เกตุเพิ่งเข้าไปเซ็นรับทราบสำหรับเงินช่วยผู้ที่มีลูกเล็กๆ หรืออายุไม่
เกิน 2 ปี (สิ่งตอนแรกยังสับสนเพราะทางโซเชี่ยวบอก 3 ปี) แต่อันนี้
แน่นอนแล้วค่ะว่าเงินของหน่วยงานนี้จะช่วยจนกว่าเด็กจะอายุครบ 2
ปี ต้องออกตัวก่อนว่าพิมพ์เท่าที่จำได้ ตอนเขาแปลเกตุเข้าใจหมด
แล้ว แต่ว่าตอนนี้ชักลืมๆ แล้วก็แปลไม่ได้ด้วย อิ อิ อิ
ชื่อหน่วยงานนะคะ Kleinkindernbetreuungbeiträge
ติดต่อได้เขตที่เราอาศัยอยู่นะคะอันนี้เฉพาะในคันโตซูริคนะคะ สิ่งที่
เกตุเขียนเป็นหนังสือสัญญานะคะ แต่เกตุจะเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าหน่วย
งานนี้ให้ความช่วยเหลือแบบไหน หน่วยงานนี้ไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะคู่
ที่แยกกันอยู่หรือหย่านะคะ คู่ที่ยังอยู่อาศัยเป็นสามีภรรยากันก็
สามารถขอความช่วยเหลือได้ โดยไม่ต้องชดใช้เงินนี้คืนแต่เงินที่ได้
รับต้องจ่ายภาษีด้วย และเขาจะช่วยเหลือจนเด็กอายุ 2 ขวบแล้วก็จะ
หยุดความช่วยเหลือค่ะ
1. ผู้ที่ต้องการขอความช่วยเหลือต้องยื่นเรื่องเมื่อลูกเกิดแล้วเท่านั้น
ซึ่งจะช่วยเหลือจนเด็กอายุครบ 2 ปี โดยที่ยื่นใบสมัครตั้งแต่ลูกเกิดจน
ถึง 3 เดือน (ที่เหลือจำไม่ได้) โดยขอใบสมัครได้ที่ Gemeine im
Kanton Zürich
2. ผู้ที่ยื่นเรื่องหรือครอบครัวที่ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือต้องอาศัยอยู่
ใน Kanton Zürich ไม่ต่ำกว่า 1 ปี ถึงจะยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือได้
3. ของเกตุมีข้อสามด้วยแต่ตรงนี้บางคนอาจไม่เหมือนกันนะคะ คือ
ก่อนเกตุจะยื่นใบสมัครที่หน่วยงานนี้ทางโซเชี่ยวเขาบังคับให้เซ็น
เอกสารว่าเงินของหน่วยงานนี้ต้องส่งเข้าโซเชี่ยวโดยตรงโดยไม่มีข้อ
แม้ใดๆทั้งสิ้น แล้วโซเชี่ยวจะส่งเงินเข้าบัญชีให้อีกที
4. หน่วยงานนี้จะจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็กให้ด้วย ในกรณีที่เราเอาลูกไปฝาก
คนอื่นเลี้ยง หรือเอาเข้า Kinderkippe แต่ต้องไม่เกิน 2.5 วันต่อ
อาทิตย์หรือสองวันครึ่ง
5. หน่วยงานจะให้ความช่วยเหลือไม่เกิน 2,000 ฟรังต่อเดือน
6. สำหรับผู้ยื่นเรื่องรายได้ต้องไม่เกิน
6.1 สำหรับผู้ที่อยู่คนเดียวและมีลูกไม่เกิน 2 ปี รายได้ต้องไม่เกิน
18,600.00 สวิสฟรังต่อปี
6.2 สำหรับผู้ที่อยู่ด้วยกันทั้งสามีภรรยาและมีลูกอายุไม่เกิน 2 ปี
รายได้ต้องไม่เกิน 25,600.00 ฟรังต่อปี
6.3 หน่วยงานนี้จะจ่ายค่าเช่าบ้านให้ด้วยโดยไม่เกิน
13,100.00 สวิสฟรังต่อปี
7. ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจะต้องจ่ายภาษีคือ AHV
8. ผู้ที่ขอความช่วยเหลือถ้าย้ายที่อยู่ต้องรีบโทรศัพท์แจ้งให้ทางเจ้า
หน้าที่รับทราบให้เร็วที่สุด
9. ผู้ที่ขอความช่วยเหลือถ้าแจ้งความเท็จ เกี่ยวกับรายได้หรือหลอก
ขอความช่วยเหลือจะต้องจ่ายเงินที่ทางหน่วยงานช่วยเหลือคืนทั้งหมด
โดยไม่มีข้อแม้ ถ้าไม่มีเงินจ่ายคืนทางหน่วยงานจะคิดดอกเบี้ยปีละ
5% พร้อมค่าปรับอีก 3,000 สวิสฟรัง
10. เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่น
- Schriftenempfangsschein oder Ausländerausweis; อยู่ในคัน
โตนซูริคไม่ต่ำกว่า 1 ปี
- สเตทเม้นท์ทุกแบงค์ที่เรามี ย้อนหลัง 6 เดือน
- สัญญาเช่าบ้าน
- ใบจ่ายภาษีทั้งของสามีและภรรยา
- คำสั่งศาลแยกกันอยู่หรือหย่า (อันนี้เกตุเพิ่มเติมเองค่ะ)
ถ้าเคยยื่นตอนลูกเกิดแล้วโดนปฏิเสธหมายถึงรายได้เกินจากที่
กำหนด และเรายื่นเรื่องเข้าไปอีกรอบและได้รับการตอบรับช่วยเหลือ
ทางหน่วยงานนี้เขาจะจ่ายเงินย้อนหลังให้ตั้งแต่วันที่ยื่นเรื่องครั้งแรก
อันนี้ในกรณีของเกตุคือตอนนั้นยื่นเรื่องยังอยู่กับสามีนะคะ พอแยก
ออกมาแล้วยื่นเรื่องอีกในหนังสือสัญญานี้เขาเริ่มจ่ายย้อนหลังให้
ตั้งแต่ลูกเกิดจนถึงตอนนี้ค่ะ มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นคนสวิสฯตอนนั้นพัก
อยู่ด้วยกันซึ่งเกตุยังไม่รู้เรื่องหน่วยงานนี้ เขาบอกว่าแค่เขาเข้าไปถาม
ตอนเขาท้อง 7 เดือน ซึ่งเขาไม่ได้แต่งงานนะคะ พอลูกคลอดลูกอายุ
7 เดือนเขาก็เข้าไปถามอีก หน่วยงานนี้จ่ายเงินให้เขาย้อนหลังตั้งแต่
ลูกเกิดเลย อันนี้ก็เล่าสู่กันฟังนะคะ จริงๆมีรายละเอียดปลีกย่อย
มากกว่านี้แต่จำไม่ได้ทั้งหมดเพราะผ่านมาหลายวันแล้วค่ะ
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0835 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
สำหรับคนที่มี Ausländerausweis B แล้วแยกกันอยู่โดยมีคำสั่ง
ศาล ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมีจดหมายคำถามมาเยอะพอ
ประมาณให้เราตอบ ก่อนที่จะต่อให้ใหม่ ที่เกตุอยากเล่าคือถ้าใครที่
แยกกันอยู่กับสามี (ยังไม่หย่านะคะ เพราะแยกยังถือว่าไม่หย่าขาด
จากกัน) อยากจะให้ติดต่อสามีไว้บ้างหรืออย่าทำรังเกียจรังงอนอะไร
มาก หมายถึงว่าคบเขาเป็นเพื่อนไปมาหาสู่ประจำเป็นดีที่สุด อย่าคิด
เหมือนคนไทยเราเลยว่าตูเกลียดมรึง เพราะถ้าเราได้แค่ B ยังไงก็ยัง
ต้องมีเขารับรองให้เราอยู่ดีและทุกอย่างจะง่ายขึ้นในการต่ออายุค่ะ
คำถามที่มีมาคร่าวๆนะคะ
- เมื่อไรที่คุณแยกกันอยู่กับสามี (ก็อปปี้คำสั่งศาลให้เลยค่ะ)
- คุณได้ติดต่อสามีคุณบ้างหรือเปล่า ล่าสุดเมื่อไร แล้วตั้งแต่แยกกัน
จนถึงตอนนี้คุณติดต่อสามีคุณกี่ครั้ง มีโทรศัพท์คุยกันบ้างมั๊ย เจอตัว
เขาบ้างมั๊ย
- ภายใน 3 เดือนนี้คุณได้ติดต่อสามีคุณหรือเปล่า
จริงๆมีหลายข้อแต่ไม่ขอเขียนนะคะ เอาเท่าที่เขียนได้ แล้วลงตอน
ท้ายของจดหมาย เขาบอกให้สามีของเราเซ็นรับรองจดหมายที่เรา
ตอบกลับไปด้วย ซึ่งอันนี้สำคัญเพราะถ้าสามีไม่ยอมเซ็นรับทราบได้
จดหมายที่เราตอบกลับไป อาจจะมีปัญหาทำให้เรื่องยุ่งยากมากยิ่ง
ขึ้น แยกกันแล้วคบกันไว้ติดต่อเขาบ่อยๆโทรหาบ้างเป็นเพื่อนกันเวลา
ติดต่อราชการหรือทำอะไรก็จะง่ายขึ้นค่ะ
เพ่ขอมา..........
ว่ามิค่อยละเอียดเท่าไร หน่วยงานข้างบนสำหรับคนที่เมืองไทยอ่านอาจจะไม่เข้าใจว่ารายได้ขนาดนี้ยังน้อยอีกเหรอ จำไม่ได้แย้วว่าเพ่เขาให้บอกยังไง เฮ้อ เพ่ๆๆมาต่อให้หน่อยนะถ้าว่างเข้าเน็ตอ่ะ
เล่าเรื่อง เบ แล้วเล่าต่ออีกหน่อย สิ่งที่เกตุได้รับรู้รับฟังมาก็จากข้อมูลเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในบ้านพักฉุกเฉินอีกทีนะคะ ไม่ได้เห็นไม่ได้รู้เอง เพราะก่อนหน้านี้แกเตือนเกตุเรื่องนี้อยู่เหมือนกันว่าให้ติดต่อสามีไว้นะ ถ้าคุยกันได้ก็ติดต่อบ่อยๆเพราะมันจะง่ายสำหรับเรา ไม่ต้องไปยึดติดคำสั่งศาลมากก็ได้อยู่ที่คนสองคนตกลงกัน วันนี้เลยบอกแกว่ามีจดหมายจากตำรวจมาถามอย่างที่แกบอกเราเลย แกเลยบอกว่าก็ใช่นะสิเพราะเคยเห็นมาแล้ว แยกกันไม่เคยติดต่อสามี ไม่คุยไม่อะไรเลย พอถึงเวลาต่อ เบ ตำรวจให้เอาสามีมาเซ็นรับรองทางสามีก็ไม่ยอมมาเซ็น แฟนใหม่ก็ไม่ได้แต่งงานเพราะยังไม่ได้หย่าจะแต่งให้เขารับรองให้ก็ไม่ได้ เหตุการณ์ต่อจากนี้ไม่ทราบแย้ว จริงๆเกตุได้รับฟังความรู้ สิ่งดีๆมาพอสมควรแต่ไม่รู้จะเล่าให้ทุกคนฟังยังไง เพราะมันไม่ได้ปะติดปะต่อ มันเหมือนกับว่าคุยกันเล่าให้กันฟังซะมากกว่า และไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าเรื่องไหนด้วย
สวัสดีจ๊ะเกตุ
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลความรู้ที่เกตุนำมาแบ่งปันกัน
ป้าอ่านดูแล้วรู้สึกเสียดายโอกาสช่วงที่ป้ามาอยู่ใหม่ๆ
ป้าพลาดโอกาสที่จะเข้าไปรับความช่วยเหลือแบบที่เกตุบอกมา
ช่วงนั้นจนมากไม่คอ่ยมีเงินเลย.และลุงไม่เคยบอก
และไม่เคยเข้าไปขอรับความช่วยเหลือ
อีกอย่างป้าไม่รู้จักใครและไม่มีใครบอกด้วย
ป้าดีใจมากถ้าใครมีอะไรดีๆที่เป็นความรู้
หรือมีข้อความดีๆนำมาแบ่งปันกันแบบนี้
ที่สามรถให้คนที่ไม่รู้สามารถนำไปใช้
เพื่อผลประโยชน์ที่จะได้รับในอานาคต
เพื่อที่จะได้ไม่พลาดโอกาสทองแบบป้า
ชอบใจมากจ๊ะ.
ขอบคุณเกตุ ที่เอาข้อมูลดีดีมาบอกกันจ๊ะ