ข้อคิดและคำแนะนำด้วยค่า
ขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณขวัญ
เราก็ยื่นอุทรณ์ ไม่ผ่าน (ทำวีซ่า Visit แฟนน่ะ) เสียเงินค่าธรรมเนียมไปตั้งสองครั้ง
พอสุดท้าย เว้นระยะไว้ประมาณสองเดือน ก็เลยตกลงทำวีซ่ามาแต่งงานที่สวิสฯ กับแฟน รอผลประมาณเกือบสองเดือนนะ ก็ผ่าน..
แล้วคุณขวัญคบแฟนมานานหรือยังคะ รู้นิสัยใจคอกันดีหรือยัง เพราะถ้าเราชอบกัน ตกลงที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว ไว้ใจกันแล้ว
รู้จักเขาดีพอแล้ว ก็ตัดสินใจทำวีซาแต่งงานไปเลยค่ะ ชัวร์กว่าค่ะ (นี่คือทางออก ฮ่าๆๆๆ)
ลองตัดสินใจดูอีกทีนะคะ จะเอาใจช่วย และของให้ผ่านค่ะ (นามีลงโพสต์ไว้ เรื่องเอกสารยื่นวีซ่าแต่งงานในเวปป้าพอล ลองอ่านดูนะคะ)
โชคดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณนา
ขอบคุณมากนะคะที่กรุณามาช่วยให้คำแนะนำค่ะ :) ขวัญเองก็แอบๆไปอ่านเก็บความรู้ไว้บ้างเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้ทะลุปรุโปร่ง แหะๆๆๆ ขวัญคบกับแฟนได้แค่ปีกว่าๆเองค่ะ ประมาณ 1 ปี 5 เดือนมั้งคะ ถือว่ายังไม่ชัวร์ น่ะค่ะ เลยอยากจะไปดูทางบ้านเค้า ความเป็นอยู่ กิจวัตร และนิสัยแอบแฝงอะไรประมาณเนี๊ยะค่ะ ;D เค้าเป็นหมอ ไม่พร้อมที่จะมาอยู่เมืองไทยตอนนี้ ขวัญเองก็เป็นครู แม้จะเงินน้อยแต่ยังไม่อยากผิดพลาดมาก หากตัดสินใจผิดค่ะ..เลยคิดว่าอยากศึกษากันก่อน แต่เค้าเองก็อยากให้เราไปเยี่ยมเค้าน่ะค่ะ เค้าย้ำถามขวัญว่าจะอยยู่ได้ไม๊ที่นั่น ขวัญเองก็อึ้ง ให้คำตอบไม่ได้ เลยได้แต่เงียบน่ะค่ะ..อีกอย่างเราเองก็ติดนิสัยอยู่กับแม่มากตลอด จะห่างก็แค่ช่วงเรียน ป.ตรี ที่อยู่ กทมง เลยใจหายและอดน้ำตาเล้ดไม่ได้หากต้องไปอยู่ซะไกล...เฮ้อ กลายเป็นปัญหาน่ะค่ะ..อีกอย่างจะไปแล้วไม่มีงาน ไม่มีเงิน ก็คงลำบาก ไม่อยากมีปัญหาครอบครัวด้วยค่ะ..เฮ้อ! แต่ถามว่าคิดถึงเค้าไม๊ อยากอยู่ด้วยกับเค้ารึเปล่าก็ตอบว่า ใช่นะคะ 5555 ชีวิตเลยยังหาทางออกไม่ได้ค่ะ..
คุณนา คะ ถ้าไม่ทำวีแต่งงานไม่มีทางอื่นหรือคะ :( อืม..ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำและกำลังใจ รู้สึกดีค่ะ ขอบคุณค่ะ :)
หวัดดีค่ะคุณขวัญ ลองขอวีซ่าเยี่ยมเยียนอีกครั้งนะคะ เราว่าผ่านนะ
เคยคุยกับคนอุทธรณ์แล้วไม่ผ่าน พอเว้นสักระยะ เขาขอใหม่ก็ผ่านะคะ
Nan
สวัสดีค่ะ คุณ nan
ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ แหมดีใจจัง..ตอนแรกไม่แน่ใจเพราะไม่เคยได้ยินเลยค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าอุทธรณ์ไม่ผ่านมักขอวีซ่าแต่งงานเลยน่ะค่ะ เห็นทีต้องไปศึกษาเรื่องเอกสารใหม่ซะแล้ว ไม่รู้ว่ายื่นใหม่คราวนี้ต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารนานเท่าไหร่น่ะค่ะ...แหม อยากคุยกับคนที่มีประสบการณืเหมือนเราแต่เค้ายื่นใหม่ เหมือนกรณีที่คุณ nan พูดถึงจังเลย ใครมีประสบการณืช่วยมาเป็นวิทยาทานให้ด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่า
คุณ nan สบายดีนะคะ มีข่าวดีอย่าลืมบอกกันนะจ๊ะ :)
ค่ะคุณขวัญ
มันน่าจะผ่านนะคะ เพราะคุณขวัญก็มีหน้าที่การงานที่ดีอยู่แล้ว ขอใบรับรองงาน ระบุ ทุกอย่างให้ครบ ว่าเราต้องการไปเยี่ยมแฟน
และไปตั้งแต่วันใหน ถึงวันใหนบ้าง แล้วเราจะกลับมทำงานที่เมืองไทยอีก แค่ไปเยี่ยมน่ะค่ะ
(และอีกอย่างที่สำคัญ อย่าไปถึง 3 เดือนนะคะ นานไปน่ะค่ะ ผ่านยาก ไปแค่ประมาณ 1 หรือ 2 เดือนก็พอค่ะ น่าจะผ่าน)
แฟนเป็นหมอนี่ มันน่าจะผ่านชัวร์นะ เพราะเค๊ามีการงานที่มั่นคง ให้เค๊าเขียนใบการันตีเราให้ดีๆ
เพราะสถานฑูตเขาสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของแฟนคุณที่ปลายทางเมืองที่แฟนคุณขวัญอยู่น่ะค่ะ
และอีกอย่าง การตอบสัมภาษณ์ต้องไม่ติดขัด ต้องไม่โกหก ตอบตามความเป็นจริง แบบซื่อๆ น่ะค่ะ
(คนสัมภาษณ์น่าจะชอบแบบนี้ ตามประสบการณ์ที่นาเคยประสบมาน่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ทำเป็นรู้ดีอีกแน่ะเรา)
คุณขวัญลองเว้นระยะสักสามสี่เดือนนะคะ แล้วค่อยไปทำวีซ่าเยี่ยมเยียนใหม่ เตรียมมเอกสารใหม่อีกสักสามเดือนก่อน
เพราะช่วงนี้คนเข้าเมืองสวิสฯเยอะมากๆ เขาตรวจเอกสารวันๆ เป็นแสนๆ ฉบับ โดยเฉพาะวีซ่าแต่งงานนี่ละค่ะ
จะเอาใจช่วยนะคะ
บายค่ะ
สี่
Quote from: Khwanjai on April 30, 2009, 04:54:21 PM
สวัสดีค่ะ คุณนา
ขอบคุณมากนะคะที่กรุณามาช่วยให้คำแนะนำค่ะ :) ขวัญเองก็แอบๆไปอ่านเก็บความรู้ไว้บ้างเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้ทะลุปรุโปร่ง แหะๆๆๆ ขวัญคบกับแฟนได้แค่ปีกว่าๆเองค่ะ ประมาณ 1 ปี 5 เดือนมั้งคะ ถือว่ายังไม่ชัวร์ น่ะค่ะ เลยอยากจะไปดูทางบ้านเค้า ความเป็นอยู่ กิจวัตร และนิสัยแอบแฝงอะไรประมาณเนี๊ยะค่ะ ;D เค้าเป็นหมอ ไม่พร้อมที่จะมาอยู่เมืองไทยตอนนี้ ขวัญเองก็เป็นครู แม้จะเงินน้อยแต่ยังไม่อยากผิดพลาดมาก หากตัดสินใจผิดค่ะ..เลยคิดว่าอยากศึกษากันก่อน แต่เค้าเองก็อยากให้เราไปเยี่ยมเค้าน่ะค่ะ เค้าย้ำถามขวัญว่าจะอยยู่ได้ไม๊ที่นั่น ขวัญเองก็อึ้ง ให้คำตอบไม่ได้ เลยได้แต่เงียบน่ะค่ะ..อีกอย่างเราเองก็ติดนิสัยอยู่กับแม่มากตลอด จะห่างก็แค่ช่วงเรียน ป.ตรี ที่อยู่ กทมง เลยใจหายและอดน้ำตาเล้ดไม่ได้หากต้องไปอยู่ซะไกล...เฮ้อ กลายเป็นปัญหาน่ะค่ะ..อีกอย่างจะไปแล้วไม่มีงาน ไม่มีเงิน ก็คงลำบาก ไม่อยากมีปัญหาครอบครัวด้วยค่ะ..เฮ้อ! แต่ถามว่าคิดถึงเค้าไม๊ อยากอยู่ด้วยกับเค้ารึเปล่าก็ตอบว่า ใช่นะคะ 5555 ชีวิตเลยยังหาทางออกไม่ได้ค่ะ..
คุณนา คะ ถ้าไม่ทำวีแต่งงานไม่มีทางอื่นหรือคะ :( อืม..ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำและกำลังใจ รู้สึกดีค่ะ ขอบคุณค่ะ :)
สวัสดีค่ะ เข้ามาเสนอแนวคิดให้ขวัญเผื่อจะเป็นไอเดียใหม่ๆค่ะ ก็คือให้แฟนไปด้วยในตอนที่ไปยื่นเอกสารขอวีซ่า บางทีเจ้าหน้าที่เห็นแบบตัวเป็นๆอาจจะให้ความเชื่อมั่นได้มากขึ้นค่ะ และเผื่อเค้าถามในเรื่องการปฏิเสธครั้งก่อนแฟนจะได้ช่วยตอบด้วย อันนี้เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ ยังไงก็เตรียมเอกสารให้พร้อมนะคะ และขอให้โชคดีกับการยื่นครั้งใหม่ค่ะ
ฝน ค่ะ
สวัสดีค่า คุณนาและคุณฝน
ตอนนี้เริ่มติดเว็บนี้มากขึ้นแล้วค่ะ (หุหุ ป้าพอลแอบดีใจแน่ๆเลย) ต้องเข้ามาเช็คความเคลื่อนไหวบ่อยๆ เหะๆๆ ขอบคุณคุณทั้งสองนะคะที่ให้คำแนะนำดีช่วยเสริมกำลังใจน่ะค่ะ..คุณนาคะ ครั้งแรกขวัญขอแค่ 20 วันเองค่ะ เพราะคือช่วงปิดเทอมสั้น ก่อนยื่นมั่นใจว่าน่าจะผ่านนะ 80 % เอ้า! หลังสัมภาษณ์ รู้เลยว่าน่าจะตก :P หวังลึกๆว่าอุทธรณ์น่าจะผ่าน แต่ก็ยังไม่ผ่านระยะเวลาเท่าเดิม วันที่เดิมน่ะค่ะ ความจริงขวัญอยากรู้ข้อผิดพลาดที่แก้ไขได้มากที่สุด แล้วจะได้ปรับปรุงค่ะ..พูดตามตรงครั้งแรกนั้นสุ่มๆเรื่องเอกสารตามความเข้าใจและความรู้จากเว็บนี้ค่ะ แต่สำหรับแฟนเค้าก็พยายามส่งเอกสารตามที่เราบอก และเราทั้งสองเมลล์ถามสถานฑูตนะคะ แต่บอกตรงๆขวัญไม่แน่ใจ 100 % หรอกค่ะเรื่องเอกสาร เพราะท่าทางแฟนจะอัตตาสูงม๊ากกกกกก เค้าบอกว่าเค้าไม่มีปัญหาอะไร เอกสารขออะไรก็ให้หมดทำไมไม่ผ่านทั้ง 2 ครั้ง เราเองก็บอกนะว่าเราไม่เคยมีประหวัดขึ้นสาลด้วยซ้ำ ภาษีก็ยื่นแต่เราไม่ต้องจ่าย (เงินน้อยค่ะ หุหุ) ยังงี้เราจะเริ่มแก้ไขตรงจุดไหนก่อนดีค่ะ ที่ไม่ต้องทะเลาะกับแฟน 55555 (ถามเผื่อได้ไอเดียใหม่ๆค่ะ)
อ้อ คุณนา ขวัญมีประทับตราจากสถานฑูตที่โดน reject ด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าคนอื่นเหมือนกันรึเปล่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไม่ผ่านน่ะค่ะ แล้วนั่นก็เป็นพาสปอร์ตเล่มแรก เล่มเดียวที่เพิ่งทำเพื่องานนี้ด้วยสิ อย่างนี้ยังมีหวังไหมคะ :'(
คุณฝนจ๊ะ ขอบใจนะจ๊ะที่มาส่งกำลังใจที่นี่ อืม..แนวคิดดีเนอะ แต่แฟนจะมีเวลาลงมาช่วยรึเปล่านี่สิประเด็นสำคัญ ที่มาเยี่ยมเนี่ยรู้ป่าวแม่โทรตามตัวเลยง่ะ 5555 คือแม่เค้าอายุมาก (80 กว่าแล้ว) เลยลืมๆเลือนๆมาลูกหายไปไหนน่ะ โฮะๆๆๆๆๆ แต่จะลองถามเค้าดูจ่ะ ..ขอบใจนะ
เอ้า!!! อย่าลืมเข้ามาเป็นกำลังใจให้เป็นระยะๆนะเจ้าคะ ขอบคุณทุกๆคนค่ะ :)
คุณขวัญคะ
สำหรับนา ทำวีซ่าครั้งแรกนะ แฟนยืนอยู่ข้างๆ เลยละ ยังไม่เห็นผ่านเลย (นี่ขนาดเขาสัมภาษณ์แฟนด้วยนะ)
นาว่าอยู่ที่ความพอใจของเขาค่ะ นึกอยากจะให้ใครผ่านก็ผ่านได้ง่ายๆ แต่ไอ้ทีเรามีเอกสารครบหมดทุกอย่าง
หน้าที่การงานก็มีที่เมืองไทย ยังไม่ผ่านเลย พอครั้งที่สอง นาเข้าไปลุยที่สถาณฑูตเลยนะ แกล้งบอกยามว่า มาทำวีซ่า แต่เป่าหรอก
นาเข้าไปโวยวายเลยนะ ว่าทำไมไม่ผ่าน บ้านแฟนก็มี หลังตั้งใหญ่โต มโหราน แล้วทำไมใน จม.บอกว่าบ้านแฟนไม่น่าเชื่อถือละ ช่วยตอบเหตุผลได้เป่า
(กับผู้หญิงคนที่สัมภาษณ์ ผมหยิกๆ นั่งล็อกสอง น่ะค่ะ หน้าตาก็ไม่ยิ้มแย้มเลยนะ มันไม่ชอบคนที่พูดกับมันเสียงแข็งนะ)
นาก็รู้สึกเจ็บใจมากๆเหมือนกัน พอผ่านนะ นาซื้อของไปแจกทุกคนเลย ที่ทำงานที่นั่น แต่ไม่แจกมันอีผู้หญิงที่สัมภาษณ์น่ะ เกลียดชังมากๆ จำจนวันตาย)
แต่แฟนนา เขาลุยนะ ถึงขนาดโทรไปที่ Imigration Office และก็เข้าไปถามเลย ว่า ทำไมให้เหตุผลว่า บ้านช่องไม่น่าเชื่อถือ การันตี ไม่แน่น ทั้งที่ หน้าที่ การงาน การเงิน ทุกอย่างก็มีพร้อมน่ะ
(และแฟนพี่ก็โทรถามที่สถานฑูตในไทยด้วยนะ โวยวายเลยว่าทำไมให้เหตุผลไม่น่าเชื่อถือ กับกระดาษแผ่นเดียวที่แจกมา ที่ Reject น่ะ)
พี่เอาใจช่วยจ๊ะ
ขอให้โชคดี บายจ้ะ
ก็ลองดูนะ ให้แฟนโทรถามดู ตามที่พี่บอกน่ะ ค่อยๆ ค่อย คุยกันนะ
Quote from: Khwanjai on May 02, 2009, 04:04:21 PM
สวัสดีค่า คุณนาและคุณฝน
ตอนนี้เริ่มติดเว็บนี้มากขึ้นแล้วค่ะ (หุหุ ป้าพอลแอบดีใจแน่ๆเลย) ต้องเข้ามาเช็คความเคลื่อนไหวบ่อยๆ เหะๆๆ ขอบคุณคุณทั้งสองนะคะที่ให้คำแนะนำดีช่วยเสริมกำลังใจน่ะค่ะ..คุณนาคะ ครั้งแรกขวัญขอแค่ 20 วันเองค่ะ เพราะคือช่วงปิดเทอมสั้น ก่อนยื่นมั่นใจว่าน่าจะผ่านนะ 80 % เอ้า! หลังสัมภาษณ์ รู้เลยว่าน่าจะตก :P หวังลึกๆว่าอุทธรณ์น่าจะผ่าน แต่ก็ยังไม่ผ่านระยะเวลาเท่าเดิม วันที่เดิมน่ะค่ะ ความจริงขวัญอยากรู้ข้อผิดพลาดที่แก้ไขได้มากที่สุด แล้วจะได้ปรับปรุงค่ะ..พูดตามตรงครั้งแรกนั้นสุ่มๆเรื่องเอกสารตามความเข้าใจและความรู้จากเว็บนี้ค่ะ แต่สำหรับแฟนเค้าก็พยายามส่งเอกสารตามที่เราบอก และเราทั้งสองเมลล์ถามสถานฑูตนะคะ แต่บอกตรงๆขวัญไม่แน่ใจ 100 % หรอกค่ะเรื่องเอกสาร เพราะท่าทางแฟนจะอัตตาสูงม๊ากกกกกก เค้าบอกว่าเค้าไม่มีปัญหาอะไร เอกสารขออะไรก็ให้หมดทำไมไม่ผ่านทั้ง 2 ครั้ง เราเองก็บอกนะว่าเราไม่เคยมีประหวัดขึ้นสาลด้วยซ้ำ ภาษีก็ยื่นแต่เราไม่ต้องจ่าย (เงินน้อยค่ะ หุหุ) ยังงี้เราจะเริ่มแก้ไขตรงจุดไหนก่อนดีค่ะ ที่ไม่ต้องทะเลาะกับแฟน 55555 (ถามเผื่อได้ไอเดียใหม่ๆค่ะ)
อ้อ คุณนา ขวัญมีประทับตราจากสถานฑูตที่โดน reject ด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าคนอื่นเหมือนกันรึเปล่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไม่ผ่านน่ะค่ะ แล้วนั่นก็เป็นพาสปอร์ตเล่มแรก เล่มเดียวที่เพิ่งทำเพื่องานนี้ด้วยสิ อย่างนี้ยังมีหวังไหมคะ :'(
คุณฝนจ๊ะ ขอบใจนะจ๊ะที่มาส่งกำลังใจที่นี่ อืม..แนวคิดดีเนอะ แต่แฟนจะมีเวลาลงมาช่วยรึเปล่านี่สิประเด็นสำคัญ ที่มาเยี่ยมเนี่ยรู้ป่าวแม่โทรตามตัวเลยง่ะ 5555 คือแม่เค้าอายุมาก (80 กว่าแล้ว) เลยลืมๆเลือนๆมาลูกหายไปไหนน่ะ โฮะๆๆๆๆๆ แต่จะลองถามเค้าดูจ่ะ ..ขอบใจนะ
เอ้า!!! อย่าลืมเข้ามาเป็นกำลังใจให้เป็นระยะๆนะเจ้าคะ ขอบคุณทุกๆคนค่ะ :)
คุณนา ครั้งแรกไม่ผ่าน ครั้งที่สองคุณนาอุทธรณ์ ก็ยังไม่ผ่านเหรอคะ
แล้วคุณนาไปโน่นด้วยวีซ่าอะไรคะ ขอบคุณค่ะ
การตัดสินครั้งแรกน่าจะเป็นคนที่สัมภาษณ์เราที่ Bangkok แต่พอรอบสองน่าจะเป็นการตัดสินในสวิส ใช่ไหมคะ
Nan
สวัสดีค่า พี่นา
ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นน้องเล็กด้วยคนนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่มาให้คำแนะนำ กำลังใจและ..โฮะๆๆๆๆ บอกตรงๆว่าอ่านประวัติที่พี่ทำแล้วได้ใจจังเลยค่ะ..พี่แน่มาก..ขวัญสิคะตอนที่โดน reject เราท้อแท้ เสียใจแต่แฟนโมโหค่ะ บอกว่าจะโทรถามและเมลล์ด้วย เค้าบอกไม่ยุติธรรม เอาอะไรมาวัดเนี่ย แต่ขวัญสิห้ามไว้ กลัวมีปัญหา เดี๋ยวชื่อขึ้นบอร์ด ก็เลยให้มันจบๆไป 555 ขืนพูดมากเดี๋ยวทะเลาะกันเองค่ะ...งั้นขวัญว่าก็ไม่ต้องขอร้องเค้ามาแล้วเนอะ..สงสัยต้องสู้ด้วยตัวเองแล้ว ขอกำลังใจจากพี่นาด้วยนะจ๊ะ...อ้อพี่นาคะ แล้วพี่ผ่านตอนอุทธรณ์รึเปล่าเอ่ย ตอนครั้งที่ 2 ไม่เจอคนเดิมเหรอคะ แล้วเค้าไม่ทำหน้าพิโรธใส่พี่เหรอคะ ว่างๆเขียนมาเล่าให้น้องฟังเป็นประสบการณ์บ้างสิคะ ;D พี่นาขา อีกเรื่องเพิ่งมาฉุกคิดเมื่อวานเองค่ะ หลังจากมีน้องคนนึงเมลล์มาถามเรื่องการซื้อประกันสุขภาพ ขวัญตอบเค้าไม่ได้เพราะทั้งตั๋วเครื่องบินไป-กลับและประกันแฟนเดินเรื่องให้หมดเลย จองที่โน่นเลยง่ะค่ะ นี่เป็นประเด็นข้อผิดพลาดด้วยรึเปล่าคะ. เกี่ยวกันไม๊เอ่ย..สำหรับคนสัมภาษณ์จำไม่ได้ว่าผมงอหรือตรงค่ะ แต่รู้ชื่อเพราะเค้าให้แฟกซ์ส่งเอกสารให้เค้าน่ะค่ะ..ตั๋วของสวิส ส่วนบริษัทประกันวงเงินก็ 30,000 CF จำได้เท่านี้แหละค่ะ พี่มีความคิดเห็นยังไง รึผู้รู้ท่านใดมีประสบการณ์ช่วยมาไขข้อข้องใจด้วยนะคะ :) ...ขอบคุณล่วงหน้าค่า
คุณขวัญก็เตรียมเอกสารไปตามที่แนน list ไว้นะคะ
ส่วนเรื่องอีเมลที่ติดต่อกัน บิลค่าโทร รูปคู่ จะแนบหรือไม่ ก็แล้วแต่คุณ
ตั๋วก็จองกับเอเจนซี่ แล้วให้เขาอีเมลใบจองมาให้ คุณก็ print ไปแนบใบสมัครวีซ่า
อย่าไปจ่ายตังเขานะคะ ให้ได้วีซ่าก่อนค่อยจ่าย
ส่วนประกันคุณก็มาทำบ. alianz CP ตึก CP ชั้น 19 ที่สีลม ก็ได้ แนนทำที่นั่น 2500 baht มาทำก่อนวันยื่นก็ได้ ทำแค่ 15 นาที รอรับได้เลยค่ะ
แนนเห็นในเวปสถานทูตมีตั้งหลายบ.ที่รับทำประกัน ถ้าทำกับเอเจนซี่ ระวังเขาไม่คืนเงิน
นะคะ ถ้าเราไม่ได้ visa
สวัสดีค่ะ คุณ nan
คุณ nan หมายถึงเราจองตั๋วที่ กทม. ดีกว่าให้เค้าจองให้เหรอคะ หรือว่าให้เค้าจองแล้วส่งเมลล์มาก็ได้ อันไหนดีกว่ากันเนี่ย ...ตอนนี้หัวฟูกับ thesis อยู่ค่ะ กำลังจะส่งข้อมูลให้น้องช่วยเรื่องสถิติให้ แต่เมื่อเข้าเน็ตแล้วไม่แว๊บมาดูที่นี่ เหมือนหายใจไม่ปกติ เลยต้องมาบ่อยๆ เสริมกำลังใจ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)...คุณ nan สบายดีนะคะ แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่คะ ยังทำงานไม๊คะ
วีซ่าครั้งแรก นาทำมา Visit husband here, พอรู้ผลว่าไม่ผ่าน ก็ไปยื่นอุทรธ์อีก ก็ไม่ผ่านอีกละ
ที่มาได้นี่ คื่อ ทำครั้งที่สาม เป็นวีซ่ามาแต่งงานที่สวิสฯ ค่ะ
ใช่ คนที่สัมภาษณ์เราคนแรกที่กรุงเทพฯ ตัดสินใจ พอยื่นอุทรณ์ก็เป็นคนที่เมืองเบิร์นที่สวิสฯ
พอรู้ว่าอุทรณ์ไม่ผ่าน แฟนเลยเข้าไปถามถึงที่เบิร์นเลย ว่าเพราะอะไร ถึงไม่ผ่าน ไม่ยุติธรรมในการตัดสินเอกสาร
เขาก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร แต่ดีที่ให้คำแนะนำว่า ให้แฟนกับคุณทำวีซ่าใหม่อีกที หรือจะยื่นวีซ่าแต่งงานก็ได้ รวบรวมเอกสารใหม่นะ
พอเว้นระยะสักสองเดือน ก็เลยยื่นใหม่ แล้วก็ผ่านนี่ละจ้ะ ถึงได้มาอยู่สวิสฯกะเขาน่ะ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณค่ะ
Quote from: Nantaree link=topiยื่นอุc=2939นำ.msg24308#msg24308 date=1241357948
คุณนา ครั้งแรกไม่ผ่าน ครั้งที่สองคุณนาอุทธรณ์ ก็ยังไม่ผ่านเหรอคะ
แล้วคุณนาไปโน่นด้วยวีซ่าอะไรคะ ขอบคุณค่ะ
การตัดสินครั้งแรกน่าจะเป็นคนที่สัมภาษณ์เราที่ Bangkok แต่พอรอบสองน่าจะเป็นการตัดสินในสวิส ใช่ไหมคะ
Nan
วีซ่าครั้งแรก พี่ทำมา Visit แฟน here, พอรู้ผลว่าไม่ผ่าน ก็ไปยื่นอุทรธ์อีก ก็ไม่ผ่านอีกละ
ที่พี่ได้มานี่ คื่อ ทำครั้งที่สาม เป็นวีซ่ามาแต่งงานที่สวิสฯ
ใช่ คนที่สัมภาษณ์เราคนแรกที่กรุงเทพฯ ตัดสินใจ (น่าจะผู้หญิงผมหยิกๆน่ะละ ฮ่าๆๆๆ) พอยื่นอุทรณ์ก็เป็นคนที่เมืองเบิร์นที่สวิสฯ
พอรู้ว่าอุทรณ์ไม่ผ่าน แฟนเลยเข้าไปถามถึงที่เบิร์นเลย ว่าเพราะอะไร ถึงไม่ผ่าน ไม่ยุติธรรมในการตัดสินเอกสาร
เขาก็หาเอกสารอุทรณ์ไม่เจอนะ ค้นหาใหญ่เลย เพราะมันเป็นแสนๆ ฉบับ ที่คนจะเข้ามาเมืองสวิสฯน่ะ
เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ดีที่ให้คำแนะนำว่า ให้แฟนกับคุณทำวีซ่าใหม่อีกที หรือจะยื่นวีซ่าแต่งงานก็ได้ รวบรวมเอกสารใหม่นะ
พอเว้นระยะสักสองเดือน ก็เลยยื่นใหม่ แล้วก็ผ่านนี่ละจ้ะ ถึงได้มาอยู่สวิสฯกะเขาน่ะ ฮ่าๆๆๆ
ส่วนประกัน พี่ไม่ค่อยจะเข้าใจนะ พี่คิดว่า ถ้าเป็นเวีซ่าเยี่ยมเยียน ก็อยู่ที่ประมาณสองพันกว่าบาท หรือสามพัน แล้วแต่เอเย่นขาย
แต่ถ้าซื้อตั๋วเครื่องบินที่ใหน ก็น่าจะซื้อประกันที่นั่นด้วยกันเลย จะได้ไม่ลำบาก หาเอเย่นใหญ่ๆ ที่น่าเชื่อถือหน่อยนะจ๊ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอให้โชคดี แล้วก็ผ่านในการยื่นวีซ่านะจ๊ะ
Quote from: Khwanjai on May 03, 2009, 02:59:17 PM
สวัสดีค่า พี่นา
ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นน้องเล็กด้วยคนนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่มาให้คำแนะนำ กำลังใจและ..โฮะๆๆๆๆ บอกตรงๆว่าอ่านประวัติที่พี่ทำแล้วได้ใจจังเลยค่ะ..พี่แน่มาก..ขวัญสิคะตอนที่โดน reject เราท้อแท้ เสียใจแต่แฟนโมโหค่ะ บอกว่าจะโทรถามและเมลล์ด้วย เค้าบอกไม่ยุติธรรม เอาอะไรมาวัดเนี่ย แต่ขวัญสิห้ามไว้ กลัวมีปัญหา เดี๋ยวชื่อขึ้นบอร์ด ก็เลยให้มันจบๆไป 555 ขืนพูดมากเดี๋ยวทะเลาะกันเองค่ะ...งั้นขวัญว่าก็ไม่ต้องขอร้องเค้ามาแล้วเนอะ..สงสัยต้องสู้ด้วยตัวเองแล้ว ขอกำลังใจจากพี่นาด้วยนะจ๊ะ...อ้อพี่นาคะ แล้วพี่ผ่านตอนอุทธรณ์รึเปล่าเอ่ย ตอนครั้งที่ 2 ไม่เจอคนเดิมเหรอคะ แล้วเค้าไม่ทำหน้าพิโรธใส่พี่เหรอคะ ว่างๆเขียนมาเล่าให้น้องฟังเป็นประสบการณ์บ้างสิคะ ;D พี่นาขา อีกเรื่องเพิ่งมาฉุกคิดเมื่อวานเองค่ะ หลังจากมีน้องคนนึงเมลล์มาถามเรื่องการซื้อประกันสุขภาพ ขวัญตอบเค้าไม่ได้เพราะทั้งตั๋วเครื่องบินไป-กลับและประกันแฟนเดินเรื่องให้หมดเลย จองที่โน่นเลยง่ะค่ะ นี่เป็นประเด็นข้อผิดพลาดด้วยรึเปล่าคะ. เกี่ยวกันไม๊เอ่ย..สำหรับคนสัมภาษณ์จำไม่ได้ว่าผมงอหรือตรงค่ะ แต่รู้ชื่อเพราะเค้าให้แฟกซ์ส่งเอกสารให้เค้าน่ะค่ะ..ตั๋วของสวิส ส่วนบริษัทประกันวงเงินก็ 30,000 CF จำได้เท่านี้แหละค่ะ พี่มีความคิดเห็นยังไง รึผู้รู้ท่านใดมีประสบการณ์ช่วยมาไขข้อข้องใจด้วยนะคะ :) ...ขอบคุณล่วงหน้าค่า
ขอบคุณค่ะ คุณนา คุณนาอยู่ Bern เหรอคะ หายหนาวยังคะ
แนนสบายดีค่ะ ทำงานอยู่ค่ะ ไม่ได้ลาออก ตอนนี้ก็รอ และรอ 18 พค.
จากนั้นก็ต้อง รอ และรอ อีก ;D
เรื่องตั๋วกับประกัน คุณทำ หรือให้แฟนทำก็เหมือนกันค่ะ
Nan
จ้ะ นาอยู่ที่เบิร์น แต่ไม่ใช่ในตัวเมืองนะ ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 70 Kms. น่ะ ฮ่าๆๆๆ (คนนอกเมืองก็งี๊ละ)
ยังหนาวอยู่เลย ยิ่งถ้าวันใหนมีฝนตก ต้องก่อไฟผิงในบ้านน่ะ เพราะบ้านนาอยู่บนเขาค่ะ
คุณแนนยังไม่ได้มาสวิสฯ หรอ ถึงรอผลน่ะ หรือว่าผลวีซ่ามาแต่งงานที่สวิสฯ แต่เคยมาเยี่ยมเยียนแล้ว นึกว่าอยู่สวิสฯแล้วซะอีกแน่ะ
จ้ะ ก็ทำใจหน่อย รอไปก่อนเน๊อะ เดี๊ยวก็ได้ดั่งใจปราถนาล่ะน่า
บายจ้ะ
Quote from: Nantaree on May 04, 2009, 02:47:09 PM
ขอบคุณค่ะ คุณนา คุณนาอยู่ Bern เหรอคะ หายหนาวยังคะ
แนนสบายดีค่ะ ทำงานอยู่ค่ะ ไม่ได้ลาออก ตอนนี้ก็รอ และรอ 18 พค.
จากนั้นก็ต้อง รอ และรอ อีก ;D
เรื่องตั๋วกับประกัน คุณทำ หรือให้แฟนทำก็เหมือนกันค่ะ
Nan
สวัสดีค่ะคุณ Khwanjai คุณแนนและคุณนาด้วยนะคะ
วันนี้ไปเฉิ่มไปฟังผลวีซ่าใหม่ค่ะหลังจากที่ได้คิวยื่นเมื่อวันที่ 27 เมษา ที่ผ่านมาแต่วันนั้นไม่ได้ยื่นหรอกค่ะเพราะคุณผมหยิกๆๆเธอไม่ยอมเธอบอกเสียเสียงดังว่า "เฉิ่มกรอกเอกสารแต่งงงานเมื่อ 5โน้นว่าจะเปลี่ยนนามสกุลตามสามีและหลังแต่งงานเฉิ่มยื่นความประสงค์จะย้ายตามสามีไปอยู่สวิสเล่นเอาเฉิ่ม งง... ??? สงสัยตอนที่เฉิ่มแต่งงานเฉิ่มไม่อ่านเอกสารก่อนเซ็นต์ชื่อ แต่เฉิ่มก็แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนแต่งงานที่สถานฑูตแล้วว่าเฉิ่มจะอยู่เมืองไทยหลังแต่งงาน เฉิ่มไม่เคยไปสวิสแล้วก็ไม่เคยแวะเข้าสถานฑูตเลยหลังจากแต่งงาน สาบานเอ้า..ฟ้าผ่าคุณผมหยิกที่สถานฑูตไปเลยว่า"ไม่เคยคิดจะไปอยู่สวิส " ;D ;D มันเป็นความผิดของเฉิ่มเองละกันโทษฐานที่ไม่ดูไห้ดี
วันนั้นกลับบ้านแบบหนักแห้วสุดๆๆ ;D ;D
จากนั้นอีก 3 วัน พ่อบ้านโทรมาบอกไห้ไปยื่นเรื่องใหม่ไมอยากไปเลย เข็ดๆๆ ม๊ากๆๆ ไม่อยากเจอคุณหงิกแก เอาละเป็นไงเป็นกันหอบเอาหน้าด้านๆไปเจอคุณหงิกคนเดิมอีกรอบแหะ คุณหงิกเธอคงหน้าเงียบเฉย ๆ เธอดูเอกสารเฉิ่มแล้วเธอก็เอาเงิน 2,800 พูดสั้นๆห้วนๆ"เฉิ่มแต่งงานกันคนสวิสไม่ต้องเสียเงิน หลังจากนั้นคุณหงิกก็บอกไห้มาฟังผลวีซ่าวันที่ 6 วันนี้ค่ะ เฉิ่ม งง...อะไรจะกันนี้เฉิ่มผ่านหรือ พระเจ้าหงิกช่วยกล้วยทอด ไม่รู้ว่าพ่อบ้านทำอีท่าไหนมิอาจรู้ได้
ตอนนี้กะลังดูว่าจะได้ตั๋วเมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้นแหละ แค่นี้นะคะ ขอให้ทุท่านโชคดีมีความสุขค่ะ
หวัดดีค่ะทุก ๆ คน
หวัดดีค่ะคุณสา ยินดีด้วยค่ะกะวีซ่า แล้วจะบินมาสวิสเมื่อไหร่เอ่ย ;D
ดีใจด้วยนะคะ คุณ Yanisa หาตั๋วได้ยังคะ
Nan
สวัสดีค่ะป้าพอล สบายดีนะคะป้า
สวัสดีเพื่อนบ้านป้าพอลทุกท่าน,สวัสดีคุณโจ้แม่น้องธัญญา คุณแนนด้วยค่ะ
สวัสดีคุณ Khwanjai ขออนุญาตเข้าบ้านด้วยค่ะ ได้ตั๋วแล้วค่ะ วันที่ 19 เดือน พ.ค นี้ ตอนแรกที่ไปจองตั๋วเพื่อยื่นวีซ่าเฉิ่มก็ไปจอง แม่ดอกจำปีเค้าไม่เจียมตัวชะเลย ;D ;D แต่หลังจากที่ได้อ่านทู้ของคุณแนนเฉิ่มก็เปลี่ยนไปออกตั๋วของ Emirstes ราคาก็อยู่ที่ 27,965 บาท ตอนนี้ต่อมเจียมเนื้อเจียมตังค์หยุบไปแล้วนา ขอบคุณ คุณแนนมากๆๆค่ะ ที่มีประสพการณ์มาแจงเพื่อนบ้านป้าพอล ขอให้วีซ่าคุณแนนออกเร็วๆนะคะ รอฟังข่าวดีอยู่ค่ะ
คุณโจ้ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยมเฉิ่ม อร่อยลิ้นขนมจีนน้ำยาป่าและหวังว่าเพื่อนบ้านคงชินหลิ่นหอมๆแล้วนะไม่มีปัญหาเนาะ เฉิ่มบอกแบบเปิดเผ้ย..เปิดเผยค่ะ อิจฉาครอบครัวคุณโจ้มีลูกสาวน่ารัก ขอให้มีความสุขพร้อมหน้าครอบครัวตลอดไปนะคะ ขอตัวค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ yanisa ได้ตั๋วเอมิเรทราคาเท่าของแนนเลย ซื้อกับเอเจ้นหรือคะ แนนจองกับเอมิเรทโดยตรงค่ะ แต่รอต่อเครื่องนานมาก แนนอาจไปกาต้า ของคุณรอต่อเครื่องกี่ชม.ค่ะ
แต่ก็เดินเล่นที่สนามบินดูไบไปพลางๆนะคะ เพื่อนบอกว่าสวย อลังการมาก
โชคดีนะคะ ไปเมืองอะไรคะ
Nan
หวัดดีค่ะทุก ๆ คน
คุณสา...ขอบคุณค่ะสำหรับคำชมเรื่องลูกสาวน่ารัก ;D เที่ยวที่สวิสให้สนุกนะคะ อย่าลืมขนช็อคโกแลต กะนาฬิกา กลับไปเมืองไทยเยอะ ๆ นะ ;D
ส่วนถ้าแวะดูไบ ก็ซื้อลูกอินทราผาลัม (ไม่รู้เค้าเรียกแบบนั้นหรือป่าวนะ แต่มันเหมือนอ่ะ) อร่อยดีค่ะ ที่เค้าจัดไว้ในกล่องสวย ๆ มีหลายแบบหลายสไตล์นะคะ เคยซื้อไปฝากพ่อกะแม่สามี เค้าชอบกันค่ะ แล้วก็เม็ดมะม่วงหิมพานต์ โจ้ว่ามันถูกนะ ครึ่งโล 210 บาท
อยากแนะนำว่า ถ้าจะซื้อสินค้าที่ดูไบ ถ้าไม่ได้ใช้บัตรเครดิต อย่าแลกเป็นเงินสกุลดูไบเยอะจนเหลือนะคะ
เพระถ้าแลกคืนกลับเป็นเงินบาทจะขาดทุนประมาณ 3 บาทได้ค่ะ ;D
โชคดีค่ะ ;D
สวัสดีค่ะคุณแนน
เฉิ่มไปออกตั๋วเองค่ะ ที่อาคาร BB.ติดกับตึก GMM.แกรมมี่ค่ะ ในตั๋วระบุว่าขึ้นเครื่อง 1.25 น.คือเป็นตีหนื่งของวันที่ 20 ค่ะ ถึงดูไบก็ประมาณ 4.30 รอเครื่องจากดูไบ-ซูริค เที่ยวบิน 8.30น.ถามพ่อบ้านเฉิ่มเขาบอกว่าเวลาไม่แน่นอนบางทีก็รอ 2-3 ชั่วโมง เฉิ่มมีเพื่อนสนิทเดินทางไป-กลับ ไทย-เศษฝรั่งบ่อยเธอบอกว่าดีเหมือนกันนะเวลาเปลี่ยนเครื่องเป็นช่วงเช้าเพื่อเราต้องปลดทุกข์ :D :D :D ถือโอกาสปล่อยไว้ที่ดูไบเป็นความทรงจำ :-[ :-[
แจ่มค่ะคุณแนนเพราะปรกติเฉิ่มเป็นคนบ้านนอก (คอก) จะได้เปิดหูเปิดตาก็ครานี้แหละ
สำคัญว่าเฉิ่มเลี้ยงไก่ไว้เยอะคงจะเอาไว้ที่ดูไบเป็นแน่...มีขำค่ะ โปรดติดตามตอนยัยเฉิ่มปล่อยไก่ด้วยนะคะ ;D ;D
เฉิ่มไปเมือง schaffhausen ค่ะ ห่างจากซูริค 40 เห็นพ่อบ้านว่างั้น
ขอบคุณ คุณแนนนะคะที่แวะมาถามข่าว ขอให้คุณแนนโชคดีเช่นกันนะคะ
หวัดดีค่ะคุณแม่น้องธัญญา
จากใจค่ะคุณโจ้คุณโชคดีนะคะมีลูกสาวน่ารักด้วย เฉิ่มเคยคุยกับพ่อบ้าน 2 ปีแรกอยากมีลูกผู้หญิง 4 มาต่อมาผู้ชายก็เอาน่า 6 ปีถัดมาตุ้ด-ทอม ;D ;D ;Dก็ด้วยขอให้เป็นลูกเรา
คุณโจ้ค่ะฐานะที่เคยบินกับ Emirates อาหารบนเครื่องเป็นไงบ้างค่ะจะได้เตรียมตัวไม่ผิดเผื่อหิวค่ะ
อยากจะซื้อหลายอย่างค่ะแต่...ที่มีอยู่ในกระเป๋านะซิจะไม่เอื้อ :( :( อิน..ทะ..ผา..ลัม ก็ชอบค่ะมีเพื่อนคนไต้เคยซื้อมาฝาก"หร่อยนิ"แต่คิดว่าแพง เจ้าเม็ดมะม่วงหิมมะพานต์ของโปรดพ่อบ้านเขา เถอะนะไม่อยากจะเปลี่ยนนามสกุลให้เงินไม่ถนัดเดี๋ยวไปเปลี่ยนผิดๆๆ พลาดๆๆ เข้าอีก ยังเจ็บใจเรื่องเปลี่ยนนามสกุลตังเองตามสามีอยู่เลย แหะๆๆ
เฉิ่มคนเชยๆค่ะไม่ทำบัตรเครดิต ;D ;D ;D
ค่ะคุณโจ้ ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยม
สวัสดีค่ะ คุณ yanisa
Nan จองตั๋วไว้จาก กทม. เที่ยว 21.30 ถึงดูไป 00.30 เที่ยว 01.30 มันเต็มค่ะ
แต่แนนว่า มค่าเท่ากัน อยู่บ้านก็ไม่ได้นอนอยู่ดี ถ้าบินตอนตีหนึ่ง และรอต่อเครื่องตอน 8.30 เที่ยวเวลาเดียวกับคุณค่ะ คุณไปซื้อตั๋วที่ office ของ Amirates เลยนี่ ขอบคุณนะคะสำหรับกำลัง แนนก็หวังว่าอุทธรณ์แล้วคงได้
เดินทางปลอดภัยนะคะ
สวัสดีค่าป้า pall เจ้าของเว็บ และทุกๆคนที่เข้ามาคุยที่ห้องนี้ค่ะ
แหม แอบอ่านเพลินดี แถมได้เก็บตกความรู้ ด้วยค่ะ :) คงยังไม่สายสำหรับการแสดงความยินดีกับคุณสานะคะ คือขวัญลงไปกรุงเทพฯ ธุระเรื่อง thesis กับพาแม่ไปตรวจทรวงอกมาน่ะค่ะ เลยไม่มีเวลาเข้ามาเช็คที่ห้องนี้เลย ..ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนจะค่อยๆดำเนินไปในทางที่ดีค่ะ เลยมีเวลาแอบเข้ามาที่นี่ได้ ;D ...พูดแล้วอิจฉา อิจฉา คุณสาเนอะ อิอิ แต่ของคุณแนนก็คงไม่นานนี้ ตามๆกันไปอีกคน..เฮ้อ รอวันของเรามั่ง...เหะๆๆๆ
เห็นด้วยกับคุณสาค่ะ ว่าลูกสาวคุณ jojo น่ารักม๊ากกกกกกกก อยากมีลูกสาวน่ารักอย่างนี้บ้างค่ะ แต่แหม...คงอีกนาน หรืออาจรอเป็นแม่สายบัว :P
ขออำนวยพรให้คุณสา ตามด้วยคุณแนนเดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ มีเรื่องหนุกๆ คนทางนี้คอยติดตามนะคะ :D
คุณขวัญ Nan ก็พาแม่ไป สถาบันโรคทรวงอกตรงแคลายประจำเลยค่ะ แม่เป็นเส้นลือดหัวใจตีบ ที่เดียวกันไหมเอ่ย น่าจะใช่นะคะ
หวัดดีค่ะทุก ๆ คน
คุณสา....อาหารของอิมิเรตส์ สำหรับโจ้ว่าโอเคค่ะ ไม่ถึงกะเลวร้ายมากนัก
เค้าจะมีเมนูให้เลือก 2 อย่าง สำหรับอาหารหลัก อาจจะเป็นไก่,มังสวิรัติ หรือเนื้อแกะ
ส่วนเรื่องการหยุดพักเครื่อง แล้วได้เข้าห้องน้ำได้อย่างสบายนั้น อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ
โจ้ถึงชอบบินกับอิมมิเรตน์มากกว่าบินตรง นอกจากราคาจะถูกแล้ว ได้แวะเข้าห้องน้ำ ปลดทุกข์ ล้างหน้าแปรงฟัน อย่างมีความสุข
เพราะห้องน้ำมีเยอะมาก จะนั่งนานเท่าไหร่แค่ไหนก็ได้ นี่ถ้ามีห้องให้อาบน้ำด้วยจะยิ่งดีมากเลย..อิอิ ;D
คุณสาลองเข้าไปที่เว๊บไซด์ของอิมมิเรตส์มั่งยัง เพราะเค้าจะมีให้เลือกที่นั่งเองได้ด้วย (ไม่รู้ว่าบอกไปจะกลายเป็นสอนจระเข้ว่ายน้ำอ่ะป่าว)เพราะส่วนใหญ่โจ้จะเข้าไปเลือกที่นั่งเอง ชอบนั่งติดหน้าต่าง กะใกล้ห้องน้ำ ลองเข้าไปเล่นดูนะ ;D
คุณแนน...หากจำเป็นต้องซื้อตั๋วของอิมมิเรสต์แล้วต้องรอขึ้นเครื่องนานเกือบ ๆ 6 ชม. คุณแนนลองใช้วิธีนี้ดูนะ เผื่อฟลุ๊ก
เช็คดูเที่ยวบินก่อนหน้าเที่ยวบินของคุณแนน (หากมี) แล้วไปนั่งรออยู่หน้าทางเข้าเครื่อง หากเที่ยวบินนั้นไม่เต็ม หรือมีผู้โดยสารคนอื่นไม่มา คุณแนนอาจจะได้บินเร็วขึ้น ยังไงก็ขอให้ได้ข่าวดีเรื่องวีซ่าเร็ว ๆ นี้นะ ;D
คุณ Khwanjai
ขอบคุณค่ะสำหรับคำชมเรื่องลูกสาว ;D
เอาไว้ถ้าส่งลูกประกวด แล้วต้องมีการโหวตให้คะแนน จะเข้ามาขอคะแนนเสียงจากทุก ๆ คน ในเว๊บนี้นะคะ ;D
ขอบคุณนะคะ คุณโจ้ สำหรับคำแนะนำเรื่องเที่ยวบิน และกำลังใจ เที่ยวก่อนหน้า Nan ไม่มีค่ะ
Nan จองเที่ยว 21.30 น. จากนั้นมีเที่ยวต่อไปคือ 01.30 ซึ่งเต็ม
แต่ไม่เป็นไรคะ เพราะสองเที่ยวก็ไปต่อ flight เดียวกันที่ Dubai ตอน 8.40
ถึงได้เที่ยว 01.30 ก็ไม่ได้นอนอยู่ดี เพราะต้องมารอขึ้นเครื่องดึกมาก
แต่ที่สำคัญกว่า คือ รออุทธรณ์วีซ่านี่สิ ลูกสาวที่น่ารักพูดทั้งไทย - เยอรมันใช่ไหมคะ
สวัสดีค่ะ คุณขัวญเจ้าของบ้าน
และสวัสดีเพื่อนบ้านป้าพอลทุกท่านนะคะ,คุณโจ้ , คุณแนน
คุณโจ้เรื่องที่นั่งเฉิ่มจัดการเรียบร้อยแล้วค้า ได้ที่นั่งไม่ไกลจากห้องน้ำและติดหน้าต่างด้วย
ส่วนเรื่องอาหารก็ถามพ่อบ้านแล้วค่ะ รอดตายแล้วซิเฉิ่ม ;D ;D ;D มีอาหารมังสวิรัติด้วย
ครั้งแรกอะนะนึกหวั่นตามประสาคนห่วงกิน :D :D :D
ได้เลย...ส่งลูกสาวเข้าประกวดเมื่อไรจะโหวตให้ด้วยความเต็มใจ แถลงข่าวด้วยนะจ้ะว่าจะประกวดเวทีไหนเฉิ่มจะได้โหวตถูก ;D ;D ;D
เฉิ่ม....คนขี้อิจฉา....
สวัสดีค่ะทุกคน
เงียบหายไปเป็นพักๆค่ะ หลังจากเริ่มกลับเข้าไปทำงานในโรง (เรียน) อย่างเป็นทางการ ความจริงเด็กยังไม่เปิดเทอมหรอกค่ะ แต่งานครูรอเพียบ นี่ก็เพิ่งกลับจากอบรมธรรมะมาหยกๆ เอ้า! เอาบุญมาแจกค่า รับนะคะ :D ...คุณแนนคะคิดว่าสถานที่ที่พาคุณแม่ไปตรวจน่าจะที่เดียวกันค่ะ สถาบันทรวงอก ที่นนทบุรี ที่เดียวในประเทศไทยค่ะ ตอนแรกตั้งใจว่าจะขอตรวจนอกเวลากับอาจารย์หมอ แต่คุณแม่ท่านความดันต่ำ (ม๊าก) พยาบาลเกรงว่าจะเป็นอันตรายเลยส่งตรวจห้องฉุกเฉินค่ะ แต่คุณหมอ (คนสวย) บอกว่าไม่น่าจะใช่โรคหัวใจ เราก็รู้สึกดีขึ้น แต่มิวายสงสัยต่อ เพราะอาการมันฟ้องหมด เลยได้รับคิวนัดตรวจใหม่ ด้วยการวิ่งบนสายพานค่ะ (โรคหัวใจเนี่ยตรวจได้หลาบแบบมากเลยค่ะ บางอย่างไม่พบ แต่อาจซ่อนตัว) คิววันที่ 26 พ.ค. แตทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าคุณหมอจะโทรมาเลื่อนนัดอ๊ะป่าว เพราะเห็นว่าติดสอบกันหลายคน อ้าว! เจอเลื่อนก็แย่ซิเนอะ...
คุณ jojo คะ ตามอย่างคุณพี่สาว่าค่ะ ค่ะ ขอให้บอกเวทีมาเดี๋ยวโหวตแน่ แต่แหม ผลออกเห็นๆ ลูกพี่นี่คงสวยเหมือนคุณแม่น่ะแหละ จริงไม๊คะ ;) (5 บาท ค่าชมด้วยค่า อิ อิอิ)
พี่สาคะ ไม่ลองชิมเนื้อแกะดูล่ะคะ น้องขวัญเคยชิมเนื้อแพะ อ้วกออกมาเลย กลิ่นฉุนม๊าก แต่เนื้อแกะ ยังไม่เคย พี่ลองนะคะ แล้วมาบอกกัน อิอิอิ ;D
อาจจะผลุบๆโผล่ๆมาทักทาย แต่หวังว่าทุกคนคงสบายดีนะคะ อ้อ ขวัญมีข่าวร้ายอีกอย่างอาจารย์ที่ปรึกษา ป.โท ให้แก้งานเพียบ คราวนี้สนุกใหญ่ ไหนจะงานโรงเรียน ไหนจะวิทยานิพนธ์ปีสุดท้าย สุดท้ายจริงๆนะคะ เค้าเรียนกัน 2 ปี ขวัญปาเข้าไป 6 ปีแล้วค่า ยังไม่จบเลย ขอแรงใจทุกครนสวดมนต์ช่วยให้จบๆด้วยนะคะ ขอบคุณค่า :)
สวัสดีค่ะ นั่งอ่านตั้งนานและค่ะ เพลินมากๆเลย ขอให้ผ่านวีซ่าทั้งหมดเลยน่ะค่ะ ตอนนี้กิ๊ฟก้ออยู่ที่นี่ได้สามเดือนและค่ะ คิดถึงอาหารบ้านเรา อิอิ ตื่นเต้นๆ ค่ะ อาทิตยหน้าก้อจะได้ใส่ชุดเจ้าสาว อิอิ ;D ;D เปงกำลังขอให้วีซ่าผ่านทุกคนน่ะค่ะ
เฮ้อ ไม่ได้เข้ามาที่นี่นานเลยค่ะ ในความรู้สึก เพราะยุ่งอยู่กับการจัดค่ายอบรมนักเรียนและครู ในฐานะที่โรงเรียนเป็นศูนย์เครื่อข่าย เลยเป็นงานเราที่ต้องเตรียมการและจัดทุกอย่าง สนุกและเหนื่อยค่ะ....เลยเพิ่งรู้ว่าน้องกิ๊ฟได้ใส่ชุดเจ้าสาวแล้ว ว้าวววววววว ยินดีด้วยค่ะ...น่าอิจฉาจัง ;)
ทุกคนสบายดีนะคะ ที่นี่ฝนตกทุกวันเลย สุขภาพก็เลยแย่ตามอากาศ...แล้วชีวิตก็ยุ่งตามเคย เฮ้อ...มาบ่นให้ฟังอีกแล้ว...ความจริงกำลังติดตามข่าวของคุณแนนอยู่นะคะ ไม่รู้ว่าผลเป็นยังไง ใครรู้ข่าวช่วยบอกทีค่ะ..จะได้แสดงความยินดีได้ทัน อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณขวัญใจ หายไปนานเลยนะคะ ขอบคุณค่ะที่จำแนนได้ เรื่องอุทธรณ์ของแนน
แฟนเพิ่งบอกเมื่อคืนว่าเอกสารถึงเมืองที่แกอยู่แล้ว วันจันทร์เจ้าหน้าที่ให้แฟนติดต่อกลับค่ะ
เฮ่อ ไม่รู้จะต้องรออีกนานแค่ไหน มีไรคืบหน้าจะบอกให้ทราบนะคะ ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคน
สำหรับกำลังใจ :D Nan
เย้ๆๆๆๆ เอกสารถึงแล้ว เด๋วก็คงรู้ผลในไม่ช้า ..แนน สู้ ๆ แนนสู้ตาย... ได้บินไปพร้อม ๆ กันเน๊อะ
:) สวสดีจ่ะ คุณแนน
ติดตามข่าวคราวแนนอยู่ค่ะ ดีใจที่เข้ามาส่งข่าวให้ทราบ และดีใจด้วยค่ะที่เอกสารถึงแล้ว ดูๆไปก็เร็วเหมือนกันนะคะ...รอฉลองได้เลยนะเนี่ย..ยินดีล่วงหน้าเลยนะคะ ;D
สวัสดีค่ะ พี่ขัวญไม่ต้องอิจฉาหรอกค่ะ เด่วพี่ก้อได้ใส่ อิอิ คุณแนนขอให้ได้วีซ่าน่ะค่ะ อิอิ แอบไปบนไว้รึป่าวเอ่ย วันหลังบอกมั่งน่ะค่ะจะไปบนด้วย อยากมีลูก อิอิอิ ;D ;Dอยากได้ยินข่าวดีเร็วๆ มาเร็วๆน่ะค่ะ จะได้มีเพื่อนเพิ่ม
สวัสดีค่ะ คุณขวัญ เป็นไงบ้าง หายไปเลย ได้ไปยื่นขอวีซ่าหรือยังคะ แนนสบายดี และรอผลอยู่ ตอนนี้ก็ขึ้นสัปดาห์ที่ 6 แล้ว แฟนเซ็นเอกสารรับรองไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ของแนนมาเสียเวลาตรงทีต้องเอาจม.รับรองการทำงานไปแปลเยอรมันน่ะคะ แนนก็รอต่อไปอีก 3 สัปดาห์น่าจะรู้ผลนะคะ ส่งข่าวมาบ้างนะคะ
Nan
คุณแนนคะ เราต้องเอาจดหมายรับรองการทำงานของเราไปแปลเป็นภาษาเยอรมันด้วยเหรอคะ ในรอบที่ยื่นอุทรณ์เนี่ย :o
แนนไปประเทศลิคเทนสไตน์ค่ะ แต่ยื่นวีซ่าที่สถานทูตสวิส ของแนนเลยไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเขาค่ะ ถ้าของสวิสไม่ต้องแปลจม.รับรองการทำงานหรอกค่ะ.....Nan