ช่วยให้ข้อคิดเห็นดิฉันหน่อยนะคะได้โปรด...ประมาณ 4 ปี มาแล้วดิฉันรู้จักกับแฟนเป็นชาวอังกฤษแต่ไปทำงานที่สวิสและขณะนี้เขาได้ใบอนุญาตเป็นคนสวิสแล้ว เรารักกันที่เมืองไทยแต่เขาติดภาระที่ต้องอยู่กับผู้หญิงอีกคนชาวฝรั่งเศสที่สามีเสียชีวิตเมื่อ 7 ปีก่อน เป็นการอยู่กันแบบลับๆ เพราะผู้หญิงต้องรับเงินบำนาญจากสามีเก่าจึงแต่งงานหรือเปิดเผยไม่ได้เลย เขาบินมาหาดิฉันที่เมืองไทยปีละ 2 ครั้ง ๆละ 10 วัน เมื่อสองปีก่อนเขาตัดสินใจซื้อบ้านให้โดยโอนเงินดาวน์และเขียนจดหมายรับรองกับธนาคารคล้ายๆ กับการค้ำประกันให้ ทางธนาคารอนุมัติเงินให้ดิฉัน*้ถึง 2.5 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ดิฉันมีเงินรายได้ไม่น่าจะได้ถึงขนาดนี้ เขาส่งเงินค่าโอนบ้านมาให้ทุกเดือนเป็นเวลา 2 ปีกว่า จนสุดท้ายเขาเข้าโรงพยาบาลที่สวิส นอนรักษาตัวประมาณ 1 เดือนกว่าๆ เขาก็ตายลง ทั้งนี้ เรื่องของดิฉันเขาได้บอกน้องชายของเขาจนหมดรวมทั้งที่อยู่ (เพื่อนสนิทของเขาบอกดิฉันทาง email) จนบัดนี้เกือบ 2 อาทิตย์หลังจากทำพิธีศพ น้องชายของเขาก็ไม่เคยติดต่อมา ดิฉันมีปัญหาเรื่องค่าบ้านแต่ละเดือน (บ้านเป็นชื่อของดิฉัน) มันมากเกินตัวที่จะต้องจ่าย อยากเรียนถามว่าดิฉันควรจะรอจนเขาติดต่อมาหรือถ้าไม่ติดต่อมาเลยดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ...ขอบคุณนะคะกำลังมืดแปดด้าน
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0231 ห้อง lifestyle (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
คุณได้จดทะเบียนสมรสกับชายคนนี้หรือเปล่าค่ะ ถ้าเขามีทรัพย์สินที่สวิสหรือที่อังกฤษ ก็น่าจะติดต่อทนายเดินเรื่องทรัพย์มรดกได้นะค่ะ ส่วนบ้านที่เมืองไทย ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็หยุดส่งและให้ทางธนาคารทำเรื่องฟ้องเพื่อขายทอดตลาด แต่ระหว่างที่ยังขายทอดตลาดยังไม่ได้ก็ไม่ต้องย้ายออกจากบ้าน พอขายได้แล้ว สมมุติว่าคุณเป็นหนี้ธนาคารอยู่ 5 ล้านบาท บ้านของคุณขายทอดตลาดได้ 10 ล้าน ทางธนาคารเขาก็จะเอาในส่วนที่คุณเป็นหนี้อยู่กับธนาคารเท่านั้น ในกรณีไม่สามารถชำระได้ หรืออีกกรณีหนึ่ง ถ้าคุณสู้กันในชั้นศาล คุณบอกกับศาลว่าคุณพอทีี่่จะชำระคืนให้กับธนคารได้ไม่เท่าเงินทีส่งปัจจุบัน คือคุณอาจจะส่งตามปกติเดือนละ 20000 แต่ตอนนี้คุณสามารถส่งแค่เดือนละ 10000 หรือเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ถ้าธนาคารยอม ก็ไม่มีการยึดบ้าน แต่ถ้าเมื่อใดคุณผิดนัดหรือขาดการส่งติดต่อกันคุณก็จะถูกฟ้องรอบสองทันที ดิฉันไม่ได้เป็นทนายหรอกนะค่ะ ก็มีปัญหาเหมือนคุณนั่นแหละ ก็เลยศึกษาจากผู้รู้ และอ่านกฏหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้จึงวางใจได้ ก็ไม่ได้ส่งมาเกือบ 3 ปีแล้วค่ืะ ปรึกษาทนายเขาว่าให้หยุดส่งเลยรอให้เขาฟ้องอย่างเดียว พอดีฉันไม่ได้เป็นหนี้ธนาคาร แต่เป็นหนี้บริษัทเอาไปจำนองไว้ และตอนนี้ฉันได้เปรียบบริษัทค่ะ คือเขาคิดดอกเบี้ย 30 เปอร์เซนต่อปี และข้อสัญญาผิดหลายอย่าง ทนายก็เลยบอกว่าตอนนี้ถ้ามีเงินเกือบครึ่งหนึ่งให้ฟ้องเขาก่อน พอขึ้นชั้นศาล ศาลก็จะลดดอกเบี้ยเหลือแค่ 7.5 หรือไม่เกิน 15 เท่านั้น ก็ลองถามผู้มีประสบการณ์หลาย ๆ คนดูนะค่ะ และมาแชร์ความรู้กัน
ขอบคุณค่ะคุณแตน ดิฉันไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเขาค่ะ วางแผนจะมาอยู่ด้วยกันก่อนบินมาประมาณ 2 อาทิตย์เขาก็ป่วยและเสียชีวิตลง ตอนนี้ดิฮันได้ขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารแล้วเหลือจ่ายเดือนละ 16,000 บาท อัตรา 7.5/ปี เดือนนี้เป็นเดือนแรกยังหาเงินไม่ได้เลย เป็นไปได้มั๊ยคะที่ดิฉันจะพยายามติดต่อน้องชายเขาให้ช่วยก่อนที่ดิฉันจะขายบ้าน ในแง่ของกฏหมายดิฉันพอจะอ้างอิงอะไรได้บ้างมั๊ยคะ
น่าเห็นใจนะค่ะ ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนสมรสนั้นถือเป็นหลักฐานทางกฏหมาย ถ้าไม่ได้จดทะเบียนก็คงจะทำอะไรไม่ได้เลย ก็ลองดูนะค่ะติดต่อทางน้องชายเขาเผื่อเขาจะเห็นใจเราบ้าง ช่วยแก้ปัญหาเฺฉพาะหน้าให้เราได้ แตนเห็นใจนะค่ะ แตนเคยอยู่ในเหตุการแบบนี้ เดือนชนเดือน เดือนชนเดือน สิ้นเดือนจะเอาไหน เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
ดิฉันรู้ซึ้งในหัวใจของคุณเจนนี่ในขณะนี้เป็นอย่างดี ดิฉันก็เคยเจอสภาพแบบนี้ ในความเป็นคนดี ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ในคนๆ หนึ่งและรอคอยเขาผู้ซึ่งผูกมัดชีวิตเราไว้เพื่อความสุขของเขาเท่านั้น เมื่อทุกอย่างจบสิ้นเขากลับไปหาความสุขที่ใหม่ เรากลับต้องเป็นคนที่สูญเสีย เสียเวลา เสียความรู้สึก อับอายขายหน้า โดนนินทาว่าโง่ไม่กอบโกยเอาไว้ให้มากๆ...ตอนนี้ดิฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่และไม่เป็นคนดีที่โง่อีกต่อไปแล้ว มีกำลังใจและต่อสู้เพื่อวันข้างหน้านะคะ คุณลองอ่านข้อความมากมายหลากหลายใน webboard นี้ ปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับผู้คนหลากหลายชีวิต บางคนมีชีวิตที่ยิ่งกว่าคุณ คุณยังดีที่อย่างน้อยๆ คุณก็ได้บ้านหลังหนึ่งที่สามารถนำมาเป็นทุนรอนต่อไป โดยที่คุณไม่ต้องมาทนทุกข์กับชีวิตคู่ที่บางทีมันก็ไม่เป็นอย่างที่เราคิด แถมไม่ต้องมานั่งทนทนุกข์ทรมาณกับความเจ็บป่วยของคนรัก ดิฉันต้องเฝ้าคนรักที่ป่วยเป็นมะเร็งเกือบ 6 เดือน ความทุกข์ ความสูญเสีย ความหดหู่ตลอดเวลาขณะนั้นคุณยังไม่เคยได้รับ ดิฉันว่าที่ผ่านมาคุณโชคดีกว่าหลายๆ ชีวิตนะคะ...เป็นกำลังใจค่ะ