*** อยากเล่าและแบ่งปันความรู้เล็กๆน้อยที่ผ่านและเจอมากับตัวให้เพื่อนหญิงฟังค่ะ และคิดว่าคงจะความรู้ที่ดีสำหรับเพื่อนหญิงในอนาคตที่ไม่แน่ไม่นอน สำหรับเพื่อนหญิงในคันโตนซูริค ***
*** เมื่อสามีทุบตีหรือทำร้ายร่างกาย
อันนี้เพื่อนหญิงคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าควรจะทำยังไง ถ้าเป็น
เหตุการณ์ที่ร้ายแรงมากก็โทรแจ้งตำรวจทันที ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่พอ
ประมาณและไม่ต้องการโทรแจ้งตำรวจ ก็ให้ไปหาหมอนะคะ ให้หมอ
ตรวจ ณ เด๋วนั้นนี้คือหลักฐานสำคัญ หรือไปที่เกไมเด่ Jugen und
Familen Verwaltung (ไม่มันใจว่าตำแหน่งเขียนถูกหมดหรือเปล่านะ
คะ) ถ้าอยู่นอก Stadt Zurich ก็ให้ไปติดต่อตามอำเภอที่อยู่ แต่ละ
อำเภอก็จะมีเจ้าที่ตำแหน่งนี้ ไว้คอยปรึกษาเรื่องครอบครัวทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกเกเร เรื่องสามี ทุกอย่างที่เกี่ยวกับครอบครัว แต่
ถ้าอยู่ใน Stadt Zurich ให้ไปติดต่อที่ Familen Verwaltung
Zentrum นะคะ (แล้วจะเอาเบอร์โทรมาให้ที่หลังค่ะ) และอีกกรณีหนึ่ง
คือให้ไปคุยกับโซเชี่ยว ถ้าวาสนาดีเจอโซเชี่ยวใจดีเขาก็จะเป็นคนส่ง
คุณไปอยู่ Frauenhaus เอง
แต่ถ้าโชคร้ายเจอโซเชี่ยวฮ่วยแตกก็คงต้องวิ่งหาหลายคนหน่อย แล้ว
ก็จะเจอเหตุการณ์โยนกันไปโยนกันมา อันนี้ในกรณีไม่ร้ายแรง ตบตี
กันไม่ถึงกับเลือดตกยางออกนะคะ แต่สำหรับคนที่โดนตบตีอย่าง
รุนแรง ตาเขียว หัวปูด ปากแตก นี้จะง่ายมาก ไม่ต้องติดต่ออะไรมาก
คุณสามารถเข้าไปอยู่ที่ Frauenhaus ได้ทันที
พิมพ์ไปด้วยนึกไปด้วย คงจะข้ามไปข้ามมาอาจจะงงเล็กน้อย คงไม่ว่า
กันนะคะ
*** สามีทำร้ายจิตใจ
กรณีนี้จะยุ่งยากมาก เพราะคุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามีคุณทำร้ายจิต
ใจเรื่องอะไร ยังไงบ้าง แต่มันก็เป็นการยากมากๆเพราะคงพิสูจน์ให้
เขาเห็นไม่ได้ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ทำร้ายจิตใจก็คือ ให้เงินเราใช้นิด
เดียว เลี้ยงเราให้อดๆอยากๆ มีผู้หญิงใหม่ ไม่เอาใจใส่ อีกเยอะแยะ
ส่วนตัวดิฉันก็ไปอยู่ที่ Frauenhaus ในกรณีที่สองนี้ล่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้
เข้าไปอยู่ได้ง่ายๆ ต้องวิ่งเต้นติดต่อโน่นนี้เยอะมาก โยนกันไปโยน
กัน เหตุผลของดิฉันก็คือ ดิฉันต้องการแยกกันอยู่กับสามี เขาเลี้ยงดู
ได้ไม่ดีพอ เขาไม่เป็นห่วงดิฉันกับลูก และเขาบอกว่าถ้าดิฉันแยกกับ
เขา เขาจะฆ่าตัวตาย (อันนี้สำคัญมากและดีมากสำหรับดิฉันที่เขาบอก
จะฆ่าตาย) ไม่ใช่ว่าดีใจที่เขาจะฆ่าตัวตาย แต่สามารถใช้ข้ออ้างนี้ได้
ดิฉันบอกทางเจ้าหน้าที่ว่าดิฉันกลัว ๆ ว่าเขาจะไม่ฆ่าตัวตายคนเดียว
กลัวว่าเขาจะฆ่าไปหมดทั้งครอบครัว (นี้คือเหตุผลหลักๆๆที่เพื่อนหญิง
ต้องหาสาเหตุให้ได้ ไม่ใช่แค่ว่าเขาทำร้ายจิตใจ ไม่ให้เงินใช้ ไม่ดูแล
แต่เราต้องหาเหตุผลอื่นสนับสนุนด้วย เพราะไม่งั้นเขาก็คิดว่าเราต้อง
การแต่เงิน)
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0589 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
ถ้าเพื่อนหญิงภาษาไม่ดี อันนี้สำคัญมาก ต้องหาเพื่อนที่ภาษาดีๆ หรือ
คนที่นี้เลยได้ยิ่งดี ไปคุยกับเจ้าหน้าที่เกไมเด่ ตัวดิฉันเองภาษาไม่ดี
แต่ก็ถือว่าโชคดีที่มีเพื่อนคอยช่วยเหลือในเรื่องนี้พร้อมกับสามีของ
เพื่อนคอยช่วยเหลือทุกอย่างที่ช่วยได้ ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะ
คะ
ตัวดิฉันได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำแหน่งนี้ Jugen und
Familen Verwaltung กว่าจะได้เข้าไปอยู่ที่ Frauenhaus และดิฉัน
ก็ได้เข้าไปอยู่ที่ Frauenhaus Violetta in Stadt Zurich แล้วจะให้
เบอร์ติดต่อทีหลังนะคะ Frauenhaus ในซูริคมีหลายที่ แต่กี่ที่นั่นไม่
ทราบได้ ทำไมดิฉันถึงไปอยู่ที่นี่ เพราะภาษาไม่แข็งแรง และที่นี่มีคน
ไทยทำงานอยู่ เขาบอกให้ดิฉันโทรไปคุยกับคนไทยที่ทำงานที่วีโอ
เล็ตต้า เมื่อได้ผลยังไงแล้วให้โทรติดต่อกลับมาบอกเขา
ดิฉันก็โทรไปเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พี่คนไทยนี้ฟัง และพี่เขาก็
บอกว่าให้ดิฉันรอสองถึงสามวันเพื่อจัดห้องให้ดิฉัน แล้วเขาจะโทร
มาบอกให้ดิฉันเก็บได้เลย สภาพความเป็นอยู่ที่ Frauenhaus ดิฉัน
อยากบอกว่าไม่ได้ลำบาก ไม่ได้นอนรวมกันเหมือนที่เราได้ยินได้ฟัง
มาจากคนไทยด้วยกัน (เพราะดิฉันก็มีเพื่อนที่แยกกับสามี ทนอยู่มา
10 ปี ไม่กล้าไปอยู่ Frauenhaus เพราะกลัวลำบาก ได้ยินคนอื่นบอก
มาอีกทีว่างั้น)
บ้านที่ดิฉันไปอยู่ จะเป็นบ้านเดี่ยวหนึ่งหลัง 3 ชั้น 8 ห้อง แต่เขาจะรับ
คนเข้ามาจะไม่เกิน 5-6 คน จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาตลอดไม่เคย
ขาด ทำให้มองเห็นว่าผู้หญิงมีปัญหาเยอะมาก คนเก่าออกไปไม่เกิน
1-3 วัน คนใหม่จะเข้ามาอยู่แทนทันที ดิฉันอยู่ที่นั่นเกือบ 5 เดือน
(ปกติที่นี่เขาให้อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน) เห็นสภาพแต่ละคนเข้ามาแล้ว
เศร้าใจมาก บางคนมาสภาพดี บางคนมาสภาพปากแตก ตาปูด ตา
เขียว หัวโน เดินกระเผลกๆ
ห้องนอนก็จะแยกเป็นห้องใครห้องมัน ห้องน้ำรวม ห้องดูทีวีรวม ห้อง
สูบบุหรี่ ห้องกินข้าว ห้องครัว แต่ที่นี่จะไม่มีความเป็นส่วนตัว เด๋วเจ้า
หน้าที่บ้านก็มาเรียกคุณให้ไปคุยด้วย เดี๋ยวก็มาเรียกคุณกินข้าว คุณ
ต้องทำความสะอาดบ้านทุกวัน แต่ไม่ใช่ว่าคุณทำคนเดียวทั้งหมด เขา
ก็จะแบ่งคนนี้ล้างห้องน้ำ คนถูบันได คนนี้ถูห้องกินข้าว เก็บถ้วยล้าง
จาน ทำกับข้าว เขาก็จะมีคนนี้ทำอาหาร อีกคนต้องล้างถ้วยเช็ดครัว
เช็ดห้องกินข้าว มีเครื่องล้างจานให้
คุณจะไปไหน ไปหาใคร คุณต้องรายงานเจ้าหน้าที่บ้านทุกอย่าง คุณ
ไปกี่โมง กลับมากี่โมง กลับบ้านต้องไม่เกิน 6 โมงเย็น อยู่ที่นี่จะกด
ดันมาก แต่ให้คิดซะว่าเพราะเรากลัวงัยเราถึงมาที่นี่ ถ้าเราไม่ทำตาม
กฎเขาก็หมายความว่าเราไม่ได้กลัวนะสิ ที่ Frauenhaus เขาจะ
จัดการเรื่องให้เราทุกอย่างจนกว่าเรื่องจะจบถึงศาล และช่วยเราหา
บ้าน ช่วยคุยกับโซเชี่ยว หาทนายให้ หาคนแปลให้
อยากแนะนำเพื่อนหญิงว่า ถึงจะมีญาติ มีเพื่อน มีน้อง มีพี่ในสวิสฯ แต่
อย่าไปพึ่งพวกเขา เพราะนั่นถือว่าตัดสิทธิ์ที่เราควรจะได้ ให้เพื่อน
หญิงไปอยู่ที่ Frauenhaus นี้ดีที่สุด อย่ากลัวว่าจะลำบาก อย่ากลัว
ว่าจะไม่มีอิสระแค่ทนสักหน่อยเท่านั้น หรือให้คิดว่าชีวิตที่เป็นอยู่ทุก
วันนี้ก็ไม่ได้สุขสบายอะไร แค่ไปลำบากนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก การ
ที่เพื่อนหญิงไปอยู่กับเพื่อน หรือญาติพี่น้อง นั่นจะมีปัญหากับโซเชี่ยว
ทันที เขาถือว่าเพื่อนหญิงมีคนช่วยเหลืออยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่เขาจะ
ต้องช่วยเรา แต่ถ้าเราไปที่ Frauenhaus เราไม่มีใครจริงๆ และหน่วย
งานนี้ล่ะสำคัญมากเพราะจะง่ายต่อการขอความช่วยเหลือเรื่องเงินกับ
โซเชี่ยว
มีเพื่อนของดิฉันเองที่เล่าไปข้างต้น เพราะเขากลัวความลำบากที่จะไป
อยู่ Frauenhaus เขาเลยตัดสินใจให้พี่เขยช่วย หาบ้านให้ แล้วเขาก็
ย้ายออกไปจากสามีทำเองหมด โดยไม่ผ่านหน่วยงานไหนๆเลย จน
ตอนนี้จะเกือบสองปีแล้ว โซเชี่ยวช่วยเขายากมาก เพราะเขามองว่า
คุณสามารถออกไปคนเดียวได้ หาบ้านอยู่เองได้ คุณอยู่มาได้ตั้ง
หลายเดือน ทำไมโซเชี่ยวถึงจะต้องช่วยคุณ แต่จริงโซเชี่ยวต้องช่วย
นั่นล่ะ แต่เขาจะเล่นแง่งัย งานก็ไม่มีทำ บ้านก็จ่าย อะไรก็ต้องจ่าย
เขาอยู่อย่างลำบากมาก กว่าโซเชี่ยวจะยอมช่วยเขาเดินเรื่องนานมาก
แต่ก็ช่วยแค่ 3 เดือน แต่ถ้าไปอยู่ที่ Frauenhaus เขาจะช่วยตั้งแต่
ต้นเลย
เข้าไปครั้งแรก เจ้าหน้าที่บ้านเขาจะสอบปากคำของเราทั้งหมด แล้ว
เขาจะยื่นรายงานให้หัวหน้า และยื่นไปที่เกไมเด่ที่เราอยู่ และนัด
ทนายให้ ส่วนที่ Frauenhaus นี้ไม่ได้ฟรีนะคะ ทุกที่ต้องจ่ายเงิน ถ้า
สามีคุณร่ำรวยเงินทองสามีคุณต้องเป็นคนจ่าย แต่ทั้งคุณหรือสามีไม่มี
เงินจะจ่ายโซเชี่ยวจะเป็นคนจ่ายเงินจำนวนนี้ แต่ถ้าสามีคุณทำร้ายร่าง
กายก็จะมีอีกหน่วยงานหนึ่งช่วยจ่ายอีก 3 อาทิตย์ (จำชื่อหน่วยงานไม่
ได้ต้องขอโทษมากๆ) สำหรับของดิฉันต้องจ่ายวันละ 124 ฟรัง แต่ถ้า
ลูกโตก็จะจ่ายเป็นรายหัวคนละ 124 ฟรัง แต่มีอาหารให้คุณกินครบ
สามมื้อ
ค่ากับข้าววันละ 100 ฟรัง ซื้อมาทำกินรวมกัน และคุณจะมีค่าใช้จ่าย
ส่วนตัวจากโซเชี่ยวจะจ่ายให้คุณทุกเดือนที่อยู่ใน Frauenhaus ตัว
คุณ 500 ฟรัง ลูก 100 ฟรัง สำหรับค่าครีม แชมพู แพมเพิร์ส ค่ารถ
เป็นต้น แต่เงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้อิสระเสรีเข้าบัญชีให้คุณแต่อย่างใด
เงินจำนวนนี้เขาจะจ่ายผ่าน Frauenhaus เขาจะให้คุณใช้วันละ 20
ฟรัง และคุณต้องคอยลงเบิกเอาเรื่อยๆ ก็แล้วแต่จะคิดกันและนึำก
สภาพกันเอาเอง ไม่ขอพูดถึงตรงนี้
ประมาณ 1 อาทิตย์คุณจะมีนัดคุยกับทนาย และอาจจะมีนัดคุยกับโซ
เชี่ยวด้วย เมื่อนัดคุยทนายเรียบร้อย ทนายจะยื่นเรื่องไปที่ศาลเพื่อขอ
นัดวันพิจารณา จะเร็วจะช้าขึ้นอยู่กับศาลที่เราไปขึ้น ศาลมีหลายที่
บางคนโชคดีอาทิตย์เดียวก็ได้ขึ้นศาลแล้ว บางคนโชคไม่ดีรอไปสอง
สามเดือน สี่เดือน ก็แล้วแต่โชค แต่วาสนา
แล้วถามว่าถ้าคุณอยากกลับไปคืนดีกับสามีคุณได้มั๊ย ได้แน่นอนคุณ
อยากกลับไปคืนดีตอนไหน เมื่อไรก็ได้ ไม่มีใครสามารถบังคับตัวคุณ
ได้ แต่ถ้าเรื่องยังไม่จบที่ศาล แล้วคุณบอกเลิกกลางคัน และคุณมีนัด
กับศาลเรียบร้อย แต่คุณจะกลับไปคืนดีกับสามี ก็ได้ ยกเลิกศาลไป
แต่คุณกับสามีต้องจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าบ้าน
ที่ Frauenhaus ค่าทนาย ค่าทำเนียบศาล (ถึงจะยังไม่ได้ขึ้นศาล แต่
มีจดหมายนัดมาคุณก็ต้องจ่าย) ค่าทำเนียบศาลคนละครึ่งกับสามี
***ข้อแนะนำ ....ให้เพื่อนหญิงดำเนินการเรื่องทุกอย่างให้จบไปก่อน
ขึ้นศาลให้เรียบร้อย จะกลับไปอยู่ด้วยกันต่อก็ค่อยมาว่ากันทีหลัง
*** ลืม กรณีเรียกตำรวจมาระงับเหตุ คุณกับสามีต้องจ่ายค่าตำรวจ
ด้วย จะมีบิลตามมาเก็บทีหลัง จะถูกจะแพงก็แล้วแต่ว่าคุณเรียก
ตอนกลางวันหรือ กลางคืน
***** แล้วจะมาต่อวันหลังนะคะ******
Jugen und
Familen Verwaltung แก้ไขรอบแรก คงจะหลา่ยๆรอบตามมา
***Familienberatung*** เขาใช้ตัวนี้น่ะ Verwaltung เกี่ยวพวกบ้าน
หรือโวนุงนี้นา ว่าทะ*ๆยังไงไม่รู้
มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ
ขอบคุณที่เอามาแบ่งให้พี่น้องหญิงไทยได้รับรู้
แล้วตอนนี้คุณสบายดีหรือเปล่าคะ
บ้านหญิงคือที่พักที่สุดท้ายสำหรับผู้หญิงทุกคนที่ไม่มีที่พึ่งหมดแล้ว
ทุกอย่าง***แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่เราไปอยู่บ้านหญิงได้นั้นไม่
ได้หมายความว่าสามีจะเลวไปหมกทุกคน****ในกรณีพี่สาวต่างสาย
เลือดของฉัน****เขาทำตัวเอง***เป็นคนที่จมไม่ลงคือคำพังเพย****
ปัญหาหลักคือติดการพนันอย่างบ้าคลั่ง****ทุกคนคงไม่โกหกตัวเอง
นะว่าเงินไม่สำคัญ***สำคัญสิเพราะที่สวิสเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าประชา
ชนสว่นมากเป็นมนุตย์กินเงินเดือน****แล้วถ้าเกิดคนในครอบครัวคน
ใดคนหนึ่งติดการพนันจนงอมแงม****ไม่เอาใจใส่ต่อครอบครัว***ทิ้ง
ลูกเต้าให้อยู่กันตามลำพังเพื่อที่ตัวเองจะได้ไปเล่นการพนัน****แล้ว
ครอบครัวที่ว่าหวานๆน่ะ*****จะหวานไปอีกนานใหม
ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีที่คุณนำเรื่องนี้มาเล่า******ซึ่งตัวดิฉันเองก็อยาก
มาแจมดว้ยเพราะมันไม่ใช่เรื่องของฉันโดยตรงแต่ก็รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
***เพราะกว่าจะมีวันนี้ที่สวิสก็เพราะผู้หญิงไทยคนนี้ที่ปูทางให้ฉันเดิน
มา****แต่ชีวิตเขาเองตอนนี้ต้องกลายเป็นคนทุพลภาพ****จิต
ฟั่นเฟือน****และมีชีวิตการเป็นอยู่โดยโซเซียลช่วยเหลือในการดำรง
ชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าเธอจะชว่ยเหลือตังเองได้*****แต่คงไม่มีหวัง
เพราะเธอจะเข้าออกโรงพยาบาลโรคประสาทที่เอมบราคประจำ****
และบ้านหลังนั้นที่คุณเล่าฉันก็รู้จักแต่เปิดเผยไม่ได้***เปิดได้แต่โรง
พยาบาลคนบ้าที่Embrach****เพราบ้านหญิงจะมีแค่เบอร์โทรติดต่อ
กันและไม่มีในสมุดโทรศัพพ์ที่จะค้นหาได้
เกือบจะสามสิบปีที่เธอมาใช้ชีวิตอยู่ที่สวิส***ไม่เคยมีอะไรดีขึ้นมีแต่เลวลง**
((((((((วันหลังจะมาแจมใหม่วันี้ต้องขอตัว))))))))))
*** มาต่อค่ะ ***
ชีวิตตอนนี้ก็ยังไม่สุขสบายค่ะ ยังต้องลำบากออกหาบ้านทุกวัน หา
บ้านมาเกือบจะครึ่งปีแล้วก็ยังไม่ได้ หาบ้านยากมาก 1. เป็นคนต่าง
ชาติ 2.มีลูก ลำบากมาก ที่นี่เขาถือว่าปล่อยให้ห้องว่างดีกว่าจะมี
ปัญหาตามมาทีหลัง ถ้ามีสามีอยู่ด้วยอันนี้จะไม่มีปัญหา แล้วค่อยเล่า
เรื่องหาบ้านทีหลังนะคะ
คุณเห็นใจเล่าได้เลยนะคะ จะได้เป็นความรู้ของเพื่อนหญิงเมื่อเกิด
ปัญหาว่าควรจะติดต่ออะไรยังไง เพราะตัวดิฉันก็เริ่มติดต่อจากไม่รู้
อะไรเลย ใครให้เบอร์อะไรมาก็โทรไปมั่วหมด ใช้เวลาติดต่อนานพอ
ประมาณ เพราะความที่เราไม่รู้ว่าต้องติดต่อใคร ตำแหน่งไหร ยังไง
ใช่ค่ะที่ Frauenhaus คนที่เข้าไปอยู่ต้องเก็บที่อยู่ไว้เป็นความลับสุด
ยอดไม่สามารถบอกใครได้ว่าคุณอยู่ตรงไหน เขาจะให้เซ็นยอมรับกฎ
ข้อนี้ทุกคน ที่นี่จะเซฟมากมีกล้องวงจรปิดหน้าประตูทางเข้า มีใครบุก
เข้ามา จะมีปุ่มให้กดถึงตำรวจทันทีเหมือนกับธนาคารเลย
มีผู้หญิงคนหนึ่ง บริษัทประกันส่งเอกสารไปให้ที่บ้าน เขาเลยบอกสามี
ให้ส่งมาให้ที่ Frauenhaus แต่ไม่ใช่ที่อยู่บ้านนะคะ แค่จ่าหน้าซอง
ถึง Frauenhaus รหัสไปรษณีย์ ซูริค จดหมายก็จะมาที่นี่ทันที แค่นั้น
ล่ะค่ะ เขาให้ย้ายออกไปในวันที่ได้รับจดหมายเลย ย้ายไปอยู่
Frauenhaus ที่ใหม่ จริงๆ เข้ามาอยู่ที่นี่เขาจะกรอกแบบฟอร์มโพสต์
ให้คุณแล้วไปยื่นที่โพสต์ เสีย 30 ฟรัง แล้วแต่ว่าทำกี่เดือน แล้ว
จดหมายทุกฉบับที่เป็นของคุณจะตรงมาที่นี่เลย ยกเว้นพัสดุ การที่คุณ
ต้องการให้สามีส่งเอกสารมาให้ ก็ให้ใส่ชื่อคุณแล้วก็ที่อยู่เก่าจดหมาย
ก็จะตีมาให้เอง แค่นี้ก็จบแต่เขาเห็นรหัสไปรษณีย์เขาก็รู้แล้วว่าอยู่
แถวไหนของซูริค
ดิฉันไปขึ้นศาลที่ Uster ศาลที่นี่ขึ้นชื่อมากเรื่องเข้าข้างผู้ชาย (เจ้า
หน้าที่ ที่ Frauenhaus บอกว่างั้น) ก็คงจะจริงเพราะวันที่ขึ้นศาล ๆ ไม่
หันมาถามดิฉัน และไม่ได้พูดอะไรกับดิฉันเลย หันไปคุยแต่กับสามี
ขนาดทนายดิฉันแย้งไป เขาก็ทำมือให้หยุด ตอนขึ้นศาลจะมีคนแปล
ให้เราด้วย แต่ดิฉันคงโชคร้ายไปหน่อยเจอคนแปลไม่ได้เรื่อง เขาไม่
แปลในสิ่งที่ดิฉันพูด แต่เขาจะคอยแปลแต่สิ่งที่ศาลพูดกับสามี และ
สามีพูดกับศาล ***ด้วยความไม่รู้ของดิฉันเองว่า ดิฉันสามารถแย้งกับ
ศาลได้ว่าคนแปลไม่ได้เรื่อง จริงๆ ดิฉันสามารถบอกศาลได้ว่าขอ
เปลี่ยนคนแปล แย้งในตอนนั้นเลย แต่ดิฉันมารู้เมื่อทุกอย่างจบแล้ว
และดิฉันได้เซ็นยอมรับไปแล้ว ***
การที่ขึ้นศาลจะชนะหรือแพ้คนแปลสำคัญมากๆๆ บางคนแย่งลูกกัน
แล้วแพ้เพราะคนแปลก็มีเยอะ ถ้าคิดว่าคนแปลไม่ได้เรื่องให้แย้งขึ้น
มาขอเปลี่ยนคนแปลทันที เพราะเราจะแพ้หรือชนะคนแปลก็มีส่วน
เยอะมาก สำหรับเพื่อนหญิงที่มีลูกเล็กๆ ไม่ต้องกลัวว่าศาลจะสั่งยก
ลูกให้ทางสามี ลูกเล็กๆถือว่าดีมาก เพราะศาลจะสั่งให้อยู่กับแม่แน่
นอน ส่วนเรื่องบ้านโดยปกติตามกฎหมายสามีต้องเป็นย้ายออกไป
ก็แล้วแต่กรณีไป
***ก่อนขึ้นศาล สำหรับคนที่มีลูก ต้องระวังอย่าใจอ่อน (คนไทยเราติด
นิสัยชอบใจอ่อน) ถ้าสามีขอเจอลูก ต้องให้โทรติดต่อทนายของเรา
อย่าตัดสินใจเอง เพราะเคยมีมาแล้วจากที่ฟังเจ้าหน้าที่ที่
Frauenhaus เล่าให้ฟัง ด้วยความใจอ่อนเลยพาลูกไปพบพ่อ แล้ว
ผู้ชายก็อุ้มลูกขึ้นรถไปเฉยเลย โดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว หรือจะตั้งตัว
ระวังอยู่แล้วก็ตาม คุณไม่สามารถจะเรียกร้องอะไรได้เลย เพราะคำ
สั่งศาลก็ยังไม่มี ถือว่าพ่อแม่ก็ยังมีสิทธิ์ทั้งสองฝ่าย และทำให้คนไทย
เข้าโรงพยาบาลบ้าเหมือนคุณเห็นใจบอกนั่นล่ะ
*** ใช้ชื่อเพื่อนหญิงเปิดกิจการ ซื้อของ อันนี้ให้ระวังมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ย้ำว่ามากๆๆๆ สำคัญมากๆๆ ดิฉันก็เจอมากับตัวเองเหมือนกัน แต่โชค
ยังดีที่หันหลังกลับมาทัน ไม่เยอะเท่าไรยังพอทะยอยจ่ายไปได้
เพราะถ้าเป็นฝรั่งแต่งกับฝรั่งเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้กันเลย ชื่อใคร
ชื่อมัน จะไม่มีขอใช้ชื่อเธอซื้อโทรศัพท์หน่อยได้มั๊ย แต่สำหรับคน
ไทยก็นิสัยไทยดิฉันเจอมากับตัวเองแล้วเหมือนกัน เลยอยากฝาก
เตือนเพื่อนๆ ด้วย
***เจ้าหน้าที่ที่ Frauenhaus เล่าให้ฟังว่ามีคนหนึ่ง คนไทยนี้ล่ะ คุย
โม้ โอ้อวด สารพัดว่าสามีเปิดร้านโน่นให้ ทำร้านนั่นให้ เยอะแยะ แต่
เป็นชื่อของผู้หญิง คือเปิดแค่ในนาม แล้วสามีเป็นคนจัดการ สามีเอา
ชื่อเข้าบริษัทมั้งล่ะ รู้สึกภูมิใจหนักหนา แต่อยากให้ตระหนักไว้มากๆ
จงระวังเพราะนั่นไม่ใช่ชื่อของสามี เขาจะทำยังไงก็ได้ จะสั่งซื้อของ
เท่าไรก็สั่ง เพราะไม่ใช่ชื่อของเขา เขาไม่เดือดร้อน จะเจ๊งก็ไม่เป็นไร
แล้วสุดท้ายก็ตัวเพื่อนหญิงนั่นเองที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว จนหันกลับไม่
ได้แล้ว จะมาทะยอยจ่ายก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนจ่าย ส่วนสามีตัวดี
สบายใจเฉิบ จงระวังอันนี้สำคัญ สำคัญมากๆ เพราะถ้าเราต้องหา
บ้านอยู่เองในซูริคต้องใช้ Betreibungsamt แนบไปกับใบสมัครหา
บ้านด้วย ถ้ามีหนี้อยู่ในลิสต์ให้เลิกคิดเรื่องได้บ้านทันที แค่ 500-
1000 ฟรังนี้ก็เลิกคิดได้แล้ว เขาไม่ให้บ้านคุณแน่นอน
เมื่อออกจากสามีไปแล้ว ก่อนจะกลับมาคืนดีอยากให้เพื่อนหญิงคิดให้
รอบคอบ คิดให้มากๆ ถ้ากลับมาแล้วทุกอย่างดีขึ้นก็ถือว่าถูก
ลอตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง (อันนี้เพื่อนดิฉันเป็นคนพูด) แต่ถ้ากลับ
เหตุการณ์เหมือนเดิมหรือยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม แล้วหน่วยงานที่เคยช่วย
เหลือเรา เขาก็ไม่อยากช่วยอีกแล้ว หรืออาจจะช่วยแต่ก็คงยืดยาด
ยาวนาน
ขอบคุณมากค่ะที่มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้หญิงไทยด้วยกัน
ขอบคุณ คุณ Frauenhaus และคุณเห็นใจค่ะที่ได้กรุณานำเอาประสบการณ์มาแบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆได้ทราบ เค้าจะได้รู้ว่าเค้าไม่ได้อยู่ลำพังคนเดียวในโลก ยังมีกลุ่มคนและสวัสดิการที่ยังช่วยเหลือเค้าได้ในด้านจิดใจและการเงิน เคยมีท่านผู้ใหญ่มาเล่าให้ฟังว่าเดินเล่นอยู่ตามถนนแล้วมีหญิงคนไทยเข้ามาถามว่าเป็นคนไทยหรือเปล่าแล้วเล่าว่าถูกสามีทุบตีและบังคับให้ไปขายตัว ท่านผู้ใหญ่ท่านนั้นไม่ยอมยุ่งเกี่ยวดัวยทั้งๆที่จะช่วยก็ได้ ท่านพูดว่าทำไมไม่ดูกันให้ดีก่อนแต่งงานมากับผู้ชายล่ะและก็คงจะไม่ใช่คนที่ดีอะไรนักมาก่อน จึงมากับผู้ชายได้ง่ายๆเช่นนั้น ขอให้พวกเราทุกคนอย่าคิดเช่นนั้นค่ะ ถ้ามีโอกาสที่จะช่วยกันได้กรุณาอย่าดูดายนะคะ คนเราก็มีทางผิดพลาดได้ให้โอกาสเค้าแก้ตัวอีกครั้ง อย่างน้อยๆก็ถือว่าได้ทำบุญ คนเราเกิดมาทุกคนไม่เท่ากันเพราะเลือกเกิดไม่ได้
ขอเป็นกำลังใจให้คุณ Frauenhaus เราต้องสู้ต่อไป เราจะยอมแพ้แก่ชะตาไม่ได้ " ลูก " เพียงเพราะคำนี้ เราไม่มีอะไรที่ต้องกลัว ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ ไม่มีสิ่งใดนับจากวันที่เราก้าวออกจากบ้านที่เคยเป็นครอบครัว ทำให้เราต้องหวาดหวั่น หากพยายาม และย่างก้าวเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง สักวันจะเป็นวันของเรา นิดและลูก ก็เคยไปอยู่บ้านพักฉุกเฉินผู้หญิง โชคดีที่ได้หน่วยงานที่คุณกล่าวมาทั้งหมดช่วยเหลือ ได้ ทุกอย่างจึงผ่านมาในทางที่ดี แม้ว่าตอนนั้นไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะมีวันแบบนี้ แต่การที่ได้รับรู้เรื่องเล่า ประสบการณ์ชีวิตของคนที่เค้าประสบมา มันช่วยเราเตรียมพร้อม และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดได้ สิ่งสำคัญกับการที่จะผ่านวิกฤติ ตรงนี้ไปได้ คือ สติ ขอขอบคุณ คุณFrauenhaus ที่ได้นำประสบการณ์มาเล่า การรับรู้ไว้ก็ไม่เสียหาย แม้ว่าบางคนอาจคิดว่า มันไม่มีวันเป็นไปได้กับชีวิตฉัน วันข้างหน้าไม่มีอะไรแน่นอน. นิดอยู่ซูริค ชีวิตทุกวันนี้แม้ไม่ถึงกับดีเลิศอะไร แต่ก็ดีกว่าเพื่อนหญิงที่รวมชะตากรรมในบ้านพักฉุกเฉินหลายๆคน ที่เราเคยนั่งล้อมวงระบายความทุกข์ เจ็บปวด เหตุที่ต้องมาอยู่บ้านหลังนี้ เวลาสามอาทิตย์ มันสอนให้นิดรู้ว่า มีคนที่แย่ ที่ทุกข์สาหัสกว่าเรา คุณFrauenhaus ค่ะ หากมีอะไรที่นิดพอช่วยคุณได้ แม้เพียงจะแค่พูดคุย ให้รับฟัง ยินดีค่ะ
และอยากให้หลายๆคนอย่าได้เข้าใจว่าแม่ตอ้งใด้ลูกเสมอเมื่อมีการ
หย่าเกิดขึ้น+++อันนี้มันแล้วแต่สถาณการณ์ในครอบครัวของคุณเป็น
อย่างไร++++และปัญหาในการหย่าร้างดว้ย++++มันมีหลายๆอย่าง
ต้องเอามารวมกัน++++และอย่าได้คิดว่าสามีต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้คุณ
บานเลยล่ะ++++เช่นพี่สาวต่างสายเลือดของฉันคนนี้++++เจ้า
ของกระทู้โลกมันกลมนะ+++ฉันได้รู้จักและได้เห็นชีวิตของหญิงไทย
ที่มีครอบครัวอยู่อุสเตอร์หลายครอบครัว+++และได้เห็นหลายๆครอบ
ครัวที่มีความสุข++++และหลายๆครอบครัวที่แตกร้าว++++ทำไมน่ะ
หรือฉันไม่อาจจะบอกได้เพราะแค่เห็นและได้ยินผ่านๆฉันไม่อาจจะ
เล่ารายละเอียดเหมือนพี่สาวต่างสายเลือดได้++++ฉันคิดว่าคุณคงอยู่
อุสเตอร์++++เพราะพี่สาวของฉันคนนี้เธอเคยมีชีวิตที่สุขสบาย+++มี
สามีที่ดีมากๆมีลูกที่น่ารักอยู่ที่อุสเตอร์++++คนที่อยู่อุสเตอร์มากกว่า
สิบปีขึ้นไปต้องรู้จักเธอดี++++แต่เอาเป็นว่ามารู้จักเรื่องที่จะเป็น
ประโยชน์ต่อหลายๆคนดีกว่านะ++++สว่นเธอก็ปล่อยเธอไปอยู่ในโลก
ของเธอ+++ที่ฉันเอามาเล่าฉันไม่กลัวเธอโกรธ+++เพราะเรารู้จักกันดี
ตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยแล้ว+++และครอบครัวของเธอที่นี่ก็รู้จักฉันดีดว้ย
+++ลูกเธอก็ไม่ได้+++ค่าเลี้ยงดูจากสามีเธอก็ได้รับแค่เดือนละห้า
รอ้ยฟรังค์และมีกำหนดแค่หนึ่งปีเอง++++เพราะว่าหนึ่งสามีของเธอไม่
มีจะให้+++เพราะในขณะที่เธอเคยอยู่รว่มกันกับสามีและครอบครัวเธอ
ได้สร้างนี้สินไว้มาก....
วันหลังจะมาเล่าต่อนะ++++++ว่าทำไมเธอต้องไปอยู่ที่บ้านหญิง++++และว่าทำไมเธอต้องเข้าโรงพยาบาลบ้าที่ Embrach
สวัสดีจ๊ะFrauenhaus
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีๆแบบนี้
ป้าคิดว่าเป็นข้อมูลที่ดีมากที่สุดทำให้รู้ถึงระเบียบภายใน
และประสบการณ์ที่Frauenhaus
ที่นำมาถ่ายทอดเล่าสู่กัน...
ทำให้คนไทยที่กำลังประสบปัญหา...
ไม่กล้าบอกหรือเล่าให้ใครฟัง...เพราะความอาย
กลัวคนนินทาลับหลัง...
ทำให้เขาเกิดความกล้าและรู้ถึงข้อมูล...ว่าจะทำอย่างไรบ้าง
ป้าดีใจมากถ้าใครเคยประสบปัญหา..
หรือพบเหตุการณ์ต่างๆ..มาเล่าสู่กัน
เหมือนพี่น้อง..ทำให้เราฉลาดขึ้น.
คนเราที่มาอยู่ที่นี่ล้วนแต่อยู่*งไกลบ้านเมือง
เราควรจะรักและช่วยเหลือกัน...แค่ถ่ายทอดความรู้สึก
เห็นอกเห็นใจเขาแค่นี้ก็มีค่ามหาศาลยิ่งนัก.
คนเราถ้าอะไรไม่เกิดกับตัวเองไม่รู้หรอก.
ว่าแค่น้ำใจที่เขายื่นมาให้เรา..นี้ยิ่งกว่าน้ำอมฤต
คนที่กำลังจะจมน้ำตาย
ฟางแค่เส้นเดียว...ก็ยึดเหนี่ยวเพื่อให้ชีวิตรอด.
น้ำใจอย่ายืมหยิบยื่นให้แก่กัน....
วันใดที่เราได้รับควาททุกข์เราจะรู้รสชาติของควาทุกข์
ความทรมารเจ็บปวดได้ดี...
วันนั้นเราจะรู้ค่าถึงน้ำใจคน....
สวัสดีจ๊ะเห็นใจ
ขอบคุณมากจริงๆที่ทำให้เราหลายคนได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ.
และป้าเห็นใจกับพี่สาวต่างสายเลือดของเห็นใจมาก
อยากฟังมากจ๊ะเห็นใจมาเล่าให้ฟังต่อนะจ๊ะ
ป้าดีใจมากเลยที่เห็นใจนำเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง
และจะดีใจมากถ้าเห็นใจรู้อะไรดีๆเกี่ยวกับกฎหมาย
หรือประสบการณ์อะไรมาเล่าให้ความรู้กัน
ฟังดูแล้ว พอจะมองออกค่ะ ว่ามันลำบากแค่ไหน กับการตามผู้ชายสวิสคนหนึ่งมาอยู่กับเขา คนสวิสไม่ใช่ว่าจะอยู่ด้วยง่ายๆ นะค่ะ เราทราบดี ว่าต้องอดทนแค่ไหน
เรามีเพือนทำงานอยู่โซเชียล ที่คันโตนซูริค เขาบอกเราว่า ชาติที่มีปัญหา มากที่สุดคือ ศรีลังกา คุณทราบไหมค่ะ ว่ารองลงมาคือ ชาติอะไร ฟังแล้วตกใจ ค่ะ คนไทย ของเรานี้เอง เพือนคนนี้รับผิดชอบ อยู่ มากกว่า สามสิบคน เขาบอกว่า มีคนไทย (ผู้หญิงส่วนใหญ่) มากกว่า สิบคน เราสงสัยว่า คนไทยเรา มีปัญหาแบบไหนกับสามีกัน ทำไมชีวิตต้องมาจบที่ การช่วยเหลือจากโซเซียล
*** มาต่อค่ะ ***
คุณคนขอฟังค่ะ ถ้าได้เห็นคนที่เข้ามาอยู่ที่ Frauenhaus แล้วจะยิ่ง
ตกใจมากกว่าค่ะ ยิ่งคนลี้ภัยนี้เยอะมาก มีคนหนึ่งลี้ภัยมาอยู่สวิสฯ 13
ปี พูดภาษาเก่ง คนลี้ภัยนี้เขาเลี้ยงดูดีมากๆ ทั้งส่งเรียนภาษา เรียน
อาชีพ สารพัดจากที่ฟังเขาเล่าให้ฟังนะคะ 13 ปี เขาไม่เคยคิดจะทำ
งานเลย ขนาดวันที่เขานั่งคุยกับดิฉันเขาก็บอกเลยว่าเขาไม่ทำงาน ยัง
ไงเขาก็ไม่ทำ
ถ้าเราเจอปัญหาและต้องตกสภาพในแบบเดียวกันเราจะเข้าใจว่า
ทำไม เพราะอะไร ดิฉันไม่ขอออกความเห็นแล้วกันนะคะ
ส่วนเงินค่าเลี้ยงดูศาลก็จะคำนวณให้เสร็จสรรพทั้งของเราและของลูก
แต่อย่างคุณเห็นใจบอกว่าไม่ใช่ว่าศาลจะสั่งให้สามีจ่ายค่าเลี้ยงดูให้
กับทุกคนไป ก็แล้วแต่ความเห็นของศาล ถ้าสามีไม่มีจะจ่ายโซเชี่ยวก็
ต้องเข้ามาช่วย ส่วนตัวของดิฉันก็ได้ค่าเลี้ยงดูกับลูกมาพอประมาณ
และโซเชี่ยวช่วยเพิ่มประมาณ 20% ปีหน้าโซเชี่ยวก็คงช่วย 1%
เพราะศาลสั่งมาว่าถ้าเงินเดือนสามีเพิ่มจากปัจจุบันแค่ 1 ฟรัง สามี
ดิฉันก็ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเพิ่มขึ้นเท่านี้ และดิฉันก็ได้ส่วนแบ่งจากเงิน
ประกันบางอย่างจากเขาครึ่งหนึ่ง
เล่าแบบไม่ปะติดปะต่อเลยนะคะ เอาอันนี้ดีกว่าที่ว่าถ้าหย่าแล้ว
ต้องกลับเมืองไทย ถ้าไม่มีลูก หรือไม่มีใบเซ อันนี้อยากให้เพื่อนหญิง
สู้ค่ะ สู้ให้ถึงที่สุด ถ้าสู้แล้วต้องกลับเมืองไทยก็ถือว่าเราได้สู้แล้ว
(สำหรับเำืพื่อนหญิงที่โดนทำร้ายร่างกาย โดนข่มขืนจากสามี โดนด่า
หรือประจานต่อหน้าสาธารณะอันนี้ให้รีบโทรเรียกตำรวจมาเลยค่ะจะดี
มาก) เพราะตอนที่ดิฉันอยู่ที่ Frauenhaus มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคน
โมร็อคโค มีลูกติดมา 1 คน อายุ 5 ขวบ เพิ่งแต่งงานกับฝ่ายชายคน
สวิสฯ ได้เพียง 3 เดือน สามีข่มขืนเขาทั้งๆที่เขาไม่ยอม ห้ามเขาออก
ไปไหนทั้งนั้น นอกจากซื้อกับข้าว รับลูกจากโรงเรียน และมีอยู่วัน
หนึ่งฝ่ายหญิงพาลูกไปหาหมอฟัน ฝ่ายชายตามไปด่าทอเขาที่ป้ายรถ
ประจำทาง ครูที่โรงเรียนลูกเลยช่วยเหลือเขาในการติดต่อ และเขาได้
เข้ามาอยู่ที่ Frauenhaus พร้อมทั้งก่อนหน้านี้เขาได้ไปตรวจร่องรอย
การข่มขืน และมีคนเห็นว่าสามีเขาด่าทอตรงป้ายรถประจำทาง
ตัวเขาไม่ต้องการกลับประเทศ นั่นก็คือเขาต้องไม่หย่าแต่เขาใช้วิธี
แยกกันอยู่ ตามกฎหมายสวิสฯ ต้องแยกกันอยู่ 2 ปี แยกกันอยู่
สถานะก็ยังสมรส แต่ตัวสามีเขานั้นต้องการจะหย่า อันนี้คือแล้วแต่
กรณีนะคะไม่ใช่ศาลจะสั่งให้แยกทุกคู่ไป แต่ตัวสามีของผู้หญิงคนนี้
เขาไปโกหกศาลว่าผู้หญิงเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้เขาที่โมร็อคโค เช่า
โรงแรมให้เขาอยู่ ทั้งๆที่ชื่อที่เช่าเป็นของฝ่ายชาย และฝ่ายชายเป็น
คนรูดบัตรจ่าย แล้วฝ่ายชายก็ไปแจ้งตำรวจว่าฝ่ายหญิงหนีตามผู้ชาย
ไปไม่ยอมกลับบ้าน แต่จริงๆฝ่ายหญิงอยู่ที่ Frauenhaus นั่นก็ถือว่าดี
ไปของฝ่ายหญิงค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่กรณีไปแต่แค่อยากเล่าให้ฟัง เพื่อ
เพื่อนหญิงไทยจะได้สู้บ้างนะคะ ตัวผู้หญิงคนนี้ศาลสั่งให้เขาแยกกัน
อยู่กับสามี 2 ปี ถึงตอนนี้เขาก็สบายดีค่ะ หาบ้านได้แล้ว โซเชี่ยวจ่าย
เงินทั้งหมดให้เขา เพราะสามีไม่จ่ายค่าเลี้ยงดู
แต่อยากให้ระวังนิดหนึ่ง ถ้าศาลสั่งให้เพื่อนหญิงไทยแยกกันอยู่กับ
สามี อย่าเพิ่งสบายใจว่าฉันได้อยู่สวิสฯแน่นอนแล้ว เปล่านะคะยัง
สบายใจไม่ได้ เพราะวันดีคืนดีตำรวจมาบอกให้คุณเก็บกระเป๋ากลับ
เมืองไทยเลยก็มีมาแล้ว พอเสร็จเรื่องทุกอย่างแล้วอันดับแรกให้คิด
เลยค่ะ หางาน หรือหาแฟนใหม่ (อันนี้ใครจะว่ายังไงก็อย่าไปฟังมาก
นะคะ ในเมื่ออยากอยู่สวิสฯ ก็ต้องทำแบบนี้ล่ะค่ะแนะนำได้แค่นี้ ดูท่า
หาแฟนใหม่จะง่ายกว่าหางานมากๆ) เพราะเมื่อศาลสั่งให้แยกกันอยู่
ทางอำเภอที่อยู่เขาจะส่งเรื่องไปที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตอน
นั้นล่ะค่ะตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเขาจะมาหาคุณที่บ้าน สอบปากคำว่า
ทำไมถึงต้องแยกกันอยู่กับสามี เพราะอะไร จะมาช้าหรือเร็วก็แล้วแต่
วาสนานะคะ ตัวดิฉันเองก็คงจะมีมาเหมือนกันถึงลูกจะเป็นสวิสฯ แต่
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็คงมาสอบถามเหมือนกัน แต่ไม่ต้องกังวลว่า
ต้องกลับเมืองไทยแค่นั้นเอง
เฮ้อ...เอาแค่นั้นไปก่อนแล้วกันนะ พิมพ์ไปตั้งเยอะกดผิดหายหมด
แล้วจะมาต่อวันหลัง
การที่หญิงและชายจะร่วมหัวจมท้ายดว้ยการเป็นสามีภรรยากันนั้นมัน
ง่ายมาก..........แต่การวางตัวที่จะอยู่รว่มกันมันยากมากเพราะมีหลาย
อย่างต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อกันและกัน.......จากประสพการณ์ของ
ตัวเองและพี่สาวและญาติอีกหลายคนที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ทำให้ตัวเอง
ได้รู้จักปัญหาที่คิดไม่ถึง.....พี่สาวจะเป็นคนเตี้ยอุ้มค่อม.....ถ้าใครไม่รู้
จะว่าเธอใจกว้างกับเพื่อนฝูง......แต่ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกฉันรู้ดี.....อยากมี
บ้านให้แม่อยู่แต่ตัวเองก็ไม่เคยขวานขวาย..เครดิตสิอ้ายเผือก...ไม่ได้
รับรู้ว่าเดือนๆหนึ่งสามีต้องจ่ายบิลอะไรบ้าง.......ไม่เคยรู้ว่าชีวิตกินเงิน
เดือนของผัวตัวเองมันลำบากแค่ใหน......คือใช้เงินเป็นอย่างเดียว.....
ภาษาก็ไม่สนใจและไม่เคยเรียน......พูดรู้เรื่องแค่กับผัวตัวเองสว่นคน
อื่นจับต้นชนปลายไม่ถูก........ผัวข้าสั่งได้เหมือนสั่งอาหารมากิน......มัน
กลัวข้า......แต่หารู้ไม่ว่าลูกโป่งลูกนี้กำลังจะระเบิดเพราะเป่าลมเข้ามาก
เกินไป......และมันก็ระเบิดจริงๆ.....สุดท้ายเป็นยังไงมาแต่ตัวไปแต่
ตัว....เอาเป็นว่าศาลที่ตัดสินให้พวกเขายุติธรรมที่สุด.......คุณเจ้า
ของกระทู้อาจจะมีปัญหาคนละอย่างฉะนั้น......ฉันจึงจะบอกได้ว่าศาล
ทำถูกที่สุด......แม้แต่ตัดสินในปัญหาของฉันดว้ยฉันจึงเอามาเล่าได้.....
เพราะฉันก็เคยขึ้นศาลมาแล้วในการหย่าร้างที่นี่...ฉะนั้นการหย่าร้างจึง
ง่ายและยากคนละแบบ.....
ชีวิตหลังจากหย่าร้างของพี่สาวเธอก็ระหกระเหินไปเรื่อยๆ.....ไม่มีอาชีพเป็นหลัก.....อดีตสามีเขาก็ไม่ได้มาสนใจอีกแล้ว.....ลูกๆก็ไม่ค่อยโหยหา......ใหม่ๆเธอก็มารับลูกไปบ้านเธอตามที่ศาลสั่งคือเดือนละหนึ่งครั้งตอนสิ้นเดือน....แต่หลังจากนั้นเธอก็มารับบ้างไม่มารับบ้าง...บางทีนัดแล้วก็ไม่มา......ทำให้เด็กๆผิดหวัง......และอีกอย่างเธอมีเพื่อนชายลูกๆก็คงไม่ชอบ....
และหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้แต่งงานใหม่เป็นครั้งที่สามในสวิส....
ในการหย่าครั้งแรกของเธอฉันไม่รู้จึงไม่สามารถบอกได้ว่าทำไม....
และแปลกมากกับการแต่งงานครั้งที่สามของเธอคือเธอแต่งกับคนเอ
เซียผิวดำ.....และฉันจึงไปถามเขาว่าทำไมแต่งงานทั้งทีทำไมไม่หาคน
ที่จะช่วยเราได้ในอนาคต.....เพราะฉันเป็นหว่งเขาฉันจึงถามแบบนั้น.....
เพราะฉันได้ยินมาว่าเธอรับจ้างแต่งงานกับชายผิวดำเพื่อเงินสองถึง
สามหมื่นฟรังค์.......โอเป็นไปได้ไง......และฉันก็รีบวิ่งแจ้นไปถามเธอ
ตามที่ได้ยินมาว่าจริงใหมที่เขาว่าเธอรับจ้างแต่งงานเพื่อพาสสวิส......
เธอก็หัวเราะบอกใครพูดอย่ามายุ่งกับเขาเลย......ฉันก็อึ้งถ้าเขาพูดเช่น
นั้น.....ฉันจึงต้องเคารพสิทธิ์ของเขาฉันเลยไม่ถามอีก......อยู่มาอีกไม่
นานมีน้องคนที่เรารู้จักกันมาจากเมืองไทยที่อยู่ในสวิสโทรมาหาบอก
เกิดเรื่องร้าย...ขอให้ไปเยี่ยมพี่สาวดว่นดว้ยเธออยู่ที่โรงพยาบาล
+++Unispitalzuerich++++ฉันก็ตกใจว่าทำไมเลยรีบไปเยี่ยมเขาที่
โรงพยาบาล+++++ฉันตกใจมากเพราะเธอได้รับบาดเจ็บมากสะโพก
ร้าวแขนหักข้อศอกหักหน้ามีรอยฟกช้ำดำเขียวถลอกปอกเปิก......ฉัน
ถามว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้.....เธอบอกไม่รู้และอย่าถาม......พอดี
พยาบาลเดินมาหาฉันบอกว่าฉันเป็นอะไรกับคนไข้...ฉันก็บอกเป็น
เพื่อน......แล้วพยบาลก็บอกฉันว่าช่วยถามคนใข้ให้หน่อยว่าเหตุการณ์
มันเป็นอย่างไรเพราะตำรวจเขามาสอบสวนดว้ย.......ฉันก็พยายามถาม
เขาแต่เขาบอกไม่รู้และอย่าถามเลย.......ฉันเลยพยายามถามและคุย
กับน้องคนที่โทรมาบอกว่ารู้อะไรบ้างใหม???เธอก็บอกว่าได้ยินว่าเขา
อาจจะโดนเพื่อนผู้ชายผิวดำจับโยนลงมาจากที่พักเพื่อฆาตกรรม
อำพราง......โอทำใมมันโหดร้ายแบบนี้.....สาเหตุเธอไปรับปากคนผิวดำ
ว่าจะหาผู้หญิงไทยมารับจ้างแต่งงานกับพวกเขาเพื่อพาสสวิสและเอา
เงินเขามากินก่อนแล้ว((((((เรื่องรับจ้างแต่งงากับพวกผิวดำ)))))))เป็น
เรื่องที่คนอื่นเล่ากันตัวเธอเองก็ไม่ยอมรับเพราะรู้ว่ามันผิดกฎหมาย...
ฉันก็ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง..
สวัสดีค่ะคุณเห็นใจ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะคะ
ยอมรับว่าเรื่องนี้ดีและมีประโยชน์มากๆกับเพื่อนคนไทย
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับน้ำใจที่มีให้กันค่ะ
และหลังจากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป......สุขภาพทางกายและทาง
ใจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว......และเธอก็ได้รับการช่วยเหลือจากโซ
เซียล......และหนว่ยงานที่เกี่ยวขอ้งในเรื่องที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายใน
ชีวิตประจำวัน......แต่เธอก็ไม่รู้ว่าอันใหนถูกอันใหนผิดหรือว่าเธอจะ
ประชดชะตากรรมก็มิอาจจะทราบได้.....การดำเนินชีวิตของเธอไม่ดี
ขึ้นมีแต่เลวลง......ฉันจะคอยติดตามข่าวของเธออยู่เสมอ...สว่นมากได้
ยินแบบในทางลบ......แต่บางทีฉันก็เข้าใจสภาพเธอเหมือนกันเพราะ
บางทีเธอโทรมาขอเงินใช้และโกหกต่างๆนาๆกับฉัน.....ฉันจะให้ทุก
ครั้งที่เธอมาขอ....แต่ไม่เกินสองร้อยฟรังค์....เพราะฉันรู้ว่าเธอเอาไป
เล่นการพนัน......และฉันก็ไม่ได้ร่ำรวยฉันต้องทำงานถึงจะมีกิน......และ
ช่วงนั้นฉันก็ติดตามข่าวเธอแบบ*งๆ......เพราะรู้ว่ามีหนว่ยงานนี้ชว่ย
เธอยู่......บางทีก็ตามตัวไม่เจอเพราะเธอจะเปลี่ยนเบอร์มือถือบ่อยมาก
ไม่รู้ว่าทๆไม?........เกือบจะสองปีที่ฉันไม่เคยเจอเธอเลย.....และอยู่ๆ
นอ้งคนเดิมโทรมาบอกว่าโห้ฉันไปเยี่ยมพี่สาวดว้ยเธออยู่โรงพยาบาล
โรคประสาท.....โออะไรมันจะแย่ขนาดนั้น.....ตอนนี้ฉันจึงได้รู้ว่าเธอ
กำลังจะหย่าขาดจากสามีคนดำของเธอ.....สาเหตุฉันไม่อาจจะบอกได้
เพราะไม่แน่ใจ......ฉันเลยโทรไปถามโรงพยาบาลว่ามีพี่สาวมาพัก
รักษาตัวอยู่ที่นี่บ้างใหม???ฉันก็ได้คำตอบว่ามี.....และฉันเลยรีบไป
เยี่ยมเธอโดยไม่ลืมสิ่งที่เธอชอบคือบุหรี่และฉันได้แวะซื้อข้าวกับผัด
เปรี้ยวหวานที่ข้างล่างบานโฮฟซูริคหนึ่งชุดเอาไปฝากเธอ.....พอฉันไป
ถึงฉันได้ติดต่อเจ้าหน้าที่และถามว่าพี่สาวอยู่ตึกใหน......และก็ได้รับคำ
ตอบว่าอยู่ตึกนั้น......เพราะที่นั่นจะมีตึกผู้ปว่ยแต่ละชนิดแบบบ้ารุนแรง
หรือแบบอ่อนๆ......ฉันไปที่ตึกนั้นและได้บอกความประสงค์ว่ามาเยี่ยม
พี่สาว......ฉันแทบไม่เชื่อว่ามันจะแย่ขนาดนั้นที่นั่นต้องลั่นกุนแจเข้า
ออกไม่ได้ง่ายๆ......พอฉันเข้าไปเจ้าหน้าที่ก็ลั่นกุนแจไว้ตามเดิม.....
และฉันนั่งรอเจ้าหน้าที่ได้ไปตามพี่สาวมา.....และเธอก็มาฉันแทบไม่
เชื่อสายตาตัวเองฉันจำเธอแทบไม่ได้......สองปีที่ได้เคยได้เจอเธอ
จากคนที่สวยและหุ่นดี...กลายเป็นคนอว้นฉุแบบบวมๆ.....และฉันรู้ว่า
เขาไม่ใช่คนเดิมแล้ว....แบบฟั่นเฟือนนิดๆ.....ฉันแอบเช็ดน้ำตาเพราะ
สมเพศและสงสาร.......ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตเธอจะตกต่ำถึงเพียงนี้.....แต่ฉัน
รู้ว่าเธอดีใจมากที่ฉันไปเยี่ยม.....เธอถามฉันว่า*รู้ได้ไงว่า*อยู่ที่นี่....
ฉันเลยบอกว่ามีคนโทรไปบอก.....และฉันเลยถามว่าแล้วมีใครมาเยี่ยม
หรือเปล่า???เธอบอกไม่มีแล้วร้องให้ยามตกทุกได้ยากไม่มีใครมอง
หรอก.....และเธอได้บอกฉันว่าถ้าฉันมาเร็วกว่านี้สองวันฉันคงไม่ได้เข้า
เยี่ยมเธอเพราะเธอโดนขังห้องมืดเพราะเธอคลั่งทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือ
หมอ.....เธอบอกเธอโดนขังมืดหนึ่งอาทิตย์.....ฉันก็ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง....
จากการที่ฉันไปเห็นดว้ยตาของฉันเอง.....ที่นั่นจะมีทั้งหญิงและชาย.....
คนอื่นๆฉันยอมรับว่าฉันกลัวเพราะบางคนก็พูดงึมงำเดินวนไปวนมา
แบบเบลอๆ.....แต่ยังดีเจ้าหน้าที่ก็อยู่ที่นั่นดว้ย......และช่วงนี้เธอต้องถูก
ควบคุมในการกินยาระงับประสาท.....สาเหตุที่อว้นฉุเพราะได้รับยาวัน
ละสามเวลา.......พออาการดีขึ้นก็จะได้รัปล่อยตัวกลับบ้าน......เป็นแบบ
นี้อยู่ร่ำไป...
ก่อนที่เรื่องเธอจะไปถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลบ้า...ฉันก็ได้รับรู้ว่าเธอไปอยู่บ้านหญิงและมีคนให้เบอร์โทรไว้...ฉันก็เลยไปเปิดหาที่อยู่ในสมุดโทรศัพพ์ไม่มีค่ะ.....ที่อยู่ก็ไม่มี......ฉันเลยโทรไปตามเบอร์ที่ได้มาว่ามีพี่สาวอยู่นี่ใหม.....ทางนั้นบอกมาว่าเขาบอกไม่ได้แล้วเขาจะให้เธอติดต่อมาเองให้ทิ้งเบอร์ไว้.......และหลังจากนั้นเขาก็โทรมาและบอกว่าอยู่บ้านหญิง.....ตอนนั้นฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องบ้านหญิงเลย.....ฉันก็พยายามถามว่าอยู่ที่ใหนเพื่อที่จะได้ไปเยี่ยมเธอได้...เธอก็บอกไม่ได้บอกแต่เพียงว่าบ้านเป็นหลังอยู่บนเนินแค่นั้น.....และก็คงจะเป็นหลังเดียวกันกับเจ้าของกระทู้ไปอยู่เพราะอยู่ในเขตุเดียวกัน.......และสาเหตุที่เธอต้องไปอยู่บ้านหญิงเจ้าขอกระทู้คงอธิบายได้ดีกว่าฉันแน่เลยเพราะเขาเคยไปอยู่ที่นั่นมา......สว่นพี่สาวเชื่อเธอไม่ได้หมดเพราะเธอจะเป๋อๆ....
Frauenhaus Zürich
Postfach
8042 Zürich
Tel. 01 350 04 04
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/105323-211032-1115.jpg)
นี่คือแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตหญิงไทยคนหนึ่งที่ตกระกำลำบากที่ต่างแดน
เพราะการพนันคือปัญหาหลัก....และสองคือเตี้ยอุ้มค่อม......และไม่
ยอมเรียนรู้ชีวิตประจำวันของครอบครัวว่าอยู่ในขั้นใหนในเรื่องการ
เงิน......และชอบมองคนที่เขาสูงกว่าตัวเองในฐานะและอยากตามเขา
ให้ทันเพื่อที่จะไม่นอ้ยหน้าเขา.....และภาษาสำคัญที่สุด.....ภาษาคือ
เครื่องมือหากินในยามที่เราตกทุกข์ได้ยากยามไม่มีสามีหาเลี้ยงเช่น
ไปของานทำที่ใหนถ้าเราได้ภาษาเขาอะไรๆมันก็จะง่ายขึ้น......และถ้า
เกิดปัญหาในครอบครัวถึงขั้นรุณแรง......อย่าอายในการขอความชว่ย
เหลือ.....ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่คนชาติเดียวกับเรา......คนชาติอื่นที่ดีๆก็
มีเยอะขอความชว่ยเหลือเขาได้.......และอย่ากลัวเสียหน้า....
ที่เล่ามานี้หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อใครบางคนได้บ้าง.......นี่ยังเป็นแค่
หนึ่งสว่นสี่ของเธอคนนั้น........แต่อาจจะมีชีวิตของหญิงไทยอีกหลายๆ
คนที่อาจจะแย่กว่านี้.....แต่ไม่มีโอกาศมาเล่ามาเขียนเพราะฐานะไม่
อำนวยก็ได้.....และขอให้ทุกคนที่มีชีวิตแบบนี้อย่าถ้อถอย......อย่า
โทษโชคชะตา.....ตัวคุณเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นหรือเลวลง...ไม่
ใช่โชคชะตา.......เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่คนที่มีสามีเป็นฝรั่งที่เมืองนอก
แค่นั้น.....คนที่อยู่เมืองไทยและมีสามีเป็นคนไทยคุณก็อาจจะมีโอกา
ศเป็นเหมือนเธอคนนี้ก็ได้ใครจะไปรู้....ฝรั่งหรือคนไทยมันก็มีทั้งดีทั้ง
เลวเหมือนกันนั่นแหละแล้วแต่คุณจะเจอแบบใหน.....
**ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่นำเรื่องนี้มาคุยและฉันได้มีโอกาศร่วมดว้ยกับเรื่องที่ฉันได้เจอมา.........ขอให้คุณโชคดีในทุกๆอย่างที่กำลังเป็นอยู่**
***ขอบคุณป้าพอลที่เปิดบ้านให้หลายๆคนเอาสิ่งดีๆมาเผื่อแผ่***
***จากใจของใครคนหนึ่งค่ะ***
สวัสดีจ๊ะFrauenhaus
สวัสดีจ๊ะบี
สวัสดีจ๊ะเห็นใจ
สวัสดีค่ะคุณตุ้ม
สวัสดีจ๊ะบัวขาว
สวัสดีจ๊ะนิด
และสวัสดีทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน
Frauenhaus...และ...เห็นใจ......
ป้าขอขอบใจมากเลยที่เข้ามาเขียนเล่า..
อะไรดีๆให้ฟังกัน...ทำให้ได้รับรู้และได้เห็นภาพ
ที่ได้ประสบมา...คนเราถ้าไม่ได้ประสบอะไรด้วยตัวเอง
แค่รู้ผิวเผิน...จะไม่เข้าใจ...คือรู้แค่จากข้อความ..หรือ..จากตัวอักษร
คนที่ประสบมาด้วยตัวเอง...จะสามารถถ่ายทอด..
และบรรยายได้อย่างละเอียด..ถึงแก่นแท้...
ถ้าไม่มาเขียนหรือเล่าอะไรสู่กันฟังแบบนี้....
ป้ายอมรับว่า...นึกภาพไม่ออก...และคิดไปอีกแบบหนึ่ง...
ต้องขอขอบใจมากจริง....
ข้อเขียนของหนูทั้ง2คน...เป็นข้อความที่มีค่ามหาศาลมาก..
ทำให้คนไทยบางคนที่ไม่กล้าตัดสินใจ...
หรือหวาดกลัวระแวง...จะได้รู้...และเกิดความกล้า....
และสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ...
คนที่มาอยู่ใหม่ๆที่นี่ไม่รู้กฎหมาย....ตอนมีปัญหา..
และตัดสินใจ..ทำอะไรพลาด...เพราะความอาย...
หวาดระแวงคนไทยด้วยกันที่ยื่นมือมาช่วยเหลือ...
...จงอย่าอาย...ถ้ามีปัญหา....คนไทยเราไม่แล้งน้ำใจ..
ช่วยเหลือกันอยู่แล้ว..
ถ้าใครมีปัญหาอะไร..หรืออยากถ่ายทอดความรู้ให้แก่กัน..
ที่นี่ยินดีต้องรับทุกๆคน..ที่นี่เหมือนบ้านของทุกๆคน..
ไม่ต้องกลัวการดูถูกกัน..เราพร้อมที่จะช่วยเหลือกันอยู่แล้ว...
เห็นใจจ๊ะ
เรื่องการเล่นการพนันนี่..เป็นปัญหาใหญ่มาก
ไม่เฉพาะคนไทยที่นี่ที่ติดการพนัน
คนไทยที่เมืองไทยก็ติดการพนันกันมาก
การพนันนี่ร้ายแรงมาก...ที่ไม่ทำลายเฉพาะตัวคนเล่นเอง...
แต่ทำลายคนใกล้..ครอบครัว...บางคนเล่นจนหมดตัว..
และฆ่าตัวตายในที่สุด...
ตอนป้ามาอยู่ใหม่ๆยังจำได้..ตอนนั้นจะมีอาบอบนวด
ที่นี่ไม่กี่แห่ง..และสมัยนั้นเรื่องเซ็กต์ค่อนข้างจะเก็บ
พวกหนังสือโป้จะเก็บวางขายในที่รโหฐาน
ไม่วางแบบเปิดเหมือนสมัยนี้...ที่ถือว่าเป็นเรื่องปรกติธรรมดา
ช่วงนั้นจะมีคนไทยมาเปิดอาบ..อบ..นวดแค่ไม่กี่คน
และมีลูกค้ามาก..วันๆเขาจะจับเงินเหมือนเศษกระดาษ..
เงินที่ได้มาก็ใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย...ซื้อทองเเละเพชร..
ดื่ม..สูบบุหรี่...และแก้เหงาโดยการเล่นการพนัน..
เขาจะเปิดเล่นกันในซ่อง...แม่บ้านที่ติดการพนันก็แอบไปเล่นด้วย
การเล่นแต่ละครั้งถ้าคนใกล้ชิด..หรือเคยเข้าไปดูจะรู้ว่า...
แต่ละมือที่เขาเล่นนั้น...เงินมากแค่ไหน...
เงินกองหน้าตักบางครั้งเป็นหมื่นสวิสฟรังก์...
แต่กองไม่นานก็เปลี่ยนเจ้าของไปเรื่อยๆ....
ค่าต๋งเขาเก็บกัน...เยอะมาก...
บางครั้งเขาเล่นกันหลายวันหลายคืน...
คนที่ทำงานอาบอบนวดไม่กระทบกระเทือนหรอก
ถ้าเงินหมดก็หาได้ใหม่โดยการรับแขก...
แต่แม่บ้านนี่พอเอาเงินที่ใช้จ่ายภายในบ้านมาเล่นหมด
...ก็เกิดปัญหา....ไม่มีเงิน...ก็ต้องหยิยยืมคนอื่น.
ค่าดอกนี่โหดมากร้อยละ10หรือ20...
พอเจ้าหนี้มาทวงไม่มีเงินจ่ายค่าต้นค่าดอกก็เกิดปัญหาใช้หนี้คืน
บางคนก็ต้องแก้ปัญหาโดยการแอบมารับเเขก...
และใช้หนี้...แอบตอนที่ผัวไปทำงาน...
บางคนมีลูกก็เอาลูกไปจ้างคนเลี้ยงชั่วคราว..
พอใหล้เวลาผัวกลับก็รับลูกกลับบ้าน...
บางคนโชคร้านผัวจับได้ก็เลิกกัน..การตัดสินของศาล..
ก็แล้วแต่เหตุผล...ส่วนมากที่เห็นลูกจะอยู่กับพ่อ...
อย่างที่เห็นใจบอก..บางคนขายลูกให้ผัว..การเลิกจะได้ง่าย..
เอาเงินก้อนมากอด..แต่ไม่นานก็หมด.
การตั้งบ่อนในสวิตฯตอนนั้นดังและใหญ่มากเล่นข้ามจังหวัดเลย
ที่ซูริคน่ะบ่อนใหญ่มาก..และมีคนคุมบ่อนเลย...
ช่วงนั้นเคยได้ยินข่าวคนฆ่าตัวตายหลายคน
เพราะความกลัวเจ้าหนี้ที่ข่มขู่..
เงินช่วงนั้นสะบัดมาก..มีการตั้งแชร์เล่นกัน...ดอกสูงมาก...
และเงินหาง่าย...เล่นการพนันไม่พอ..ไปเล่นคาสิโนด้วย...
การเล่นรู้สึกจะมีดังอยู่2เเห่งที่คนไทยไปเล่น
คือคอนส์ตั้น.และอีวอง...ถ้าเล่นหมดก็จับแขกไปเลย..
ยอมรับว่าเห็นเงินที่เขาเล่นกันแล้วรู้สึกเสียดายมาก.
เรื่องการรับจ้างแต่งงานก็เหมือนกัน
เป็นเรื่องจริง.....
สมัยก่อนพอคนไทยแต่งงานกับคนสวิส..
เราได้พาสสวิสมากอดได้เลย...
เรื่องรับจ้างแต่งงานทำกันเป็นล่ำเป็นสัน...
เงินรับจ้างแล้วแต่ตกลง..บางคนจ่ายตั้ง3หมื่นถึง4หมื่นสวิส
หรือมากกว่านี้...แต่งแล้วหย่ากันได้ไว...
ตอนนั้นตำรวจไม่เข้มงวดเหมือนสมัยนี้...
ทุกๆคนที่ป้าเคยเห็นจากจุดที่เฟื่องฟู.
ปัจจุบันแต่ละคน...และใช้ชีวิตไร้แก่นสาร...
และเหมือนกอสวะกอหนึ่ง....บางคนก็ตายไปแล้ว...
เพราะโรคเอดส์...ถ้ายังมีชีวิตอยู่...ก็อาศัยเงินประกันสังคม..
มีชีวิตอยู่ไปวันๆ....แต่เขาก็ยังจมกันไม่ลง....
สวัสดีคะ ป้า และทุกๆคน อืมม....ยอมรับได้ความรู้อีกแง่มุมหนึ่งที่ยังไม่รู้และไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีอะไรแบบนี้ฟังป้าและทุกคนเล่ายอมรับว่าน่ากลัวจริงๆ จะล้อเล่นกับชีวิตในต่างแดนไม่ได้จริงๆเลยนะเนี่ย เป็นประโยชน์จริงๆทู้นี้ ขอบคุณมากๆคะที่เล่าสู่กันฟัง
สวัสดีทุกๆคนค่ะ กระทู้ข้อนี้ได้เปิดตาให้เห็นและรู้ในความจริงของชีวิตอีกมุมหนึ่งในสวิส เคยอ่านเรื่องทำนองนี้ใน น.ส.พ. บ้างแต่ไม่ละเอียดและรุนแรงเพียงนี้ และไม่ทราบว่าสตรีไทยที่อยู่ที่นี่มีปัญหาหนักเหมือนกัน หวังว่ากระทู้นี้ได้เปิดตาให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือหาทางถูก และคนที่จะกำลังถลำลงไปในทางผิดหรือถลำลงไปแล้วได้หันกลับตัวทัน ขอขอบคุณทุกๆคนที่ผ่านประสบการณ์และเอามาแบ่งให้เพื่อนๆได้รู้เป็นวิทยาทาน
สวัสดีคะป้าและทุกๆคน
อ่านแล้วได้ความรู้ดีคะ ขอบคุณที่เอามาลงให้อ่านนะคะ
และขอเป็นกำลังใจให้คุณคนที่เอาเรื่องมาลงหรือเพื่อนหญิง
ที่มีปัญหาแบบนี้ ขอให้สู้และอดทนนะคะ
สวัสดีจ๊ะมิโกะ
ป้าเชื่อว่ายังมีอีกมาก..ถ้าเราได้ถ่ายทอดเล่าสู่กันฟัง
ป้าเองก็ได้รู้และได้เห็นมามาก
ว่าไปก็เหมือนกับเราอยู่ที่เมืองไทยเลย
ชีวิตคนทำงานซ่อง...การค้าเนื้อสด...ค้ายาบ้า...
การเล่นแชร์....การออกเงิน*้ที่คิด
ดอกเบี้ยสูง....และอีกมากมาย...
ใครไม่เคยอยู่หรือได้เห็น...จะไม่เชื่อเท่าไร...
ใครที่ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง...ไม่ประมาท...
ไม่หลงกับสิ่งยั่วยวน..ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย..
ไม่เล่นการพนัน...รู้จักการอดออม..ถ้ารู้จักเก็บ...
ไม่ต้องกลัวว่า..จะมีสิ่งร้ายแรง..หรือปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต..
เราต้องพยายามรู้จักการเก็บสำรอง..ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
ถ้าเรามีปัญหาหรือ..มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น...
เราจะวิ่งไปพึ่งใครได้...ชีวิตที่นี่เหมือนตัวคนเดียว.
สวัสดีค่ะคุณตุ้ม
มีค่ะมีมากกว่านี้อีก...พี่เป็นคนชอบสอดรู้สอดเห็น
และรู้จักคนหลายคนที่ทำงานหรือใช้ชีวิตแบบนี้
ถ้าคุณได้สัมผัสจะรู้ว่าร้ายแรงมาก..
ชีวิตคนเหล่านี้น่าสงสาร..มีสาเหตุหลายอย่างที่เขาทำไป
จิตใจคนกลุ่มนี้ไม่เข้มแข็ง...ไม่รู้จักการปลอยวาง..และ
ใจอ่อนปฎิเสธไม่ได้..เป็นเพราะกตัญญู..หรือ..โดนสอนมา
และกลัวคนอื่นจะดูถูกว่ามาอยู่แล้วไม่มีเงินส่งทางบ้าน
หรือไม่สามารถปลูกเรือนใหญ่โตให้พ่อแม่ทางเมืองไทยได้
และทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวที่เมืองไทย..ที่รอแต่เงิน
จากคนกลุ่มนี้..ทางบ้านที่เมืองไทยไม่รู้ว่าชีวิตที่นี่เป็นอย่างไร
บางครั้งเห็นแมงดาฝรั่งซ้อมโหดมากขอบอก..
บางคนอาจจะบอกว่าสมน้ำหน้าทำไมต้องทำงาน
ส่งเงินไปให้พี่นอ้งพ่อแม่ที่เมืองไทย..
น่าจะไม่ส่ง...
เห็นแล้วหดหู่ใจ...
ที่เยอร์มันก็เป็นแบบเดี่ยวกันเหมือนกันผู้หญิงไทยจะติดการพนัน รวยช้าไปเข้าคาสิโนดีกว่า รวยเร็วเจ้งเร็วดี เหมือนกับที่ป้าPallเล่ามา
สวัสดีค่ะคุณ Pall น่ากลัวจริงๆ เหมือนนิยาย สงสารก็สงสารแต่เค้าต้องช่วยตัวเค้าเองก่อนที่คนอื่นจะไปช่วยเค้าได้ ได้แต่หวังว่าเค้าคงจะกลับตัวทัน
วันนี้ยังไม่มีเวลามาเขียนต่อค่ะ แต่เอาเมล์มาให้เผื่อใครต้องการ
ปรึกษานะคะ
Frauenhaus ที่ดิฉันไปอยู่คงคนละที่กับของพี่สาวคุณเห็นใจนะคะ
Frauenhaus Violetta
Tel. 01 291 08 70
ที่นี่จะมีคนไทยทำงานคนหนึ่งนะคะ สำหรับคนที่ภาษาไม่แข็งแรงหรือ
พูดไม่ค่อยได้ ให้ไปที่นี่เลยค่ะ และไม่ต้องห่วงว่ากลัวเขาเอาไปพูดที
หลังหรืออะไรนะคะ เพราะที่นี่เขามีกฎอยู่แล้วว่าห้ามเอาชื่อของเราไป
บอกกับบุคคลภายนอก หรือเอาเรื่องของเราไปเล่าให้บุคคลภาย
นอกรับรู้ และตัวเราเองก็ไม่สามารถเอาชื่อของคนที่ทำงานในบ้าน
Frauenhaus ออกมาเผยแพร่เหมือนกัน ขอเรียกคนไทยที่ทำงานที่
นั่นว่าป้านะคะ ป้าแกน่ารักค่ะรับรองได้
สวัสดีจ๊ะคนต่างถิ่นแต่ชอบแอบอ่าน
ป้าเชื่อจ๊ะเพราะเคยเห็นคนไทยบางคนที่อยู่เยอรมัน
เข้ามาเล่นข้ามถิ่นที่นี่...
ช่วงแรกๆที่เล่นกันจะตั้งบ่อนในซ่อง
ตอนที่ยังไม่มีแขกจะตั้งวงกันเลย
เขาจะเลี้ยงอาหารกันไม่อั้น
และจะจ้างแม่บ้านที่หารายได้พิเศษ
มาทำอาหารส่งหรือมาช่วยเสริ์ฟ
พวกนี้ใจป้ำมากจ่ายให้แม่บ้านที่เข้ามาทำงาน
ด้วยค่าจ้างราคาสูงมาก...เพราะเเม่บ้านที่เข้ามาทำงานนี้
ต้องเสี่ยงพอสมควรกับการเสียชื่อเสียง...
ที่คนจะคิดว่าเข้ามาทำงานหาเงินแบบขายตัว
ใครก็ตามที่เข้าไปในซ่อง...จะคิดกันก่อนเลยว่าเป็นอีตัว...
เห็นสภาพคนที่ติดไพ่แล้วเอน็จอนาถมาก...
ขนาดรับแขกเสร็จหิ้วถุงยางอนามัย..
ไม่ทันล้างมือรีบเข้ามาเล่น...
พูดถึงเรื่องเล่นไพ่แล้วทำให้นึกถึง
แม่เล้ากับลูกเล้าแล้วเศร้าใจ...
คนติดไพ่หรือทำงานแบบนี้ขนาดเขาหักเงินแบบ
60...40...ยังไม่คิดมากเลย...ถึงว่าอาชีพแม่เล้าเจริญมากจริงๆ.
ไพ่ทันทีเลย...
สวัสดีค่ะคุณตุ้ม
ถ้าจะเล่าแล้วเรื่องยาว
บางเรื่องอาจจะนึกไม่ถึง.
และบางเรื่องโหดร้ายมาก...พูดแล้วเศร้ากับการหลงผิดของคน.
สวัสดีจ๊ะFrauenhaus
ดีใจที่เข้ามาส่งข่าวให้ทราบอีกครั้งจ๊ะ.
ขอบใจสำหรับข่าวสารที่ถ่ายทอดเป็นวิทยาทาน
ที่ช่วยให้คนไทยที่เข้ามาอ่านหลายคน
ที่กำลังมีปัญหา..หรือไม่มีได้รับรู้..ถ้ามีปัญหา
จะได้นำข้อความนี้ไปปฎิบัติอย่างถูกต้อง
และไม่สูญเสียผลประโยชน์..
หรือสามารถต่อสู้รักษาสิทธิของตัวเอง
ขอบใจอีกครั้งจ๊ะ.
ยิ่งอ่าน ก้อยิ่งหดหู่นะคะ ชีวิตคนเรา สามีนั้นละ เป็นเกาะป้องกันภัย ยิ่งมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ชีวิตเราก้ออยู่ในกำมือของเขานั้นละ
ได้สามีดีก้อดีไป ได้สามีผิดหัวใจสลาย แต่มีที่แย่กว่า คือทำตัวเองให้แย่ลง
สามีดีอยู่แล้ว แต่ยังติดเพื่อน ติดเหล้า ติดพนัน ชีวิตจะมีความสุขได้ยังไง
เพิ่มเติมตอนอยู่ในศาลนิดหนึ่งนะคะ ถ้ามีอะไรจะบอกหรือจะถาม
ศาล จะพูดอะไรก็ให้พูดในตอนนั้นเลยนะคะ ก่อนที่ศาลจะพิพากษา
ออกมา เพราะว่าเมื่อไรที่ศาลบอกว่าพัก แล้วให้ทุกคนออกจากห้อง
พิจารณาไปรอหน้าห้อง นั่นหมายถึงว่าศาลจะตัดสินแล้ว คือกลับเข้า
มาศาลก็จะเอาเอกสารคำตัดสินให้เราอ่าน และให้เซ็นถ้าเรายอมรับ
คำตัดสิน อย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่าศาลไม่หันมาถามอะไรดิฉันเลย
ศาลถามแค่ว่าดิฉันต้องการแยกกับสามีใช่หรือไม่ แล้วก็ไม่หันมาพูด
อะไรอีกเลย แต่เท่าที่ฟังจากทนาย ทนายบอกว่าผู้พิพากษาเป็นคนน่า
รัก สำหรับคำตัดสินสำหรับตัวดิฉันก็โอเคในระดับหนึ่ง อีกอย่างสามี
ไม่เรื่องมาก ยอมหมด ไม่ยอมอย่างเดียวคือไม่ยอมออกจากบ้าน
เพราะตัวเขามี Betreibungsamt เยอะมาก เอาล่ะวกเข้าเรื่องศาลต่อ
พอศาลสั่งให้พัก ดิฉันก็คิดเอาเองอีกแล้ว ว่าเอาละพอกลับเข้ามา
อีกรอบก็คงเป็นตาดิฉันที่ศาลจะต้องถามแน่ๆเลย แต่พอกลับเข้าห้อง
พิจารณาอ้าวศาลตัดสินมาแล้ว แต่ดิฉันก็ไม่ได้แย้งอะไร เพราะก็ถือ
ว่าโอเคในระดับหนึ่งในคำตัดสิน แต่ก็อยากพูดอะไรมั้งแค่นั้นเอง
จริง ๆ Frauenhaus ที่ดิฉันไปอยู่ จะอยู่ได้นานที่สุด 3 เดือน จากที่
ฟังเจ้าหน้า Juger มาที่นี่จะอยู่ได้นานที่สุดในซูริค แต่ตัวดิฉันต้องรอ
ศาลนานก็อยู่ต่อมาอีกเดือนหนึ่ง ขึ้นศาลเสร็จก็ยังไม่มีที่ไป เพราะหา
บ้านยังไม่ได้ ก็อยู่ต่ออีกสองอาทิตย์ เพราะตามจริงแล้วพอสิ้นเดือน
ดิฉันต้องย้ายออก แต่ทาง Frauenhaus ให้ดิฉันอยู่ต่อเผื่อจะได้บ้าน
แต่พอไม่ได้บ้าน ดิฉันก็ย้ายไปอยู่ที่ Mutter und Juger
Wohnugenoschaff (มั่วอีกแล้ว อย่าว่ากันนะคะ จะเอาเอกสารติดมา
ด้วยลืมทุกที) ที่นี่จะเป็นบ้านของรัฐบาล แต่ก็แพงมาก วันละ 240
ฟรัง/วัน รวมทั้งลูกด้วย เขาคิดเป็นหัวค่ะ อันนั้นแค่ค่าบ้านนะคะ ค่ากิน
โซเชี่ยวต้องจ่ายให้ต่างหาก แต่ที่นี่ก็จะอิสระมาหน่อยหนึ่ง และเงียบ
ดี น่าอยู่ ทำกับข้าวกินเอง ที่นี่ก็มีให้ทำความสะอาดด้วย แต่ทำ
อาทิตย์ละหนึ่งครั้ง แต่เข้าไปอยู่จริงๆ ก็ต้องทำ 2-3 วัน/อาทิตย์
ประชุมบ้านอาทิตย์ละครั้ง แต่อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องคอยรายงาน
เพื่อนมาหาได้ มาค้างด้วยได้ แต่ต้องบอกออฟฟิศล่วงหน้า ถ้าเสาร์
อาทิตย์ไม่เป็นไร
***หาบ้าน***
สำหรับสองคนโซเชี่ยวจะการันตีบ้านให้ 1300ฟรัง/เดือน จะเอากี่ห้อง
ก็แล้วแต่เรา แต่ราคาต้องไม่เกินนั้น แต่สำหรับค่าบ้านนี้แล้วแต่โซ
เชี่ยวด้วยนะคะ ของดิฉันได้แค่ 1200 แต่สำหรับคนที่อยู่ใน Stadt
Zurich ได้ 1300 ทุกคน การหาบ้านถ้ามีคนรู้จักจะย้ายออกก็จะง่าย
มาก ที่นี่จะไม่มีออฟฟิศตั้งอยู่ด้านล่างตึกเหมือนบ้านเรา ถ้าเขาไม่ลง
หนังสือพิมพ์ หรืออินเตอร์เน็ต เราก็จะไม่รู้ว่ามีบ้านว่างหรือเปล่า เมื่อ
เราค้นหาในอินเตอร์หรือหนังสือพิมพ์ ได้ห้องตามที่ต้องการ ราคาโอ
เค เราก็โทรไปถาม และนัดวัน เวลา เพื่อจะเข้าไปดู เสร็จก็จะได้แบบ
ฟอร์มมาให้กรอก สิ่งที่ต้องแนบไปด้วยแน่นอนคือ
Betreibungsamt และการันตีบ้านจากโซเชี่ยว (ถ้าไม่มีการันตีมา
และคุณไม่ได้ทำงาน เลิกคิดไปได้เลยไม่ต้องหาให้เหนื่อย เพราะตัว
ดิฉันหาบ้านอยู่ 4 เดือน โดยไม่มีการันตีบ้าน แต่ละที่ตอบมาโนหมด)
แล้วก็ส่งจดหมาย ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้บ้าน
สิ่งที่เจอมา ตัวดิฉันไม่เกี่ยงว่ากี่ห้อง ไม่มีปัญหา แต่คนที่มีปัญหาคือ
เจ้าของบ้าน ที่นี่เขาจะแบ่งเป็นสัดส่วนเลยว่า ถ้าเป็นครอบครัวก็ต้อง
3 ห้องขึ้น ดิฉันหาสองห้อง สองห้องครึ่ง บางที่ไปยังไม่ได้ขึ้นไปดูด้วย
ซ้ำ บอกไม่ให้แล้ว สองห้องเหมาะกับคนเดียวมาอยู่ มันไม่เหมาะกับ
ครอบครัว เดี๋ยวลูกดิฉันโตดิฉันก็คงย้ายออกเขาว่างั้น ทั้งที่ยืนยันว่า
ฉันคงไม่ย้ายออกภายใน 5 ปี นี้หรอก
*** แล้วจะมาเล่าต่อวัน ถ้านึกอะไรได้ก็จะมาเล่าให้ฟังนะคะ ***
ป้าPallค่ะ ก็เพราะมาใหม่ๆต่างถิ่นเคยเล่นเหมือนกัน พวกแม่ๆที่ลูกเล็กๆเอาลูกมาเล่นด้วยกัน แม่เจอกันกินข้าวเสร็จตั่งวงเล่นไพ่ จันทร์-ศุกร์ จนติดเสียก็อยากได้คืน ได้ดีใจเก็บเอาไว้เล่นวันต่อไป สามีไม่รู้สามีไม่เล่นการพนันLootoยังไม่เล่นเรากลับมาเล่นเฉพราะแม่บ้าน3-4คนตอนเย็นสามีกลับบ้านรีบกลับบ้านไปรอรับหน้า มาเลิกตอนที่ลูกชายได้4ขวบ เริ่มคุยกับพ่อว่าแม่แม่ไปบ่อยๆบ้านเพื่อนไปทำอะไรเพราะต่างถิ่นเอาลูกไปด้วยลูกเห็นว่า*กระดาษสี่เหลี่ยมที่แม่ถือเรียกว่าไพ่ เราเองก็ไม่อยากให้ลูกเล่นการพนันเรามาเป็นเสียเองแล้วจะสอนลูกได้อย่างไร ช่วงนั้นย้ายบ้านด้วยสวนหลังบ้าน หน้าบ้านต้องทำต้องรดน้ำ ถนนหน้าบ้านก็ต้องกวาด สามีดีมากๆงานไม่ให้ทำอยู่กับลูกเลี้ยงลูกเงินทองให้ใช้ไม่มีปัญหา ถึงซื้อบ้านเงินที่สะสมไวจะเกลี้ยงบัญชีแต่ก็ไม่มีปัญหาเดี่ยวเงินก็มาอีกถ้าเราขยันสามีจะพูดคำนี้เสมอแล้วก็มาจริงๆอย่างที่เขาพูดเราไม่มีปัญหาแต่เราเอาปัญหามาให้ตัวเรา
ต่อจ็ะ ก็เลยคิดว่าเราเลือกครอบครัวเลิกเล่นมานานแล้วละ่ป้า10กว่าปีแล้ว ก็ได้ข่าวพวกที่เคยเล่นด้วยกันเข้าคาสิโนไปแล้วเสียผู้เสียคน หนี้สินมากมายไม่มีใครเชื่อถือเรื่องเงินพูดโกหก เป็นความโชคดีที่เราเลือกทางถูกไม่ไปงมงายกับมัน จากเรื่องจริง
สวัสดีจ๊ะปุ๊ย
สวัสดีจ๊ะFrauenhaus
ขอบใจมากที่เข้ามาส่งข่าวให้ทราบอีกครั้ง
ป้าขอเอาใจช่วยให้ได้บ้านเสียที
สงสารหลานและเห็นใจFrauenhausมาก
การอยู่รวมกันกับคนอื่นไม่มีอิสระเหมือนอยู่ตามลำพัง
อยู่บ้านเราเองจะทำอะไรก็ได้.
อย่าท้อใจนะจ๊ะ...วันนี้ล้ม...แต่วันหน้าเราจะลุกชึ้นมาได้ใหม่
ชีวิตเราไม่ย่ำอยู่กับที่หรอก..วันหนึ่งเราจะส่งเสียงหัวเราะ
กับชัยชนะของเรา....
มีอะไรใหม่ๆเข้ามาเล่าให้เพื่อนๆฟังและรู้ข่าวบ้างนะจ๊ะ
สวัสดีจ๊ะคนต่างถิ่นแต่ชอบแอบอ่าน
ป้าดีใจมากที่คนต่างถิ่นแต่ชอบแอบอ่าน
เป็นคนที่มีความเข้มแข็งและเลิกได้
ใช่จ๊ะเป็นเรื่องจริง..และป้าก็เห็นมากับตา
คนไทยเราถ้าเคยเล่นไพ่มาแล้ว
ถ้ารวมกลุ่มคุยหรือทำอะไรกินกัน
จะไม่พ้นเรื่องการจั่ว
จั่วรัมมี่..จดแต้ม..
หรือเล่นป๊อกเด้ง...
เรียกว่าขอให้ได้เล่น
พอเล่นแล้วลืมหมดลูกผัวไม่สนใจเลย
ลูกจะร้องไห้..หรือ...ทำอะไรไม่สนใจแล้วขอให้ได้เล่นลูกเดียว
และถ้าเล่นเสียลูกจะเป็นที่รองรับอารมณ์
เห็นมามากกับปัญหาแบบนี้...ตอนใหม่ๆผัวก็ทนได้..
จนกระทั่งหมดความอดทน..เลิกกันไป...
ว่าไปนะป้าว่าหญิงไทยเราส่วนมากโชคดี
ได้คู่ครองดีมากเลย...คนสวิสเองที่ยังไม่โชคดีแบบนี้
ดีใจที่เลิกได้จ๊ะ...และขอให้คนต่างถิ่นแต่ชอบแอบอ่าน
ประสบกับความสำเร็จในชีวิต..
สลด5ศพ-กรอกพิษลูก ฆ่า3ดญ.พ่อ-แม่ดิ่งตึกหนีหนี้
แฉเข้าออกเขมรถี่หมดเงินนับล้าน!เปิดห้องบางแสนฆ่าแมลงผสมนมป้อนลูกก่อนฆ่าตัว
ชีวิตสลดไกด์หนุ่มฆ่าเมีย-ลูก ก่อนฆ่าตัวยกครัว 5 ศพรวด ยึดชายหาดบางแสนเป็นสุสาน เผยเหตุติดการพนันงอมแงม ไปเล่นในบ่อนเขมรจนเป็นหนี้สินหลายล้าน ตัดสินใจฆ่าตัวตายพร้อมเมีย แต่กลัวลูกอยู่ไม่ได้จึงตัดสินใจพาไปด้วยกัน มาเปิดห้องพักโรงแรมชายหาดบางแสน ผสมยาฆ่าแมลงกับนมให้ลูกสาว 3 คนดื่มจนสิ้นใจ ก่อนจูงมือกันกระโดดจากร.พ.ลงมาเสียชีวิต ทิ้งจ.ม.ลาตายให้ญาติดูต่างหน้า
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 เม.ย. ร.ต.อ.สมคิด เฮียงเสถียร ร้อยเวร สภ.ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา (ประภาศรี) ว่ามีคนกระโดดตึกภายในโรงพยาบาลเสียชีวิตจำนวน 2 ราย จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.ภากร ทัพเนตร ผกก.สภ.ต.แสนสุข นำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุ เป็นตึกผู้ป่วยศรีนครินทร์ สูง 6 ชั้น พบศพชาย-หญิง นอนอยู่ที่ดาดฟ้าชั้นที่ 2 ทราบชื่อคือนายธีระบูลย์ วิรัตนโพธิ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/253 หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อาชีพเป็นไกด์ อยู่ที่ บริษัท ยูเรเนียม จำกัด เลขที่ 942/88 ชั้น 3 อาคารชาญอิสสระ พระราม 4 บางรัก กทม. สวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ นอนหงายหน้า
ใกล้กันพบศพนางอัมพร แม้นสุขศร อายุ 30 ปี ภรรยาสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดง สวมกางเกงยีนส์ นอนหงาย เลือดไหลเต็มพื้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีคนเห็นคนทั้ง 2 เดินขึ้นไปชั้นที่ 6 โดยไม่ยอมพูดจาใดๆ และคิดว่าเดินขึ้นไปเล่นที่ดาดฟ้าเพื่อชมวิวในช่วงเช้า แต่ไม่มีใครคาดคิด ทั้ง 2 ได้ปีนขึ้นไปขอบระเบียง และจูงมือกันกระโดดตึกลงมาจนเสียชีวิตดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในกระเป๋ากางเกงพบกุญแจห้องพักของบางแสน เกสต์เฮ้าส์ ตั้งอยู่เลขที่ 49/72 หมู่ 13 ถนนเลียบชายหาด อยู่ใกล้ๆ กัน จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ห้องพัก เมื่อใช้กุญแจเปิดเข้าไปดูต้องผงะเมื่อได้กลิ่นยาฆ่าแมลงคลุ้งเต็มห้อง แต่ที่ยิ่งตกตะลึงเมื่อพบศพเด็กหญิง 3 คน นอนเรียงกันเสียชีวิตอยู่บนเตียง มีผ้าห่มสีชมพูคลุมร่างเอาไว้อย่างเรียบร้อย
เด็กหญิงที่เสียชีวิตทั้ง 3 คน ประกอบด้วย ด.ญ.ปราชญา วิรัตนโพธิ์ อายุ 5 ขวบ, ด.ญ.ร่มฉัตร วิรัตนโพธิ์ อายุ 3 ขวบ และด.ญ.อายุ 2 ขวบ ยังไม่ทราบชื่อ มีน้ำลายฟูมปาก เขียวคล้ำ แต่งตัวเรียบร้อยทั้ง 3 คน แพทย์ระบุว่าเด็กทั้ง 3 คนเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง สาเหตุจากดื่มยาฆ่าแมลง
ภายในห้องพบขวดยาฆ่าแมลงยี่ห้อเรด จำนวน 2 กระป๋อง ไม่มีน้ำยา คาดว่าถูกใช้ไปหมดแล้ว และยังพบขวดนมจำนวน 3 ขวด มีนมเหลือเล็กน้อย จึงส่งไปให้แพทย์พิสูจน์ว่ามีน้ำยาฆ่าแมลงหรือไม่ และพบซองยานอนหลับ 1 ซอง ไม่มียาอยู่คาดว่าถูกกินไปหมดแล้ว และพบจดหมายลาตายของนางอัมพร เขียนถึงมารดาทิ้งเอาไว้ที่หน้ากระจกเครื่องแป้ง ข้อความว่า"แม่หนูต้องขอโทษที่ต้องทำแบบนี้กับตัวเองและหลานทั้ง 3 คน หนูไม่อยากให้แม่ต้องลำบากที่ต้องเลี้ยงลูกของหนู หนูจะพาไปเลี้ยงเอง" เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนเจ้าของหอพักทราบว่านายธีระบูลย์ พร้อมด้วยภรรยาและลูกรวม 5 คน มาเปิดห้องพักเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ตอนเย็นเห็นทั้งหมดเดินลงไปที่ทะเล เหมือนกับจะพากันออกไปกลางทะเลทั้งหมด แต่ก็เดินกลับมา ก่อนที่จะเข้าห้องพักและเก็บตัวเงียบก่อนที่ตำรวจจะมาขอเปิดห้องพักและพบศพเด็กทั้ง 3 คนดังกล่าว
พิษบ่อน- นายธีระบูลย์ วิรัตนโพธิ์ และนางอัมพร แม้นสุขศร สามีภรรยาที่เสียชีวิตหลังกระโดดจากดาดฟ้าโรงพยาบาลม.บูรพา เพราะปัญหาหนี้พนันในบ่อนเขมร โดยก่อนหน้านี้กรอกพิษฆ่าลูกสาว 3 ศพรวด
ต่อมาญาติของนายธีระบูลย์ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน โดยกล่าวว่านายธีระบูลย์ ติดเล่นการพนันอย่างงอมแงม โดยบางครั้งจะเดินทางเข้าออกไปเล่นที่เขมร และมีหนี้สินจากการเล่นพนันจำนวนหลายล้านบาท
ตำรวจคาดว่านายธีระบูลย์ ที่เป็นหนี้สินจากการพนันจำนวนมาก คิดไม่ตกจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายพร้อมเมีย แต่นางอัมพร เกรงว่าหากทิ้งลูกเอาไว้จะเป็นภาระกับพ่อแม่ของตน จึงตัดสินใจพากันไปทั้งครอบครัว โดยนายธีระบูลย์ และนางอัมพร ผสมยาฆ่าแมลงและยานอนหลับลงในขวดนมให้ลูกดื่มจนเสียชีวิต จากนั้นก็พากันไปกระโดดตึกโรงพยาบาลดังกล่าว
((((( เพราะอะไรถ้าไม่ใช่การพนัน ))))))
สวัสดีจ๊ะเห็นใจ
อ่านที่เห็นใจเขียนมาแล้ว..อึ้งมาก..พูดอะไรไม่ถูก
ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์เรานี่แย่มาก
ทำลายชีวิตของตัวเองไม่พอ..ทำไมต้องทำลายชีวิต
อันบริสุทธิ์ของเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย..
สงสารเด็กต้องมาจบชีวิต...พ่อแม่เป็นคนให้กำเนิด..
และพร้อมๆกันก็ทำลาย...ด้วย.
พูดได้คำเดียวว่าเศร้ามาก