(https://www.pallswiss.com/images/old_board/105312-041611-D_Jaq_Beauty3_s.jpg)
คิดว่า มันเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา เหล่าคุณแม่ทุกคน ถึงยังไม่เป็น หรือเป็นไปจนจะเพิ่มอีกตำแหน่ง ( คุณยาย คุณย่า ) ก็น่าจะมานั่งจับเข่าคุยกัน นะค่ะ มาช่วยกันถ่ายทอดประสพการณ์ หรือสิ่งที่รู้ ให้หลายๆคนที่ยังข้องใจสงสัย หรือยังไม่เข้าใจถึงระบบการศึกษาของสวิตว่า "ระบบเค้าจะแตกต่างมากไหม หรือว่าคล้ายๆกัน เพราะนิดเองไม่ได้มาเกิด หรือเติบโตที่นี้ จึงไม่รู้อะไรมากมายถึงระบบต่างๆ อาศัย ลุยถาม ตามหา ตามค้น เพราะในฐานะเป็นแม่ของลูกถึงสามคน เราต้องรู้ มาได้ป้าจ๋าที่คอยคุยคอยถามกัน จนเรามานั่งคิดกันว่าน่าจะเอาเรื่องเหล่านี้มาแบ่งให้เพื่อนๆสาวไทยของเรา ได้รู้ได้มารวมคุยกัน ช่วยกัน ยังมีอีกหลายๆเรื่องที่เราอยากจะเขียนอยากจะคุย เพราะทุกๆเรื่องใกล้ๆตัวเราทั้งนั้นและเป็นประโยชน์ ที่เราจะสามารถนำมาใช้ดำเนินชีวิต
อนุบาล /Kindergarten
ประถม /primarschule ( Unterstufe Klasse 1-3,Mittelstule Klasse 4-6 )
Gymnasium ระดับมัธยม
มัธยมต้น /Oberstufe
มัธยมปลาย /Mittelschule
สายอาชีพ /Berufschule ( Lehre-Praxis )
อนุปริญญา หรือ ต่อเพิ่มวุฒิสายอาชีพที่เรียนมา ( เช่น ป.ว.ส. )Beruf Weiterbiedung
และมหาวิทยาลัย Hochschule ( Universität )
อย่างไงรายละเอียดป้าจ๋า หรือ เพื่อนคนอื่นๆพอรู้ ก็เข้ามาขยายความแต่หล่ะหัวข้อกันได้นะค่ะ ยินดีและขอบคุณไว้ ณ. ที่นี้ และจะยิ่งยินดีมากขึ้นไปอีก หากสงสัยแล้วถามเข้ามาไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วมีคนเข้ามาช่วยกันตอบ *** อยากให้ทุกคนช่วยกันจริงๆค่ะ ***
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0571 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
สวัสดีจ๊ะนิด.
ยอมรับว่าทู้ที่เกี่ยวกับการศึกษานี่เป็นทู้ที่ตอบยากมากที่สุด เพราะระบบการศึกษาในสวิตเซอร์แลนด์แต่ละรัฐ (Kanton )จะไม่เหมือนกัน จะแยกเป็นของใครของมัน คำตอบที่ป้าบอกเป็นเขต Kanton Bern
ของนิดเป็นเขตซูริคจะแตกต่างกันไปอีก. ยอมรับก่อนนะว่าการศึกษาของเด็กรุ่นใหม่ป้ายังไม่ค่อยเข้าใจ มากนัก.
ตอนที่ลูกป้าเขาเรียนหนังสือจะเป็นอีกModelอีกแบบหนึ่ง เป็นการศึกษารุ่นเก่า วันนี้ขอพูดถึงการศึกษารุ่นเก่าก่อนนะจ๊ะ
ลูกป้าเขาจะเรียนแบบนี้
1.Kindergarten
2.Primarschule
จะไม่มีการเรียกแบบปัจจุบัน เราเรียกว่า Primarschuleไปเลย ใช้เวลาเรียนประมาณ 7ปี เริ่มตั้งแต่ชั้นป1.ถึงชั้นป.7 และ Primarschule ชั้นป.1 จะมีห้องแบบKKD
KKDเป็นชั้นป1ที่ตอ้งเรียน2ปี สำหรับเด็กที่ยังไม่พร้อมที่จะเรียน เด็กมีปัญหาเกี่ยวกับภาษาไม่เกี่ยวกับหัวสมอง
ถ้าเรียนครบ2ปีแล้วถึงจะเลื่อนขึ้นไปชั้นป.2 ชั้นKKDจะสอนช้ามาก เพราะต้องเน้นเรื่องภาษาที่สุด จะสอนหนักเรื่องเขียนด้วย หลังจากเด็กที่เรียนครบ7ปีแล้วเรียกว่าเรียนจบ Primarschule
ถ้าใครมีคะแนนดีอยากเรียนต่อ Sekundarschule ก็สามารถเข้าไปเรียนต่อได้เลย ถ้าใครมีคะแนนไม่ถึงก็ต้องไปสอบ ถ้าสอบผ่านก็สามารถเข้าเรียนได้. แต่ถ้าไม่อยากเรียน Sekundarschule
อยากเรียนอาชีพก็ไปหาที่เรียนจนจบออกมา ประกอบอาชีพการทำงานได้เลย
3. Sekundarschule
ใช้เวลา3ปี ถ้าไม่อยากเรียนต่อ ก็ไปหาที่เรียนสายอาชีพคนที่จบ Sekundarschuleมา
จะมีอาชีพให้เลือกได้มากกว่าเด็กที่จบมาจาก Primarschule เพราะถือว่าหัวสมองดีกว่า
3. Gymnasien
จะใช้เวลาในการเรียนประมาณ3หรือ4ปี ถ้าไม่อยากเรียนต่อก็หาเรียนเพื่อประกอบอาชีพ
คนที่เรียนมาแนวนี้จะหาที่เรียนได้กว่างกว่าที่จบมาจาก Sekundarschule
ถ้าบางคนรักเรียนถ้าผ่านก็เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยวันนี้คุยถึงเรื่องการศีกษารุ่นเก่าก่อน พรุ่งนี้จะเข้ามาคุยต่อนะจ๊ะ
รอให้คนอื่นเข้ามาช่วยคุยถึงการศึกษารุ่นใหม่ด้วยอยากฟังมาก เพราะของแต่ละรัฐจะไม่เหมือนกัน.
ที่เขียนห้วนและสั้นไปหน่อยเพราะเพิ่งได้เข้ามาจับคอม
วันนี้ฝ่านเขามายึดคอมใช้.
ทู้นิดทำให้ขอบตาป้าดำมากเลย5555555555555
ลืมบอกไปว่าพรุ่งนี้อาจจะไม่ได้เข้ามาเขียนตอบต่อ
ไม่อยู่บ้าน..
สวัสดีคะ ป้า และ น้องนิด สบายดีนะคะ ไม่ได้เข้ามาตั้งนานพอเปิดเข้ามา เห็นเป็นกะทู้ที่น่าสนใจมากๆเลยเข้ามานั่งฟังเผื่ออนาคตมีตัวเล็กจะได้เตรียมตัวถูก
อะแฮ่ม....พี่มิโกะ นี่คิดจะมีตัวเล็กตัวน้อยแล้วเหรอจ๊ะ
เป็นไงบ้างพี่ สบายดีไหม ไม่ได้คุยกันนานแล้วนะ
มีเรื่องอยากเม้าท์มากๆ อิอิ แล้วเดี๋ยวจะหาโอกาสโทรคุยกับพี่นะ
จองที่นั่งหัวมุม ฟังคุณแม่คุณกันค่ะ
ดีจ้า สาวสวยแห่ง ชูริค สบายดีจ้า แต่ยุ่งไปหน่อยไม่ค่อยมีเวลาเลยพักนี้ รู้สึกว่าอาทิตย์นึงๆเนี่ยทําไมมันผ่านไปเร็วมากๆแป๊บเดียวสิ้นเดือนแล้ว เฮ้อ...ขอบ่นหน่อยแล้วกัน แล้วน้อง ชาดําละจ๊ะ บายดีป๊ะ หวังว่าคงจะสบายดีน้า คิดถึงอยู่เหมือนกัน ว่าจะโทรหาเมื่อวันศุกร์ ที่แล้วแต่นึกขึ้นมาได้ว่าวันศุกร์เรามีเรียนเลยไม่โทร คิดถึงเหมือนเดิมจ๊ะ
ขอโทษ น้องนิดด้วยนะคะ ยืมทู้ตอบน้อง ชาดํา
คอยฟังต่อค่ะ ป้าพอลค่ะแล้วสายอาชีพอ่ะทำยังไงถึงจะเข้าไปเรียน
ได้ค่ะ มีสายอะไรให้เรียนมั้ง แล้วต้องเอาวุฒิอะไรไปสมัคร ต้องทำงัย
มั้งป้าพอรู้ป่าวค๊า หรือใครที่รู้ช่วยตอบหน่อยนะคะ เอาสำหรับคนกำลัง
จะแก่ไปเรียนนะคะ ก๊ากๆๆ คือยังไม่ยอมแก่ อิ อิ อิ ขอบคุณล่วงหน้า
ค่ะ ถ้าได้จับคอมฯจะเข้านั่งรอนะก๊าบ
ง่ะลืม หวัดดีพี่บี พี่มิโกะนะคะ พี่นิดนะคะ
สวัสดีค่ะทุกๆคน...มารอนั่งฟังดว้ยคนค่ะ....เพราะลูกๆพึ่งอยู่ปอหนึ่งยังไม่ค่อยรู้มากค่ะ
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/105313-071859-Zwischenablage01.jpg)
**KANTON BERN**
**รูปเครื่องหมายประจำ KANTON BERN**
เมืองหลวงของ Switzerland
ประเทศสวิตฯมีรัฐทั้งหมดรวมกัน26รัฐ แต่ละรัฐจะปกครองเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่กัน ดังนั้นทางด้านกฎหมาย กาปกครอง การศึกษา และชีวิตความเป็นอยู่จะแตกต่างกันไป
การศึกษาภายในKANTON BERN แม้จะเป็นรัฐเดียวกัน แต่เขตตำบลที่อยู่แต่ละแห่งก็ยังมีความ แตกต่างกว่ากันมาก คนที่อยู่รัฐ BERN เดียวกันอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่เหมือนกัน โรงเรียนของGemeinde แต่ละแห่งจะ สอนแตกต่างกันไป
***การศึกษาของKANTON BERN**
บอกก่อนว่า....อาจะยุ่งยากซับซ้อนกับระบบการเรียกชื่อ การศึกษารุ่นใหม่...อาจจะงงและไม่ค่อยเข้าใจมากนัก
รัฐ BERNจะเรียกชื่อการศึกษาดังต่อไปนี้
A.** Basisstufe**
ชื่อนี้ยังไม่ได้เรียกชื่อเป็นทางการ...แต่ไม่ช้าจะเรียกชื่อนี้ บางคนยังเรียกชื่อเก่าอยู่หรือเห็นชื่อยังปรากฏอยู่
เพราะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง.....อีกไม่ช้าจะเปลี่ยน...
** Basisstufe**
เป็นการเรียนที่แบ่งเป็น2ประเภท
ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพ่อแม่ว่าอยากให้ลูกเรียนอายุเท่าไร
เป็นชื่อรวมเด็กเข้าเรียน Kindergarten และ Primarschule เข้าไปด้วยกันเลย
เด็กที่เข้าเรียนKindergartenเป็นการเข้าเรียนที่ไม่บังคับ เข้าเรียนตามความสมัครใจ และดูตามอายุของเด็กเช่น
1..การเรียนชั้นป.1และป.2
** เมื่อเด็กอายุได้5ขวบ พ่อแม่เห็นว่าสมควร...ก็ส่งลูกเข้าเรียน ถ้ายังไม่อยากให้เข้าเรียนก็อยู่กับบ้านได้
**เมื่อเด็กอายุได้6ขวบ พ่อแม่ก็สามารถส่งลูกเข้าเรียนได้
2.**อายุ7..ขวบ**
เด็กอายุครบ7ขวบเป็นการบังคับให้เด็กเข้าเรียนทุกคน เด็กจะเรียนป.1และป.2
ระดับการศึกษาจะเรียกชื่อเหมือนกันคือ** Basisstufe*
B.***Unterstufe**
เป็นการเรียนชั้นป.3และป.4
C.**Mittelsufe**
เป็นการเรียนชั้นป.5และป.6
ผ่านชั้นป.6....ไปแล้ว
ครูจะดูหัวสมองและคะแนนของเด็ก
ว่าสมควรจะเรียนระดับไหน
การเรียนจะขึ้นอยู่กับสมองของเด็กและความพร้อม
ครูจะเลือกให้เด็กระหว่าง
**Realniveau**
และ
Sekundarniveau
D.**Oberstufe**
เป็นการเรียนชั้นป.7- ชั้นป.9 แบ่งเป็น2ระดับ
** Realniveau**
จะเป็นเด็กที่ไม่สามารถเข้าเรียนSekundar...ได้ ก็จะเริ่มเข้ารับการศึกษาระดับนี้ คือชั้นป.7ถึงชั้นป.9
พอย่างเข้าชั้นป.8. เด็กก็จะได้รับคำแนะนำจาก Berufberatung เพื่อเลือกอาชีพที่ต้องการเรียนเพื่อออกมาประกอบอาชีพในภายภาคหน้า เด็กก็จะเรียนจนจบป.9 หลังจากนั้นก็ออกมาเรียนวิชาที่ตัวเองเลือกไว้
**ข้อยกเว้น**
มีบางGemeinde ให้โอกาสกับเด็กที่เรียนชั้นป.7และได้คะแนนดี อยากเรียนอีกระดับหนึ่งก็สามารถเข้าเรียนได้
ระดับ**Sekundarstufe
.I
.*** เป็นการให้โอกาสแก่เด็กที่มีความตื่นตัวภายหลัง
**Sekundarstufe
.I
.***
เป็นการคัดเลือกเด็กจากชั้นป.6ที่มีสมองดีระดับSekundarniveauให้เข้าไปเรียนชั้นป.7จนถึงชั้นป.9ได้เลย
เด็กที่เข้าเรียนระดับ Sekundarstufe
.I จะต้องเก่งพวก
Franzoesisch
Deutsch
Mathematik
ซึ่งเป็นหัวใจHauptfaecherของการเรียนระดับนี้
**เมื่อเด็กจบชั้นป.9**
ไม่อยากเรียนต่อ...พอเข้าชั้นป.8 ทาง Berufberatungก็จะให้การแนะนำเกี่ยวกับอาชีพที่ตัวเองชอบ
เด็กที่จบการศึกษาระดับนี้จะมีอาชีพเลือกที่ดีกว่าเด็กที่จบมาจาก Realniveau
เด็กจะสามารถเลือกอาชีพได้มากมายหลายอย่างและniveau จะสูงขึ้นไปอีกยกตัวอย่างเช่น
Berufsmittelschule
Berufsmatura เช่นTechnikum
ฯลฯ.........................
**แต่.................**
ถ้าเด็กที่มีความพยายามสูงและรักเรียนต่อก็จะพยายามตั้งใจเรียน และสอบเข้าเพื่อไปเรียนSekundarstufe
.II
เด็กจะต้องมีความตั้งใจเรียนมาก อาจจะมีการเรียนแบบSpez-sek เด็กจะมีชม.เรียนมากกว่าเดิม
*** Sekundarstufe
.II..**
เป็นการเรียนระดับ **GYMNASIUM** การเรียนชั้นนี้เด็กจะต้องออกค่าใช้จ่ายพวกหนังสือ
อุปกรณ์การเรียนเอง ซึ่งบางอย่างมีราคาแพงพอสมควร การเรียนระดับนี้เด็กจะต้องตั้งใจเรียนมาก
การเรียนจะใช้เวลาประมาณ4ปี หลัง4ปีก็จะมี Abschlusspruefung
เป็นการสอบเพื่อให้ได้ใบDiplom ถ้าสอบผ่านก็จะได้ใบที่เราเรียกว่า ***Matura*** ซึ่งมีความสำคัญมาก เป็นใบเบิกทางที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย Studium an Uni
การเรียนระดับนี้ไม่ฟรี ถ้าใครไม่มีเงินก็สามารถไปขอทุนการศึกษาได้ จะได้รับทุนหรือไม่แล้วแต่การตัดสินใจ
ของKanton
ที่บอกมานี่คือระดับการศึกษาของ**KANTON BERN** จะเขียนใหม่สั้นๆเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ
สรุประดับการศึกษาของ**KANTON BERN**
A.** Basisstufe**
ชั้นป.1และชั้นป.2
B.***Unterstufe**
การเรียนชั้นป.3และป.4
C.**Mittelstufe**
เป็นการเรียนชั้นป.5และป.6 จะเริ่มแบ่งเป็นระดับหัวสมองเด็ก Realniveau และ Sekundarniveau
D.**Oberstufe**
**Sekundarstufe
.I..**
เป็นการเรียนชั้นป.7 - ชั้นป.9
หลังจากเด็กที่มีสมองระดับ** Realniveau** เมื่อเรียนจบป.9แล้วก็ก็จะเรียนวิชาชีพ
เด็กที่มีสมองระดับ Sekundarniveau ก็จะเข้าเรียนต่อ.ในชั้นสูงต่อไปซึ่งเป็นขั้น
**Sekundarstufe
.II..**
แต่ถ้าไม่อยากเรียนก็หาเรียนวิชาชีพ
**Sekundarstufe
.II..**
เป็นการเรียนระดับ **GYMNASIUM**เรียน4ปีจึงจะสอบเพื่อให้ได้ใบ**Matura***
พอเด็กสอบได้ใบ** Matura*** ก็เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย.
ป้าพยายามเขียนได้แค่นี้..
ยอมรับว่ากว่าจะเขียนจบใช้เวลานานมาก
ร่วม3ชม.เพราะการเขียนไม่ง่ายเลย
ซับซ้อนมาก...
จะเห็นว่าของ**KANTON BERN**
แตกต่างกันออกไป....
อยากให้คนที่อยู่รัฐอื่นเข้ามาคุยกันด้วยจ๊ะ
สวัสดีจ๊ะมิโกะ
เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ?รีบมีตัวน้อยไวๆนะ
มิโกะหาแมวมาเลี้ยงใหม่หรือยังจ๊ะ
**บี**
ถ้าบีฟังเสร็จรีบมีไวๆนะ
**เกตุ**
เป็นอย่างไรบ้างงงง
จับคอมได้ก่อนนะแล้วค่อยคุยกันใหม่
**ส้มตำ**
ส้มตำจ๊ะ
มาช่วยเขียนเล่าเขตที่ส้มตำอยู่บ้างซีจ๊ะ
ป้าไม่รู้ว่าเขตที่ส้มตำอยุ่เด็กเรียนแตกต่างกับเขตอื่นมากไหม?
ดีมากๆเลยยิ่งลูกเพิ่งเรียนแบบนี้ได้ประสบการณ์ดีมากเลยจ๊ะ
ป้าจะรอฟังนะ.
ยอมรับว่าน่าสนใจมากๆ กับหัวข้อนี้
แต่เพราะมันไกลตัวอยู่ เลยทำให้เข้าใจยาก ฮิฮิ
พี่สะใภ้เป็นครู หลานสาวคนโตกำลังเรียนเป็นครู อยู่ ปี 2
เดี๋ยวมีเวลาจะไปคุยกับเขาดูค่ะ
ขอบคุณป้ามากๆ ค่ะที่เขียนเล่าให้ฟัง
แต่ยังไม่อยากมีตัวเล็กตัวน้อยค่ะ
ชาดำเป็นตัวเล็กตัวน้อยของคุณผู้ชายคนเดียวพอแล้ว
กลัวคนมาแย่งความรักอ่ะค่ะ
น่าสนใจค่ะในคำตอบได้รับความรู้ขั้นมาอีก ไม่เคยมีประสบการณ์ค่ะเพราะลูกๆเรียนโรงเรียนนานาชาติและเค้าใช้ระบบสากลกับอเมริกันค่ะ
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/105314-080031-102-20040901203426.jpg)
ตอนนี้ ลูกๆนิด อยู่ Klasse.5 กับ 2 ยอมรับว่า พยายามหาข้อมูลและให้ความสนใจเรื่องโรงเรียนลูกมากๆ เพราะตัวเองไม่ได้มาเติบโตเรียนหนังสือที่นี้ จึงไม่สามารถเข้าใจและรู้ระบบต่างๆของสวิตทั้งหมด นิดเองมีหน้าที่รับผิดชอบ และ ตัดสินใจ เรื่องเรียน เรื่องกิจกรรมพิเศษ ต่างๆของลูกๆ จะมีนัดคุยกับ ครูแนะแนว และ ครูช่วยเรื่องฝึกการออกเสียง ภาษาเยอรมันของลูกสาว Logopädieser Dienst ซึ่งทางโรงเรียนจะจ่ายค่าสอนพิเศษนี้ให้ 80 ชั่วโมง หากเด็กคนไหนต้องใช้เวลามากเกินอัตราที่โรงเรียนจ่ายให้ ก็จะต้องทำเรื่องขอเงินช่วยจากรัฐ ที่เรียกว่า IV แต่เด็กจะถูกส่งไปตรวจสุขภาพทางสายตา หู ปาก และแนบผลการตรวจ ใบแพทย์ไปกับแบบฟร์อมขอเงินช่วยตรงนี้ .
#### การที่ลูกเราต้องไปหาครูแนะแนว ไปเรียนกับครูสอนภาษาพิเศษ หรือแม้แต่ต้องไปขอเงินจาก IV มา ไม่ได้หมายความว่า ลูกเราผิดปกติพิกลพิการ เป็นโรคจิต เป็นเด็กปัญญาอ่อน สมองช้า อยากให้ผู้ปกครองหลายๆคน ทำความเข้าใจตรงนี้เสียใหม่ ว่าเป็นสิ่งที่ดี ครูอาจแนะแนวทางที่ให้เราช่วยลูกให้พัฒนาการเรียนได้ดีขึ้น #### อย่างของลูกนิด ครูได้ให้เหตุผลมาจาก ลูกสาวเป็นเด็กแฝด ( ซึ่งมีคู่แฝดชาย อีกสองคู่ เพื่อนน้องแฝด ต้องไปเรียนพิเศษเหมือนกัน ทั้งที่เป็นเด็กสวิตแท้ๆ ) และเค้าเกิดต้นเดือนสิงหา ที่เป็นเดือนเริ่มเทอมการศึกษาใหม่ของทุกๆปี ซึ่งเพื่อนในห้องเค้าหลายคนเกิดในเดือนต้นๆปี ซึ่งเท่ากับมีอายุมากกว่า เช่น ตอนนี้ น้องแฝด 8 ขวบ แต่เพื่อนร่วมชั้น อายุ 9 ขวบไปแล้ว การพัฒนาจึงอาจช้าไปกว่าเด็กอื่นในห้อง แต่ไม่ได้*งกันถึงกับตามไม่ทันเพื่อน และครอบครัวเราเป็นคนไทยทั้งบ้าน ตัวนิดเองก็ไม่ถึงกับเก่งเพอเฟค ในภาษาเยอรมัน ทุกวันนี้ยังไปนั่งเรียนอยู่เลย เพื่อที่จะช่วยลูกอีกทาง ( ถ้าแม่ปูยังเดินเบี้ยว ลูกปูก็เบี้ยวตาม ) ส่วนลูกชายไม่มีปัญหาในเรื่องภาษาเพราะเค้าไปอยู่โรงเรียนประจำ Schulheim มาสี่ปี กลับกลายเป็นว่า พูดออกสำเนียงไทยไม่ค่อยชัด ทั้งที่ ที่บ้านเราจะพูดแต่ภาษาไทย เพราะครูได้แนะนำมาว่า เด็กควรพูดและเข้าใจภาษาแม่ได้ก่อน แล้วเค้าจะสามารถ เรียน ทำความเข้าใจภาษาอื่นๆต่อไปได้ดี. @@ ต้นไม้ที่จะเติบโตสูงตะหง่านแข็งเกร่ง ต้าน แดด ลม ฝน ได้ ต้องมีรากหยั่งลึก ดูดซับสารอาหาร ที่แข็งแรง เช่นเดียวกับคน ที่จะเติบโต อย่างมีคุณภาพ ต้องมีพื้นฐาน จิตใจ การเลี้ยงดู ครอบครัว สิ่งแวดล้อมที่ดี @@
สวัสดีค่ะ พอดีมีความจำเป็นจะต้องไปอยู่ที่สวิส 2 ปี เนื่องจากต้องตามสามีไปประจำที่สวิส แต่ตอนนี้กำลังตัดสินใจว่าจะตามไปดีหรือเปล่าเนื่องจากตัวเองก็มีงานทำประจำอยู่ ก็เสียดาย และทราบมาว่าค่าครองชีพที่สวิสแพงมาก และห่วงเรื่องเรียนของลูกด้วยค่ะ เลยอยากจะขอคำแนะนำและขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ
1. เรื่องค่าครองชีพที่สวิส และข้าวของต่างๆจะแพงกว่าที่เมืองไทย กี่เท่า เนื่องจากเกรงว่า รายได้ที่ทางบริษัทสามีจ่ายให้ทุกเดือน จะใช้จ่ายพอดีๆ ไม่เหลือเก็บกลับมาตอนที่เรากลับมาเมืองไทยก็จะลำบาก เพราะทาง เอต้องออกจากงานตามไปก็เสียรายไดไปพอสมควร
ค่าอพารตเมนท์ทางบริษัทจ่ายให้ และให้เงินใช้ต่อเดืน 2500 ฟรังก์ คุณป้าคิดว่าพอช้ หรือไ แล้วจะเหลือเก็บบ้างหรือเปล่า
2. เรื่องเรียนของลูก ทางบริษัท ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่ลูกชายปีนี้อยุ่ อ.2 กลัมาอีก 2ปี เพื่อนรุ่นเดียวกันก็เข้าป.1 กันหมดแล้ว ก้เกรงว่าลูกต้องกลับมาเรียซำ แล้วไปอยู่แค่ 2ปีกลัวว่าลูกจะสับสนเพราะตอนนี
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำล่วงหน้าค่ะ
เพิ่มเติมค่ะ เอต้องไปอยุ่ที่ บราเซิลค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเอ
ค่าคอรงชีพที่สวิสแพงมากๆ นะคะ
แพงกว่าอเมริกา แพงกว่าหลายประเทศในยุโรป
เดี๋ยวไปคุยกันที่หัวข้อ
ค่าครองชีพในสวิสเซอร์แลนด์....ดีไหมคะ
อยู่ข้างล่างลงไปไม่กี่กระทู้ค่ะ
จะได้เล่าให้ฟังเป็นเรื่องๆ เอาตั้งแต่สบู่ ยาสีฟัน กันไปเลย
บีจ๊ะ
ป้าสนใจมากจริงๆเกี่ยวกับการเรียนครูที่นี่
อย่างที่เมืองBern
ครูที่จบและทำงานโรงเรียนอนุบาล
ไม่จำเป็นต้องเรียนสูงเหมือนครูชั้นอื่น
และครูก็ยังมีการเเบ่งชั้นกันไปอีก
แต่ปัจจุบันนี้ครูอนุบาล
เราไม่คิดว่าเป็นครูกระจอกอีกเเล้ว
คนที่จะเป็นครูอนุบาล
ต้องจบมหาวิทยาลัย...ทำให้ป้าได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นมาอีก...
การเรียนหลักสูตรรุ่นใหม่เปลี่ยนไปหมดเลย
ฝ่านก็บอกว่าหลักสูตรของเขาสมัยใหม่ไม่มีแล้ว...
แบบนี้ยิ่งแย่ไปใหญ่
คุณตุ้มพูดถึงโรงเรียนนานาชาติและเค้าใช้ระบบสากลกับอเมริกัน
ทำให้พี่อยากรู้มากจริงๆ..ไม่เคยรู้ว่ามีการแบ่งแยกระบบการเรียน
คิดว่ามีระบบเดียวกัน.
ถ้าไม่เป็นการทำความลำบากให้คุณตุ้มจนเกินไป
คุณช่วยมาเล่าเป็นวิทยาทานให้ฟังได้ไหมคะ
เพราะพี่ไม่มีโอกาสสัมผัสมาก่อน...
ยังคิดว่าทำไมคุณส่งลูกไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ.
ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ป้าคะ....จริงก็ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรียนวิชาชีพครูซักเท่าไหร่ค่ะ
เห็นหลานสาวคนโต กำลังเรียนวิชาชีพครู
ปีนี้ เป็นปีที่ 2 อีก ปีเดียวก็จะจบ ก็คือเรียน 3 ปี ว่างั้น
แต่ระหว่างเรียน เขาก็ต้องไปสอนเด็กนักเรียนในชั้นเรียนจริงๆ นะคะ
เอาไว้ให้เขาสอบเสร็จแล้วจะไปคุยแล้วมาเล่าให้ฟังค่ะ
เห็นรูปที่เอามาลงถูกใจมากจริงๆ
เป็นภาพที่บอกถึงความรู้สึกโดยไม่ต้องอธิบาย
ฟังที่นิดเขียนมาป้าเข้าใจดีมากจ๊ะ
เรื่องลูกไปหาต้องไปหาLogopädie
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับนิดคนเดียว
กับแม่อื่นๆก็มี...โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อแม่ต่างชาติ
Logopädieเป็นหน่วยงานของรัฐบาล
ที่ช่วยเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับการออกเสียง
การฟัง...ที่ไม่ค่อยเข้าใจ....บางแห่งเริ่มช่วย
เด็กตั้งแต่เรียนอนุบาลแล้ว...แล้วแต่เขตที่อยู่
Logopädieจะเน้นสอนช่วยเด็ก
เกี่ยวกับการออกเสียง...อย่างถูกต้อง
บางเขตนะนิด...เขาให้พ่อแม่เข้าไปด้วยเลย
เพื่อเวลากลับบ้านมาจะได้ช่วยลูกอีกที
เด็กบางคนฉลาดมากแต่มีปัญหาเกี่ยวกับการออกเสียง
เด็กบางคนเป็นมาก...
เรื่องIV........
มาจากคำเต็มว่า Die schweizerische Invalidenversicherung (IV)
คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ทุกคนจะมีประกันส่วนนี้...
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะได้รับความช่วยเหลือจากประกันสังคมส่วนนี้
การช่วยเหลือไม่จำเป็นจะต้อง..ง่อยเปลี้ยเสียขา....
หรือปัญญอ่อน....บกพร่องทางจิต....หรือนั่งรถเข็น..
หรือน้ำลายไหลยืด...ตามที่ทุกคนเข้าใจว่า
พอเอ่ยถึงว่าได้รับเงิน
**อีเฟ่าIV...**
จะนึกถึงว่าคนนั้นต้องน้ำลายไหลยืด....หรือนั่งรถเข็นก่อนอื่น
เหมือนเด็กพอมีปัญหาเกี่ยวกับการฟังหรือการออกเสียง
เราก็จัดเข้าประเภทได้รับการช่วยเหลือจากประกันสังคม..
เพราะเด็กมีปัญหาทางด้านสุขภาพ...
ลิ้นก็ถือว่าเป็นสุขภาพอย่างหนึ่ง...
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/105315-034307-17-20040821134921.gif)
ในตอนนี้ ความห่วงของคนเป็นแม่อย่างนิด ในเรื่องการศึกษาของลูก แบ่งออกเป็นสองระดับ คือ ลูกสาวทั้งสองห่วงเรื่องการออกเสียงของตัวอักษร ส่วนวิชาอื่นๆ ผลการเรียนออกมาเป็นที่น่าพอใจ และ ลูกชายซึ่งผลการเรียนตั้งแต่ 1 - 5 จัดว่าอยู่ในขั้นว่าดี ตอนนี้เค้าก็จะใกล้ ระดับมัธยมศึกษา Sekundarstufe ต้องเรียนต่อจากระดับประถมอีก 3-4 ปี ระดับนี้เริ่มแยกสาขา ตรงนี้ คิดว่าค่อนข้างเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่น่าให้ความสนใส่มากขึ้นอีก เพราะจะได้เลือกโรงเรียนตรงต่อความสามารถความสนใจของลูก
ระบบที่รัฐนำมาใช้แยกหรือผสมกัน ของการศึกษาระดับนี้ คือ
ระบบแยกชั้น แยกโรงเรียน แยกระดับตามสติปัญญา และความสามารถของนักเรียน Traditionelles Modell
ระบบอยู่ชั้นเดียวกัน แต่แยกวิชาเรียนตามความสามารถและความรู้แต่หล่ะวิชาของนักเรียน โดยเฉพาะวิชาหลัก Integratives Modell
ระบบอยู่ชั้นแยกกัน แต่เรียนรวมกันบางวิชา โดยเฉพาะวิชาหลัก Kooperatives Modell
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/105315-041458-10-20040804114530.gif)
หลังจากที่ลูกชายได้ไปอยู่ โรงเรียนประจำ Schulheim มา 4 ปีแล้ว นิดได้ไปคุยกับหน่วยงานของรัฐที่เรียกว่า Jugend - und Familienberatung เป็นหน่วยงานที่ให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือ เรื่องเด็ก พ่อแม่ ครอบครัว เพื่อทำเรื่องขอให้ลูกชายกลับมาเรียนที่โรงเรียนในตัวอำเภอที่อยู่แบบไปเช้าเย็นกลับ ผลที่ไปคุยมาเป็นเวลา 6 เดือน ออกมา ให้ลูกชายทดลองกลับมาเรียนได้ 6 อาทิตย์ โดยอยู่ชั้นพิเศษ Kleinklassen จะมีจำนวนเด็กนักเรียนน้อยกว่า ชั้นเรียนธรรมดาทั่วไป แล้วจะมีการนัดประชุมสรุปผลอีกที่ว่า จะได้กลับมาเรียนถาวรเลยไหม ซึ่งถ้าได้กลับก็จะเป็นช่วงปิดเทอมหน้าร้อนนี้ .
**** ชั้นพิเศษต่างๆ Kleinklassen ****
- ชั้นสนับสนุน Förderklassen oder Hilfsklassen สำหรับนักเรียนที่เรียนไม่ทันคนอื่น หรือ เรียนชั้นธรรมดาไม่ได้จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
- ชั้นเรียนพิเศษ Integrierte Kleinklassen สำหรับนักเรียนที่อ่อนบางวิชา เช่น ชั่วโมงพิเศษสอนภาษาสำหรับนักเรียนต่างชาติที่อ่อนภาษา
- ชั้นป.1 ต่อเนื่องป. 2 Einführungsklassen เป็นโรงเรียนชั้นประถมปีที่หนึ่ง สำหรับนักเรียนที่อายุครบเกณฑ์เรียนแล้ว แต่ร่างกายหรือจิตใจยังพัฒนาไม่เพียงพอ ที่จะเข้าชั้นเรียนธรรมดา ใช้เวลาเรียนสองปี หลังจากนั้นเด็กส่วนมากจะเรียนประถมปีที่สองต่อไปได้
เรียนมากนัก ปวดหมองมีน้องกันดีกว่า อิอิออิ
สิ่งที่นิดกำลังเรียนรู้นี่เป็นการเรียนด้วยตัวเอง
เป็นการเรียนที่ฉลาดที่สุด
การสนใจเกี่ยวกับลูกเพื่อให้เขามีอนาคตที่ดี
เป็นสิ่งที่เราควรจะภาคภูมิใจให้มาก
ที่เราทำตัวเป็นแม่ที่ดีของเขา..
อย่าท้อใจก้าวไปข้างหน้าด้วยขาอันแข็งแกร่งของเรา
ทั้ง2ข้าง.
คุณ Pall ขออนุญาตไปค้นหาก่อนนะคะ จำไม่ค่อยได้ค่ะเพราะลูกเรียนจบไปกว่าสิบปีแล้วค่ะ ที่จำได้แม่นยำคือของอเมริกันจะเรียนน้อยกว่าสากลหนึ่งปี เพราะลูกคนโตเรียนจบแบบสากล ส่วนคนเล็กเค้าจะรีบตามพี่กลับไปเรียนที่อเมริกาเค้าจบแบบอเมริกันค่ะ