(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10523-023817-k_coffeescake.jpg)
มีใครชอบดื่มกาแฟบ้าง ยกมือส่งเสียงหน่อยค่ะ
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0536 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
เรื่องจาก National Geographic(ฉบับภาษาไทย) มกราคม 2548
เรียบเรียงข้อความบางตอนใหม่เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้น
**กาเฟอีน สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลกตัวนี้
มีฤทธิ์ในการกระตุ้นสมอง ทำให้ระบบประสาทตื่นตัว และทำให้เรานอนไม่หลับ
แต่เรากลับไม่เคยคิดที่จะหยุดการบริโภค กาเฟอีน
-ผลการศึกษาต่างๆ บ่งชี้ว่า คนเข้าสังคมจะไวต่อกาเฟอีนน้อยกว่าคนเก็บตัว
-ผลการวิจัยพบว่า ยาบรรเท่าปวดที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน
มีประสิทธิภาพกว่ายาบรรเทาปวดธรรมดา
-เผล็ดกาแฟโรบัสตาในกาแฟ ราคาปานกลางทั่วไป
จะมีกาเฟอีนสูงกว่าเมล็ดกาแฟอาราบิกา ที่คอกาแฟชื่นชอบถึง 2 เท่า
-ผลการศึกษาในหมู่ทหารพบว่า หากผู้ที่อดนอนเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
ได้รับกาเฟอีน 600 มิลลิกรัม จะมีความตื่นตัวและอารมณ์ดี
เท่ากับได้รับยาบ้า (แอมเฟตามีน) 20 มิลลิกรัม
-การงดกาเฟอีนนาน 36 ชั่วโมงจะมีผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น
ผู้เลิกดื่มกาแฟใหม่ๆ บางคน จึงอาจปวดศรีษะได้
-กาแฟมีรสขม จนถูกนำไปใช้เป็นมาตรฐานวัด "ความขม" ตัวหนึ่ง
สำหรับฝึกนักชิมอาหารมืออาชีพ
-กาเฟอีนที่สกัดจากเมล็ดกาแฟในการผลิตกาแฟไร้กาเฟอีน
จะถูกนำไปขายให้โรงงานผลิตยาและเครื่องดื่มอัดลม
-กาเฟอีนกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็น สารกำจัดศัตรูพืช เช่น ทาก และหอย
-เมื่อปี 2002 นักศึกษาในแคว้นเวลส์ฆ่าตัวตาย โดยกลืนกาเฟอีนเม็ด
ซึ่งมีปริมาณเท่ากับกาแฟ 100 ถ้วย
-ชาดำ(ไม่เกี่ยวกับหนูนะ)ชาเขียว และชาอูหลง มาจากพืชชนิดเดียวกัน
รสและสีที่แตกต่างนั้นเป็นผลมาจากกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน
-ผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ล่าสุดที่มีการใส่สารกระตุ้นประสาท คือ "ถุงน่องกาแฟ"
ซึ่งมีการผสมกาแฟอีนเข้าไปในเส้นใยระหว่างการทอ
โดยเชื่อว่าจะช่วยลดต้นของผู้สวมใส่ (รู้ว่าวางตลาดที่ไหน เราจะตามไปซื้อ)
-เวียดนามเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่อับดับสองของโลกในปัจจุบัน
แต่ชามเวียดนามส่วนใหญ่ กลับนิยมชมชอบการดื่มชา
-การสูบบุหรี่สามารถส่งผลให้ อัตราการเผาผลาญกาเฟอีนของร่างกาย
เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสองเท่า
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10523-032858-20087_redbull.jpg)
**RED BULL**
บรรดานักตะลุยราตรีทั่วโลก รวมทั้งนักวิ่งมาราธอน
นักปั่นจักรยานขึ้นเขา กัปตันเครื่องบินขับไล่
นักศึกษาใกล้สอบ หรือแม้กระทั่งคนขับรถบรรทุกกะดึก
"RED BULL"
เครื่องดื่มชูกำลังบรรจุกระป๋องตัวนี้คือโฉมหน้าใหม่
อันซาบซ่าของกาเฟอีน สารกระตุ้นที่มนุษย์รู้จักมานานตัวหนึ่ง
ยอมรับว่าชอบกลิ่นกาแฟ มันหอมหวลรัญจวญใจ แต่ไม่สามารถดื่มได้ในตอนนี้เพราะหัวใจสั่น นอนไม่หลับ. แต่เคยลิ้มรสกาแฟเย็น ชอบมากดื่มแล้วก็ตาค้าง ขยัน เมื่อก่อนจะดื่มช่วงเทศกาลใกล้สอบ คือว่าอ่านหนังสือสอบแล้วมันช่วยเรานอนดึกได้ แต่ตื่นมาก็ปวดหัวไม่สดชื่น. ตอนนี้เพื่อนๆเขาดื่มกาแฟนกัน ตัวเองก็ดื่มแต่ชา อ้อตอนอยู่เมืองไทยชอบดื่มชาเขียนไข่มุก ที่นี่หาดื่มไม่มี คิดถึงเมืองไทยจังเล้ย ขอบคุณมากจ้ะชาดำสำหรับข้อมูล
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10523-055446-history1.gif)
ตำนานการดื่มกาแฟ มนุษย์รู้จักดื่มกาแฟตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๒ แถบทวีปอัฟริกา มีเรื่องเล่าว่าประมาณ ค.ศ. ๑๔๐๐ คนเลี้ยงแพะในเอธิโอเปียชื่อ คัลได สังเกตเห็นแพะที่เขาเลี้ยงกระโดดโลดเต้นอย่าง สนุกสนาน เมื่อกิน ผลไม้สีแดงๆ คัลไดลองกินดูก็รู้สึกสดชื่น ภรรยาของเขาจึง นำไปถวายพระ พระได้นำไปเผาไฟเพื่อหวังลดอำนาจของผลไม้นี้ลง แต่กลับมีกลิ่นหอมน่าพิสมัย จึงนำมาทุบและใส่น้ำเพื่อดับไฟ เมื่อลอง ดึ่มน้ำนั้นก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ต่อมาพวกพ่อค้าจึงนำออกไป เผยแพร่
สำหรับยุโรปนั้นเริ่มรู้จัก กาแฟเมื่อศตวรรษที่ ๑๗ โดยนักแสวงโชคและผู้ที่ทำให้กาแฟได้รับ ความนิยมในยุโรปมากยิ่งขึ้นก็คือ สุไลมาน อัลการาชทูตประจำราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศส หรือราวปี ค.ศ. ๑๗๑๕ จากนั้นกาแฟ ก็มีราคาสูงขึ้น เพราะขุนนางฝรั่งเศส ติดกาแฟ กันงอมแงม ชาวยุโรปได้รู้จักดื่มกาแฟอย่างจริงจังเมื่อศตวรรษที่ ๑๙ แต่อยู่ในกลุ่มนักเขียน และผู้ฐานะดีเท่านั้น ชาวฝรั่งเศสได้นำไปทดลองปลูก ในตอนใต้ของประเทศแต่ไม่ได้ผล ชาวฮอลแลนด์นำไปทดลองปลูกที่ เกาะลังกาและหมู่เกาะอินเดียตะวันออกได้สำเร็จ ฝรั่งเศส จึงทำตามบ้าง ทั้งสองประเทศนี้หวงพันธุ์กาแฟมาก เมี่อฝรั่งเศสกับฮอลแลนด์มีปัญหา เรื่องพรม แดนในกานา กษัตริย์บราซิลได้ส่งทูตไปไกล่เกลี่ย และแอบนำกาแฟมาขยายพันธุ์ในบราซิล จนกลายเป็นแหล่งฝลิตกาแฟ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาจนถึงทุกวันนี้
อีกตำนานหนึ่งกล่าวถึงความเป็น มาของกาแฟว่า มุนษย์ คนแรกที่รู้จักและดื่มน้ำกาแฟคือ มัฟทิ แห่งเอเดนใน สมัย ศตวรรษที่ ๙ ส่วนอีกตำนานหนึ่งบอกว่า ผู้ที่รู้จักรสชาติของ กาแฟ เป็น คนแรกคือนักบวช ในศาสนาอิสลามชาวตะวัน ออกกลางชื่อ เดลี ผู้มักง่วงเหงาหาวนอนเป็นนิจ ในขณะ สวดมนต์ และนักบวชผู้นี้ได้พิชิตความง่วงด้วยการดื่มน้ำต้ม จากกาแฟที่มีคนบอกมาอีกต่อ หนึ่งหลังจากนั้นก็ได้กระจาย ไปทั่วจนเป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตประจำวันของชาวตะวันออกกลาง
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10523-055731-coffee12.jpg)
เมล็ดกาแฟ อาราบีก้า คัดเฉพาะเมล็ดที่สุกและสมบูรณ์
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10523-060044-coffee01.jpg)
สุดยอดกาแฟ "กาแฟ" เครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมชมชอบ ในโลกนี้มีประเทศ ที่ปลูกกาแฟมากมาย รวมทั้ง ประเทศไทย พันธ์กาแฟก็มีมากมาย หลายชนิดเช่น อราบีก้า โรบัสต้า ฯลฯ แต่ที่เป็นที่นิยม ถูกปากถูกใจ ของแฟนกาแฟเมืองไทยมากที่สุด เห็นจะไม่เกินไปกว่ากาแฟ "อราบีก้า" ซึ่งกลิ่นและความหอมของมัน หากใครได้สัมผัสแล้ว ยากที่จะหักใจไม่ดื่มได้ กาแฟพันธุ์เดียวกัน แต่ปลูกในสถานที่ ต่างกัน กรรมวิธีการเก็บเกี่ยวต่างกัน และการคั่วที่แตกต่างกัน ย่มทำให้รสชาติและความหอม แตกต่างกันและนั่นก็คือคุณภาพและ ราคาที่ถูกและแพงแตกต่างกันเช่น กาแฟบลูเมาน์เทน เป็นที่ขึ้นชื่อ ลือชาว่า ราคาแพงมากเพราะ คุณภาพยอดเยี่ยม ปลูกในที่สูงที่มี อากาศเย็น
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10523-060600-coffee03.jpg)
ยังมีเรื่องของกาแฟอีกชนิดหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็น "ที่สุดของที่สุด" ของกาแฟทุกชนิด ทั้งในด้าน รสชาติที่หอม ไม่เหมือนใคร กรรมวิธีการผลิตที่ยากกว่าที่จะได้กาแฟแต่ละ เมล็ด กาแฟนี้ ชื่อว่า "โกปี้ ลูวัก" เป็นกาแฟที่ผลิตใน เกาะสุมาตรา ชวา และสุลาเวสี ประเทศ อินโดนีเซีย บนเกาะทั้งสามนี้มีสัตว์เล็กๆ ชนิดหนึ่งมีกระเป๋า หน้าท้องอยู่ชนิดหนึ่ง เรียกว่า "พาราด็อกซูรัส" เจ้าตัวนี้มีนิสัยชอบ ปีนป่ายต้นไม้ หนึ่งในต้นไม้นั้นก็คือต้นกาแฟ นอกจากปีนแล้วมัน ยังชอบเก็บ เมล็ดกาแฟที่สุกจนได้ที่สีแดงกล่ำมากิน แต่ที่แปลกคือ เมื่อมันกินเข้าไปแล้วแทนที่เมล็ดกาแฟ จะผ่านขั้นตอนการย่อยจน ถ่ายออกมาเป็น ของเสียเหมือนทั่วๆไป แต่เมล็ดกาแฟที่ถ่ายออกมา นั้นกลับออกมาเป็นเมล็ดเหมือนเดิม โดยไม่ย่อยสลาย เพียงแต่มี เยื่อที่เป็นเมือกหุ้ม เมล็ดกาแฟ อีกชั้นหนึ่ง เมื่อเจ้าของสวนกาแฟพบเข้าเริ่มแรกเกิดความเสียดาย เลยลองเอาเมล็ดกาแฟที่ถูกถ่ายออกมาจากเจ้าตัว " พาราด็อก ซูรัส " นี้ ไปล้างและทดลองคั่วดื่มดู ก็พบว่ามีกลิ่นหอมที่แตกต่าง และ แปลก กว่ากาแฟปกติ คือ มีกลิ่นรสชาติที่เป็นธรรมชาติ แต่เข้มข้นกว่าและ มีกลิ่นคล้ายช็อกโกแลต นิดๆ หวานหน่อยๆ เพิ่มเติมมากับรสกาแฟ เต็มเปี่ยม และเมื่อเรียกเพื่อนๆ มา ทดลองชิม ก็ปรากฏว่าทุกคน ชื่นชอบกลิ่นและรสของกาแฟนี้ ว่าดีที่สุดและเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง มาตั้งแต่นั้น และมีราคา แพงมากที่สุดอีกด้วยเพราะการผลิตที่กว่าจะได้ยากมาก ราคาขายของกาแฟชนิดนี้ 100 กรัม ก็ตกราวๆ 3000 บาท
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10523-061246-coffee20.jpg)
การคั่วเมล็ดกาแฟ (Coffee Roast) การคั่วเมล็ดกาแฟ (Coffee Roast) หมายถึงการนำเมล็ด กาแฟดิบ (Coffee bean or Green bean or Green Coffee) มาผ่านความร้อน หรือท่อไอน้ำร้อนภายในถังคั่ว โดยใช้อุณหภูมิ ตั้งแต่ 120-300 องศาเซลเซียส ซึ่งการคั่วเมล็ดกาแฟแบ่งเป็น 3 แบบ
1. การคั่วอ่อน (Light Roast)
หรือเรียกอีกอย่างว่า Cinnamon Roast หรือ Light Chololatetan เป็นการคั่วแบบอ่อนที่สุด โดยเมล็ดกาแฟดิบ จากสีขาวหรือเขียวอมเทา จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปานกลาง และไม่มีน้ำมันเกาะติดเมล็ดกาแฟ การคั่วแบบนี้จะให้ความ เป็นกรดสูง และมีความเข้มน้อย การคั่วแบบนี้ ได้แก่ Blue Mountain, Mocca Coffee
2.การคั่วกลาง (Medium Roast หรือ City and Full City Roast)
เป็นการคั่วเมล็ดกาแฟดิบจากสีขาวหรือเขียวอมเทา เป็นสี น้ำตาลที่เข้มขึ้นกว่าสีอบเชย โดยจะเห็นเมล็ดกาแฟมีลักษณะ เป็นผิวมัน เหมือนผ้าแพร แต่ยังไม่มีน้ำมันเกาะติด ซึ่งการคั่ว แบบนี้ ได้แก่ American Coffee, Irich Coffee, Java Coffee, Bracilian Coffee
3. การคั่วแบบเข้ม (Dark Roast)
เป็นการคั่วแบบที่เข้มขึ้นโดยสีของเมล็ดกาแฟดิบจากสีขาว หรือเขียวอมเทาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่ จนถึงน้ำตาลดำ เมล็ดกาแฟจะมีน้ำมันเกาะติด ตั้งแต่ค่อนเมล็ดกาแฟจนถึงทั่ว เมล็ดกาแฟ ซึ่งมีการคั่วจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน เช่น Vienna Roast, Italian Roast (Espresso), French Roast อุณหภูมิที่ใช้ 250-300 องศาเซลเซียส
@@ ประโยชน์ของการดื่มกาแฟสด @@
การดื่มกาแฟไม่มีผลเสีย ตราบใดที่คุณดื่มในปริมาณพอเหมาะเช่นเดียวกับทุกอย่างที่เรากินและดื่ม ศาสตราจารย์ซิลวีโอ การัต*ี หัวหน้าสถาบันมารีโอ เนกรีแห่งมิลานและบรรณาธิการหนังสือ Caffeine ,Coffee and health ยืนยันการทดสอบในห้องปฏิบัติการแสดงว่าปริมาณกาแฟอีนในเอสเปรสโซ่หนึ่งถ้วย (20-30มิลลิเมตร)เท่ากับเครื่องดื่มโคลาโคล่าขนาด 330 CC.สองกระป๋อง. ข้อมูลจากหนังสือรีดเดอร์ ไดเจสท์ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2541
กาแฟมีประโยชน์ : เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2544 รอยเตอร์รายงานว่าการที่คนเรากังวลว่าหลังดื่มกาแฟสักถ้วยแล้วจะนอนไม่หลับ หรือความดันโลหิตสูงนั้นลืมได้เลยเพราะจากการศึกษาของสถาบันกาแฟของมหาวิทยาลัยวันเดอร์บิลต์ในอังกฤษพบว่า
การดื่มกาแฟวันละถ้วยมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายดังนี้
1.ความคิดฆ่าตัวตายลดลง
2. โรคตับแข็งลดลง
3. รักษาโรคมะเร็งได้บางชนิด
4. รักษาโรคหลอดลม โรคหืด โรคหัวใจ และโรคพาร์กินสัน.
ผลวิจัยดื่มกาแฟช่วยชะลอความแก่ : หนังสือพิมพ์เดอะ เพรส ซึ่งตีพิมพ์จำหน่ายที่ประเทศออสเตรเลีย รายงานผลการศึกษาของคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยซิดนีย์ว่า การดื่มกาแฟ จะช่วยชะลอความแก่ ยับยั้งรอยเหยี่ยวย่นบนใบหน้า ทำให้หน้าอ่อนเยาว์ได้นานขึ้นเพราะในกาแฟมีสารแอนตี้ออกซิแดนส์มีฤทธิ์ขจัดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นต้นเหตุที่ไปทำลายเนื้อเยื่อที่แข็งแรงในร่างกายมนุษย์ สารออกซิแดนส์ในกาแฟนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับที่มีอยู่ในพืช ผัก ผลไม้หลายชนิด.
ขอบคุณแม่ลูกหมูค่ะ ที่มาร่วมแจม
เอาความรู้เรื่องกาแฟมาให้อ่านด้วย
เดี๋ยวเราจะมาต่อเรื่อง RED BULL
เครื่องดื่มยอดนิยม ที่เขาว่าต้นกำเนิดมาจากไทยแลนด์ นั้นจริงหรือไม่
ขอบคุณชาดำและคุณนิดมากค่ะ ที่ได้นำเอาความรู้มาเผยแพร่ ชอบกลื่นของกาแฟมากค่ะแต่ดื่มไม่ได้ หัวใจจะสั่นเต้นแรงแต่แปลกที่น้ำชาก็มีคาแฟอินเหมือนกันทำไมจึงดื่มได้
ขอบคุณมากจ๊ะบี
ขอบคุณมากจ๊ะนิด
ที่นำข้อมูลดีๆมาแบ่งปันกันทำให้ได้รับความรู้เยอะเลย
ป้ายังไม่เคยอ่านเรื่องดีๆเกี่ยวกับเรื่องกาแฟเป็นภาษาไทยเลย.
เคยอ่านเป็นภาษาเยอรมันซึ่งก็แปลผิดๆถูกๆไม่ค่อยเข้าใจแบบนี้.
แทงคิ้ว....มั่กๆๆๆเลย.
พูดถึงกาแฟ...บ้านป้าดื่มแต่ดูโอ่Duo...อย่างที่นิดเห็น
กาแฟแบบนี้พวกคอกาแฟพากันร้องไห้เพราะไม่เข้มข้น
เหมือนหางกาแฟ.
อืมพูดถึงกาแฟ..
นานๆป้าถึงจะเข้าเมืองครั้งหนึ่ง.จะเข้าก็ช่วงลดราคา
50%หรือเศษ1ส่วน4
ป้าแปลกใจมากที่ร้านกาแฟในเมืองผลุดเป็นดอกเห็ด
และกิจการร้านกาแฟไปโลด
บางร้านถึงขนาดยืนดื่มกันเลย
ดื่มกาแฟข้างนอกราคาแพงจริงๆ
ป้ากับลุงจะไปดื่มจากCOOPราคาถูกแค่2.70ฟรังก์
คุยไปคุยมาฝรั่งบอกหนายยยยยยยยย.
กาแฟมิโกรถูกกว่า...ป้าไม่รู้ว่าจริงไหมเพราะมัวแต่ดื่มกาแฟจากโคป
ใครรู้บอกด้วยว่าจริงไหม...
ฝ่านลูกป้าAIนี่มันยิ่งเหนียวกว่าป้าอีกนะ
มันบอกแพงหมาหมี...ไปซื้อน้ำดื่มจากร้านแล้วหนีบ
มาดื่มข้างบนถูกกว่า.
รออ่านเรดบูลจากบีอยู่จ้า.
คุณตุ้ม
พี่ไม่ชอบดื่มชาเลยถ้าให้ดื่มชาดื่มน้ำเปล่าจากก๊อกดีกว่า
แต่แล้วแปลกมากที่อยู่ๆๆก็สามารถดื่มชาได้ยี่ห้อเดียว
คือชาเขียว....
พี่ว่าเป็นเพราะสาเหตุกลัวทิ้งของมากกว่าเลยทำให้เกิด
ความเสียดายมาก...เนื่องจากลุงจะทิ้งน่ะ.
หลังจากนั้นก็เลยดื่มบางครั้ง.
กาแฟแก่ๆแบบเนสกาแฟยอมรับว่าสู้ไม่ไหว
ขอบคุณข้อมูลค่ะได้ความรู้เรื่องกาแฟเพียบเลย โอเลี้ยงชอบดื่มกาแฟมากค่ะ แต่ก็ไม่เคยเกินสองแก้ว ไม่งั้นใจสั่น ตอนเช้าไปถึงโรงเรียนต้องขอกดกาแฟดื่มก่อนไม่งั้นสมองไม่แล่น พูดไปก็นึกถึงกาแฟที่ชงจากถุง ใส่นมข้นหวาน ที่ตลาดที่บ้านตอนเช้าจัง ทานกับปลาท่องโก๋ร้อนๆ หรือกาแฟเย็นทานกับกล้วยทอด อร่อยจัง
ส่วน red bull โอเลี้ยงผสมกับวอดก้าดื่มอ่ะค่ะ ไม่รู้มีผลเสียกับร่างกายมั้ย ที่รู้คืออร่อยค่ะ เดี๋ยวจะตามมาอ่านต่อไปค่ะ
โอเลี้ยงจ๊ะ
ดื่มred bull ผสมกับวอดก้า
ตอนจับคอมเข้ามาเวบนี้หรือเปล่า.
ชักเป็นห่วงกลัวกดแท่นพิมพ์ผิดน่ะ.55555555
สวัสดีค่ะคุณ Pall ธรรมดาก็ดี่มน้ำเปล่าจากก๊อกแต่เอาไปกรองก่อนค่ะ ถ้าอยากได้เครื่องดื่มอุ่นๆก็ได้ใช้น้ำชาค่ะ ซึ่งส่วนมากก็พวกชาจากดอกไม้ใบไม้ (Infusion) เมื่อก่อนนี้ก็ดื่มโอวัลตินเป็นประจำค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ดี่มเท่าไรนักค่ะเพราะแก่แล้วกระเพาะไม่ยอมรับย่อยนมค่ะ กลัวอายคนที่ไปผายลมในที่อื่น วายน์และน้ำอัดลมก็ไม่ค่อยชอบก็เลยตกที่นั่งน้ำเปล่าประจำค่ะ วันละสองลิตรขวดตั้งที่โต๊ะทำงานเลย เห็นเค้าว่าชาเขียวดึไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ไหน
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10524-073249-coffee.jpg)
กาเฟอีน CAFFEINE
ชื่อเรียกอื่น โคเฟอีน (coffeine), เมททิลทีโอโบรมีน (methyltheobromine)
สูตรโมเลกุล C8H10N4O2
น้ำหนักโมเลกุล 194.19
จุดเดือด 178 องศาเซลเซียส
คุณสมบัติ เป็นผงผลึกสะท้อนแสง สีขาว ไม่มีกลิ่น รสขมเล็กน้อย
การใช้ที่ผิดกฎหมาย ใช้ผสมในยาบ้าเพื่อลดปริมาณของเมทแอมเฟตามีน
การใช้ที่ถูกกฎหมาย ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยา ซึ่งช่วยเสริมฤทธิ์ของยาหลัก เช่นยาแก้ปวด ยารักษาอาการปวดไมเกรน ผสมในน้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และเป็นสารปรุงแต่งรสในขนมบางชนิด ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษพิมพ์เขียว
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/10524-075624-green_tea.jpg)
ประโยชน์ของการดื่มชา
ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องดื่มชาเขียวสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ ผู้คนก็แตกตื่นหันมาดื่มชาญี่ปุ่นกันใหญ่ เพราะเข้าใจว่าชาเขียวคือชาญี่ปุ่น จริงๆ แล้วชาเขียว คือ ชาทุกชนิดที่ผลิตโดยการเอาใบชาสดมาคั่วให้แห้งโดยไม่ผ่านขั้นตอนการทำปฏิกิริยาของออกซิเจนกับใบชา ในชาเขียวจะมี สารคาเทชิน อยู่มากกว่าชาชนิดอื่น ดังนั้นคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งจึงอยู่ตรงนี้
ในทางการแพทย์ ใบชาจะมีคุณสมบัติทางเคมีบางประการซึ่งในจำนวนนั้นจะมี กรดแทนนิค ปริมาณ 20 30 % กรดแทนนิค มีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบและการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีสารอัลคาลอยด์ 5% (ส่วนใหญ่จะเป็นคาเฟอีน) ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและระบบเมตาบอลิซึ่ม
ชาที่มีกลิ่นหอมจะมีคุณสมบัติในการแยกองค์ประกอบของเนื้อและไขมัน ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยเรื่องการย่อยอาหาร
ในจีนจะมีสำนวนพูดกันติดปากว่า "ขาดเกลือสามวันยังดีกว่าขาดชาหนึ่งวัน"
ไม่ว่าจะเป็นชารูปแบบใด ความนิยมเรื่องดื่มชามีมากขึ้นทุกวัน เพราะรสชาตินุ่มนวลชวนฝันของชาประการหนึ่ง และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าชามีสารพฤกษเคมีบางชนิดที่ออกฤทธิ์ป้องกันโรคหลายโรคได้เป็นอีกประการหนึ่ง อีกทั้งชาก็เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีชนชั้น ผู้ดื่มเท่านั้นที่รู้รสชาติของการดื่ม และผู้มีรสนิยมต่างเลือกชาและโปรดการดื่มชา
แม่ลูกหมู วิ่งตามหา Red Bull ไม่เจอไปเจอแต่ Red Pig ค่ะ เลยเอาเรื่องใกล้ๆตัวมาให้อ่านเล่นไปก่อน เพราะแม่ลูกหมูก็ชอบดื่มชา จนความรู้สึกชา ชา ไปแล้วเนี้ยะ แฮะๆๆๆ
สวัสดีค่ะคุณตุ้ม
พูดถึงพวกใบไม้ต่างๆที่เก็บมาทำน้ำชา
สมัยก่อนพี่สนใจพวกพืชสมุนไพรของที่นี่มาก.
มักจะเก็บพวกใบไม้ต่างๆตามภูเขาแล้วเอามาตากแห้ง
ยิ่งช่วงใบไม้ผลิข้างบนภูเขาสูงๆน่าสนใจที่สุด.
คุณตุ้มเคยทำแยมที่ทำจากดอกLoewenzahnไหมคะ
บ้านพี่เรียก..
Saeublueme(ซ๋อยบลวมเม่ะ)ภาษาท้องถิ่นของเมืองเบิร์น
แยมแบบนี้จะคล้ายน้ำผึ้งมาก..ลุงบอกอรอ่ยมาก
แยมแบบนี้มีประโยชน์สุดๆ.
พูดถึงดื่มน้ำมากๆแล้วดีมากผิวพรรณสดใส
แต่พี่ดื่มน้อยมาก..ขนาดเดินเขาสูงร้อนจัดแค่ไหน
จะดื่มน้ำได้นิดเดียว.เคยดื่มน้ำมากอ๊วกแทบตาย.
เรื่องอัลกอฮอร์ยอมรับว่าไม่แตะต้องเลย.
แม่หมูนิดสงสัยดื่มนอ้งเรดบูลหมดกระป๋องไปแล้ว
เลยมาแก้ตัวว่าหาไม่เจอ..
ฮ่วย.........นิดป้านึกว่าชาเขียวแก้โรคช้ำใจ
นี่บังคับให้ลุงแกดื่มทุกวันนะว่าดื่มแล้วเตะปี๊บดัง.
แกบอก*สิก..มากแต่ก็ทนดื่ม...ดื่มไปถามไปว่าเตะปี๊บดังจริงเหรอ.
สังเกตุดูนะว่าตั้งแต่เริ่มดื่มชาเขียวแล้วชักจะเริ่มติด.
ลืมบอกไปว่าดังเค่ะๆๆสำหรับข้อมูลดีๆ
ที่นิดนั่งเขียนจนดึกเมื่อคืน..
ชาเขียวดังมากตอนนี้.
เขาผลิตผสมอะไรปนเปไปหมด
ป้าเคยซื้อชาเขียวผิดเป็นชาเขียวผสมส้มจากมิโกร
เอามาดื่มต้องทิ้งไปเลยเพราะดื่มไม่ได้อยากอ๊วกมาก.
ขอบคุณพี่นิด อ่านแล้วน่ารักและรู้สึกรักชา(ดำ)จังเลย 555
"ความนิยมดื่มชา(ดำ)อิอิ มีมากขึ้นทุกวัน...
เพราะชา(ดำ)มีรสชาตินุ่มนวลชวนฝัน...
อีกทั้งชา(ดำ)เป็นเครื่องดำไม่มีชนชั้น
ผู้ดื่มเท่านั้นที่รู้รสชาติของการดื่ม
และผู้นิยมการดื่มต่างเลือกชา(ดำ) และโปรดการดื่มชา(ดำ)"
55555555555
ขออภัยที่ใส่ข้อมูลผิดๆ เกินๆ นะคะ
แบบว่า อ่านไปนิยมชมชอบตัวเองไปค่ะ 55555
ป้าจ๋า มิน่าไปหาลุงกับป้า เห็นป้าเอาใจเชิงบังคับชงชาให้ลุงดื่มบ่อยๆ นอกจากน้ำหวานซีหรุป ที่แท้ดื่มแล้วเตะปี๊บดัง แต่นิดว่า ลุงดื่มแล้วเสียงดังกว่าเก่าเฉพาะกับคนอื่น แต่กับป้าเสียงอ่อยเชียว อิอิ.
น้องบี ไม่ค่อยเลยนะ แหมๆๆๆรีบรับสรรพคุณโดยไม่มีการปฏิเสธ พี่รู้แต่ชาที่บ้านพี่รสมันนุ่มชวนฝันเจงๆ แต่ชา(ดำ)ของน้องบีจะนุ่มชวนฝันหรือป่าว พี่นิดต้องไปตะล่อมถามคนมีหนวดแถวNänikonก่อนนะจ๊ะ
สวัสดีค่ะคุณ Pall เมื่อก่อนตอนที่ลุงและป้าของสามียังไม่เสีย เวลาเราไปเดินกันตอนหน้าร้อนก็จะเก็บพวกดอกไม้ใบไม้มาตากแห้งไว้ทำน้ำชากัน ในชานั้นมีสารพัดใบเลยค่ะใบหมามุ่ยก็มี ยังเคยเอาใบหมามุ่ยมาทำซุบกันด้วย ตอนนี้ไปเก็บเองเก็บแต่ Silbermänteli เอามาทำชาค่ะเพราะดีสำหรับผู้หญิง ดอก Löwenzahn หรือ dent-de-lion (เรียกที่เจนีวา) นั้นยังไม่เคยเอามาทำแยมเลยค่ะ แต่เห็นญาติของลุงเค้าเอามาทำเหล้า แต่ชอบทานใบมันเป็นสลัดค่ะ ลุงเองแกทำเหล้าจากลูกดอกกุหลาบดัวยค่ะ ทีบ้านไม่ค่อยได้ทำแยมแล้วค่ะเพราะลูกๆไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว มีลุงแกใช้แยมนิดหน่อยอยู่คนเดียว แต่วันหลังจะลองทำดูค่ะ ชอบไปเดินบนเขาแล้วถือโอกาสเก็บใบอะไรต่ออะไรตามเรื่องตามราวค่ะ
ลุงแกหัวเราะใหญ่เลยค่ะเพราะไปถามแกว่ารู้จัก Säublueme มั๊ยแกบอกว่าคุณ Pall เป็นสาวมาจากเบอร์นแท้ๆ