(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-084745-Zwischenablage04.jpg)
**รูปที่เห็นเป็นรูปที่แกะสลักจากหินแกรนิต**
เป็นรูปของกษัตริย์ TUTANCHAMUN
ที่ปิดบน*บสลักลวดลายทองสวยงามมาก
*บใบนี้เป็นที่บรรจุอวัยวะภายใน(พวกตับลำไส้...)ของพระองค์
ตามความเชื่อถือของคนอิยิปสมัยก่อน
** วันที่ 20 กค.04**
3อาทิตย์ที่ผ่านมาลุงให้ฝ่าน(เวบมาสเต้อร์)
โทรศัพท์สั่งจองตั๋วเข้าชมนิทัศน์การแสดงเกี่ยวกับ
ของใช้....เรื่องราวของฟาร์โรอียิป..ปรากฏว่าจองไม่ได้
ฝ่านมันเซ็งมากจองไม่ได้และเสียค่าโทรศัพท์ไปโดยเปล่าประโยชน์
และราคาแพงมากมันเลยจองสั่งตั๋วทางInternet
ได้ตั๋วมาก่อนที่มันจะไปวิ่งแข่งที่ Malta
ราคาค่าส่งตั๋วทางไปรษณีย์แพงมากราคาตั้ง 5 สวิสฟรังก์
อะไรในสวิตฯแพงไปหมดแต่คนสวิสทุกคนที่นี่รวยกันเป็นล้านๆ
กันแทบทั้งนั้นไม่เชื่อลองสังเกตดูซีว่าที่ป้าพูดมานี่จริงไหม
ถ้าใครมาเที่ยวที่นี่ถ้าเห็นคนสวิสไม่ค่อยมีผม
ให้คิดเอาเองก็แล้วกันว่าที่ผมร่วงหัวแข่งกับดวงอาทิตย์เพราะสาเหตุอะไร
ถ้าไม่เกิดจากความเครียดห็นได้จากลุงซึ่งเครียดกับเมียและจากภาษี
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0360 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-085017-Zwischenablage03.jpg)
**ตั๋วTageskarte-Gemeinde**
**การจัดทัวร์**
กระเหรี่ยงทัวร์ของเราจัดเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือ
ทำอะไรเหมือน(dog)ถูกน้ำร้อนราด
นอนก้อนโด่งจนนึกขึ้นได้ว่าจะออกเดินทางแล้ว
พากันตระเกรียกตระกายลุกขึ้นแข่งกับเวลาล้างหน้าแปรงฟัน
ดีว่าบ้านใหม่มีอ่างล้างหน้า3อันไม่เช่นนั้นคงตีกันตายข้างอ่างล้างหน้าแน่ๆ
ลุงรีบโกยของกินพวกแซนด์วิช 3 อันที่ป้าซื้อลดครึ่งราคาเมื่อวานใส่เป้
บ้านป้าเป็นครอบครัวลดครึ่งราคาถ้าไม่ลดราคาไม่ซื้อหรอก
ป้ารีบจัดพวกตั๋วรถไฟ ที่เรียกว่า
**Tageskarte-Gemeinde** (ทาเกสคาร์ด เกมายเด่ะ)
สมัยก่อนเรียกว่า GA-Flexi ต่อมาเมื่อเดือน เมษายน 03
ทาง SBB ได้ยกเลิกและได้อนุญาตให้เขตที่อยู่แต่ละแห่ง
จัดบริการตั๋วแบบนี้ออกมาให้คนที่อยู่เขตของตน
สามารถหาซื้อได้เพื่ออำนวยความสะดวก
และไม่ยุ่งยากอีกต่อไปในการหาซื้อ
เป็นตั๋วรถไฟที่ถูกมากเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีตั๋วรถไฟลดครึ่งราคา
และเหมาะสำหรับคนมาเที่ยวสวิตฯให้คนรู้จักซื้อให้
ไม่ต้องซื้อพาสสวิสซึ่งมีราคาแพงกว่ามาก
ตั๋วรถไฟชนิดนี้เที่ยวได้แค่วันเดียว
จะนั่งรถไฟไปไหนมาไหนในสวิตฯได้หมดถ้ามีปัญญานั่งรถไฟไหว
ราคาตั๋วแค่30สวิสฟรังก์การหาซื้อตอนนี้ง่ายมากไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยก่อน
ถ้าใครต้องการซื้อสามารถไปซื้อได้จากGemeinden(ตำบลที่ตัวเองอยู่)
ตั๋วอันนี้เราเรียกว่า** Tageskarte-Gemeinde **
ถ้าสนใจลองไปสอบถามที่Informationของ Gemeinde ดู
หรือหาได้จากInternetหาดูจากเวบไซด์ของเขตที่ตัวเองอยู่
ถ้าไม่มีลองกดที่ http://www.google.ch/
และcopy คำว่า Tageskarte-Gemeinde + ชื่อเขตที่อยู่
ถ้าหาไม่ได้จริงๆลองไปถามที่information ของ Gemeinde
และสามารถซื้อได้ทันทีถ้ามีตั๋วเหลือ
ตั๋วรถไฟชนิดนี้เป็นที่นิยมมากและจะขายหมดเร็วมากต้องรีบซื้อ
**ออกเดินทาง**
**Worb Bern**
รีบจ้ำออกจากบ้านเพราะกลัวตกรถไฟซึ่งจะออกเวลา7.30น
ลุงบออกว่าต้องขึ้นรถไฟสีส้มเขตที่ป้าอยู่มีรถไฟบริการ2สายคือ
สีน้ำเงินกับสีส้มเรียกว่าบริการดีมากสมกับการจ่ายภาษีจริงๆ
รถไฟจะออกทุก15นาทีถ้าพลาดคันนี้ไปขึ้นอีกคันได้
ลุงแกเคยตกรถไฟมาแล้วแกชอบขึ้นรถไฟสีน้ำเงินมาก
เพราะวิวสวยเห็นภูเขาและวิวทิวทัศน์สวยสุดๆ
แกบอกว่ายืนรอรถไฟไม่ออกเสียทีและทำไมไม่เห็นคนขึ้นสักที
ที่ไหนได้แกยืนรอผิดขบวนกว่าจะรู้ก็เห็นรถไฟออกเสียแล้ว
เรามาถึง Bern และมีเวลาเหลืออีกมากพอสมควร
เลยพากันตัดสินใจไปดื่มกาแฟกันลุงบอกว่าดีมากราคาถูก
ราคากาแฟร้านมิโกรในสถานีรถไฟข้างล่างขายแก้วละ2.60สวิสฟรังก์
ลุงบอกจะเติมน้ำตาลหรือครีมได้ตามความพอใจเขาไม่ห้าม
กาแฟรสเข้มจัดมากป้าต้องใส่น้ำตาลถึง4ซอง(เล็กๆ)
มัวดื่มกาแฟกันเพลินนึกขึ้นได้ว่าต้องขึ้นรถไฟกันต่อ
มองเวลาแล้วต้องใส่Teen หมาโกยกันอีกแล้ว
รถไฟจะออกไปBaselเวลา8.49น.เหลือเวลาอีก5นาทีรถไฟจะออก
ป้าวิ่งนำหน้าไม่เห็นลุงวิ่งตามมาใจเริ่มเสียมาก
เห็นรถไฟจอดอยู่ทำท่าจะขึ้นไปรอลุงข้างบน
ได้ยินเสียงเรียกหันไปดูเห็นแกกำลังจะขึ้นรถไฟอีกสายหนึ่ง
ป้าเลยรีบหดกลับไปหาแก.....แกด่าว่าป้าจะไปไหนเห็นหรือเปล่า
รางรถไฟหมายเลขอะไรป้าหันกลับไปมองดูจ๋อยเลยไม่ใช่สายที่จะขึ้น
เป็นเส้นทางไปThun ดีนะที่ลุงแกเหลือบมาเห็นทัน
**BERN-BASEL**
รถไฟออกตรงเวลาเช่นเดิม
ชั้นที่นั่งมีคนมากพอประมาณอีกอย่างเป็นช่วงเด็กปิดเทอมด้วย
คนสวิสชอบเที่ยวมาก...ถ้าถึงเวลาพักจะหากิจกรรมเพื่อพักผ่อนจริงๆ
บางครอบครัวที่แต่งงานมีลูก...มีภาระค่าใช้จ่ายมากไม่สามารถเก็บเงินได้
จะพากันหาที่เที่ยวภายในประเทศ..ซึ่งไม่พ้นการเดินบนเขา
ไปตั้งแค้มป์...หรือพาเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ
คนสวิสไม่ใช่จะมีรถยนต์ใช้กันทุกคนนะ
การมีรถยนต์ใช้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
ไม่ว่าจะเป็นภาษีบำรุงถนน...ประกัน...การบำรุงรักษา..ค่าซ่อมรถแพงมาก
ถ้าคนไม่มีรถยนต์ใช้จะพากันมาใช้บริการรถไฟ
ซึ่งให้ความสะดวกมาก...และประหยัดเงินได้มาก
ที่นั่งของป้าติดหน้าต่างทำให้มองเห็นวิวได้ชัดเจน
ใครมาเที่ยวสวิตฯช่วงหน้าร้อนจะเห็นดอกไม้สวยมาก
ตามระเบียงบ้านหรือหน้าต่างจะมีดอกไม้หลายสีห้อยสวยมาก
คนสวิสทุ่มเทหาความสุขให้ตนเองด้วยการปลูกดอกไม้
ข้างทางเต็มไปด้วยข้าวโอ๊ต...ข้าวโพด...ฝูงวัว...
นั่งมองวิวเพลินจนมาถึง BASEL ไม่รู้ตัว
หลังจากเดินลงมาจากรถไฟแล้วรู้สึกปวดท้องเยี่ยวมาก
ลุงก็บอกจะเยี่ยวเหมือนกัน....แต่พอไปเห็นราคาเยี่ยวที่ต้องเสีย
คนละ2ฟรังก์เยี่ยวแกเลยหดบอกว่าแกไปหายิงกระต่ายดีกว่า
คนลองปวดท้องขี้หรือปวดเยี่ยวต่อให้แพงแค่ไหนก็ไม่สนใจแล้ว
ต่อให้ป้างกแค่ไหนก็ไม่ไหวแล้วต้องเข้าห้องส้วม
หลังจากเสียค่าส้วมไปแล้ว2ฟรังก์...
เพื่อความประหยัดตั๋วรถเมล์ที่เอามาจ่ายค่าส้วมไปแล้ว
เราเลยพากันเดิน...เหงื่อไหลไคลย้อยไปตามๆกันกว่าจะมาถึงสถานที่
ที่เขาจัดนิทัศน์การ
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-085146-Zwischenablage01.jpg)
**Antikenmuseum Basel und Sammlung Ludwig**
Antikenmuseum Basel und Sammlung Ludwig (http://www.basel.ch/de/kultur/museen/antikenmuseum/antikenmuseum_basel)
พิพิธภันท์แห่งนี้จัดว่าเป็นพิพิธภันท์ใหญ่ของบาเซิล(Basel)เป็นที่รู้จักกันดี
และที่นี่ได้จัดนิทัศน์การยิ่งใหญ่โดยได้รับการอุปถัมน์จากธนาคาร UBSซึ่งได้ออกเงินช่วยเหลือประมาณ 5ล้านดอลล่าร์
ถ้าใครชอบสังเกตจะเห็นว่าทำไมบนแผ่นใบประกาศชมงานแสดง จะมีชื่อของธนาคารนี้แห่งเดียวเหตุผลก็ตามที่บอกมาข้างบน
การจัดงานครั้งนี้จัดว่าทำกันยิ่งใหญ่มากหลังจากหยุดการจัดงาน แบบนี้มาประมาณ 20กว่าปีมาแล้ว
การจัดงานเกี่ยวกับ TUTANCHAMUN ได้จัดครั้งแรกที่ Paris ฝรั่งเศส เมื่อปีคศ.1967
ต่อมาจัดครั้งที่2ที่London อังกฤษ เมื่อปีคศ. 1972 และจัดที่ประเทศเยอรมันเมื่อปีคศ.1980-1981
ซึ่งเป็นการจัดครั้งสุดท้ายแล้วหยุดจัดไปเพราะมีปัญหาบางประการ
หลังจากนั้น 20ปีต่อมาก็ได้จัดการแสดงนิทัศน์การขึ้นในยุโรป เป็นครั้งแรกขึ้นที่Basel.
ซึ่งกว่าจะได้จัดการแสดงครั้งนี้ขึ้นมา ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพราะอียิปต์ไม่อนุญาต
และต้องใช้เงินจำนวนมากในการจัดโชคดีได้สปอนเซอร์คือ UBS
เราเดินผ่านแถวคนจำนวนมากที่ยืนรอซื้อตั๋วอยู่ การซื้อตั๋วสามารถซื้อได้ล่วงหน้าหรือมาซื้อตรงหน้าประตู
เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกการซื้อตั๋วล่วงหน้าดีที่สุด ตรงหน้าประตูจะมีช่องบอกเวลาไว้
การซื้อตั๋วผ่านInternet เราต้องระบุเวลา ตั๋วของเราเป็นตั๋วเวลาประมาณ 11.00น
ตาเริ่มลายกับจำนวนคนยืนรอเข้าแถวชมตามช่องเวลาที่ระบุไว้ เราค่อยๆเดินตามจนไปถึงเค้าเตอร์ที่ต้องมอบสัมภาระต่างๆที่นี่
เจ้าหน้าที่แต่งชุดดำล้วนเสื้อแขนสั้นสีดำสรวมหมวกดำ มีป้ายชื่อติดหน้าอกทุกคนและสัญลักษณ์เป็นรูปKing TUTANCHAMUN
เจ้าหน้าที่จะมอบหมายเลขสัมภาระให้เราถือไว้เวลามารับของคืน ทุกคนจะต้องเดินตัวเปล่าไม่มีอะไรติดตัวเลย
ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเงิน,มือถือหรือกล้องถ่ายรูป เรียกว่าห้ามทุกอย่าง...จะถือได้แต่หนังสือเล่มเล็กๆ
ที่เขาจัดไว้ให้คนนำติดตัวเพื่อดูรายละเอียดของของที่จัดไว้
หลังจากนั้นก็พากันเข้าแถวรอตรงหน้าประตูจะมีเชือกกั้นไว้ มีคนเฝ้าจะคอยนับจำนวนคนกะประมาณ20คนต่อกลุ่ม แล้วถึงปล่อยไป....
ระยะทางที่เดินเข้าห้องแรก.. จะมียามยืนคุมเป็นจุดๆหลายคน
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-085332-Zwischenablage02.jpg)
**Tal der Könige **
สถานที่ขุดเจอหลุมฝังศพ,มัมมี่และของมีค่าของฟาร์โร
หลังจากนั้นทุกๆคนจะค่อยเดินเข้าไปสู่ข้างใน
คนยืนออแน่นไปหมด...ห้องสีเหลี่ยมมีขนาดเล็ก
ข้างในจะมีจอทีวีเล็กๆแขวนอยู่3ด้านและแบ่งออกเป็นด้านละภาษา
ภาษาที่พูดเล่าถึงเรื่องราวต่างๆมีภาษาอังกฤษ,ภาษาเยอรมันและฝรั่งเศส
ข้างฝาจะมีภาพและจอทีวีติดฝาให้คนที่สนใจยืนดู
และภาพวาดถึงสถานที่ที่ขุดเจอที่เรียกว่า** Tal der Könige **
และจะมีเรื่องราวประวัติความเป็นมารวมทั้งคนที่ไปเจอ
ยอมรับว่าฟังไม่รู้เรื่องเพราะเสียงดังรอบทิศตีกันไปหมด
ถ้าจะพูดกันจริงๆแล้ว...ถ้าคนไม่สนใจเกี่ยวกับอียิปต์จะเบื่อมาก
และจะรู้สึกผิดหวัง....การจัดงานแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบจริงๆ
และต้องเคยอ่านหรือรู้เรื่องมาก่อนจึงจะเข้าใจถึงความเป็นมา
ป้ายอมรับว่าไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็ชอบไปดู
ไม่ว่าใครจะจัดอะไรที่ไหนไปหมดถ้ามีโอกาส
ถ้าใครสนใจลองหยิบหนังสือเกี่ยวกับÄgyptenมาอ่านแล้วจะเกิดความสนุก
เรื่องราวน่าสนใจและยาวมากเล่มหนามาก
** Tal der Könige **
เป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากที่นี่ขุดเจอฟาร์โรจำนวนมากมายหลายพระองค์
และของใช้มีค่าสามารถทำให้เราได้รู้ประวัติความเป็นมาของคนเหล่านี้ในอดีต
Tal der Könige
อยู่ไปทางตะวันตกของแม่น้ำNil
อยู่*งจาก Thebensใน Luxor ไปไม่กี่กิโลเมตร
เป็นเนินทอดยาวอยู่ระหว่างเขาEl-Qurn
ที่คนพากันเรียกว่าSpitze Thebens
สถานที่นี้ที่ขุดเจอฟาร์โรราชวงศ์ที่18,19และ20
ราชวงศ์ทั้งหมดจะมีประมาณ 31 ราชวงศ์
สถานที่นี้เกือบจะเป็นจุดรวมของฟาร์โรหลายพะองค์
คลีโอพัตราก็ขุดเจอที่นี่.....น่าเสียดายมากที่สุด
ที่ของมีค่าเก่าแก่ได้โดนลักลอบขุดขโมยขายไปเป็นจำนวนมาก
ขายให้พวกสะสมของเก่าที่รับซื้อกัน
ไม่เช่นนั้นเราคงได้รู้ประวัติรายละเอียดมากกว่านี้
และสถานที่นี้ได้ขุดเจอกษัตริย์Tutanchamun
ที่มีของใช้จำนวนมากที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ทำให้รู้ถึงความเป็นมาได้หลายอย่าง
ที่นี่ขุดเจอหลุมศพได้ประมาณ 62หลุมแล้ว
และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาชมเป็นจำนวนมากต่อปี
ข้างในหลุมศพจะเห็นภาพวาดถึงความหมายต่างๆ
ถ้าใครไปเที่ยวอียิปต์อย่าพลาดไปชมอย่างเด็ดขาด
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-085609-Zwischenablage06.jpg)
**TUTANCHAMUN**
กษัตริย์ TUTANCHAMUN
ถ้าพูดภาษาชาวบ้านแล้วท่านไม่ใช่กษัตริย์ที่ดังเท่าไร
ตามประวัติศาสตร์ไม่ค่อยรู้จักกันดี
แต่ท่านมาดังตอนที่ Howard Carter ชาวอังกฤษ
ได้ขุดหลุมฝังศพเจอและเป็นกษัตริย์ที่มีสภาพสมบูรณ์และมีสิ่งของต่างๆ
ที่ทำให้เราได้รู้ถึงความเป็นมาได้หลายอย่าง
** Howard Carter **
เมื่อปีคศ.1874 Howard Carter ชาวอังกฤษ
ได้เดินทางไปยังอียิปต์และได้ติดตามเกี่ยวกับการค้นหาหลุมศพของฟาร์โร
ใช้เวลาค้นหาถึง 6ปีแต่ก็คว้าน้ำเหลว
จนกระทั่งได้เจอกับLord Carnavons
และได้เล่าถึงโครงการให้ฟังเลยทำให้ Lord Carnavons
สนใจและ ซึ่งเป็นผู้ออกเงินทุนค้าใช้จ่ายต่างๆแก่เขาจำนวนถึง 40,000 ปอนด์
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-085726-Zwischenablage07.jpg)
**วันที่1พย.1922**
เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว Howard Carter
ก็ใช้คนจำนวน 100 คนออกทำการขุดค้นหาศพ
และเขาใช้เวลาถึง2 วันเต็มๆกับเพื่อนที่อยู่ในอุโมงค์ที่ขุด
จนถึงวันที่ 4 พย.1922 จึงได้เจอหินที่ปิดทางไว้
และวันที่6พย.1922จึงได้ทำลายและเจอเส้นทางลับพาไปข้างล่าง
แต่เขาต้องรอจน Lord Carnavons มาก่อนจึงจะจัดการอะไรได้
และที่นี่เองที่ทำให้ได้เจอกับสุสานของกษัตริย์ TUTANCHAMUN
Lord Carnavons เป็นคนที่จัดการเปิดโลงศพของพระองค์เป็นคนแรก
หลังจากนั้น1ปีต่อมาเขาก็ได้ตาย
ด้วยโรคเกี่ยวกับปอดคิดกันว่าเป็นเพราะเกิดจากเชื้อราที่มาจากมัมมี่
ที่ห่อหุ้มศพของพระองค์
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-090204-Zwischenablage05.jpg)
ซากมัมมี่ของกษัตริย์ TUTANCHAMUN
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-090302-Zwischenablage08.jpg)
โลงศพของพระองค์จริงสามารถชมได้ที่พิพิธภัณท์ Kairo
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-090419-Zwischenablage09.jpg)
** TUTANCHAMUNกับมเหสี**
***กษัตริย์ TUTANCHAMUN***
จัดอยู่ในราชวงศ์ที่18และยุคสุดท้ายที่เรียกว่ายุค Neues Reich
ซึ่งเกิดก่อนพระเยซูจะประสูติประมาณ 3300ปีมาแล้ว
ความจริงแล้วพระองค์มีชื่อแรกชื่อ Tutanchaton
ต่อมาเปลี่ยนเป็น Tutanchamun
ที่เปลี่ยนเพราะความเชื่อถือในพระเจ้า
เรื่องพระราชบิดาของพระองค์คลุมเครือมาก
แต่ในที่สุดก็เชื่อกันว่าบิดาคือพระเจ้า Echnatons
พระองค์แต่งงานกับ Anchesenpaaton
ไม่มีลูกด้วยกันแต่ตอนขุดเจอหลุมศพได้เจอศพมัมมี่เด็ก2องค์
ซึ่งเป็นลูกสาวที่เกิดจากเมียคนที่3ของพระเจ้า Echnatons
ซึ่งหมายถึงเป็นพี่น้องกัน
สมัยก่อนจะแต่งงานในครอบครัวเดียวกัน
บางครั้งพ่อก็แต่งงานกับลูกสาวของตัวเอง
Tutanchamun สูงแค่ 1.68 ซม.
จากการดูซากศพของพระองค์พบว่า
พระองค์พิการหลังค่อม
และมีรูปร่างอ้วน
Tutanchamun ขึ้นครองราชย์อายุ 9ขวบ
และสวรรคตอายุประมาณ 18ปี
การตายไม่รู้สาเหตุที่แน่นอนแต่ได้เจอ
กะโหลกศีรษะด้านหลังของ Tutanchamun
มีรอยร้าวแตก ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการลอบปลงพระชนม์
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104725-090541-Zwischenablage10.jpg)
**ภาพของสุสานของ Tutanchamun **
**นิทัศน์การของTutanchamun**
ทางพิพิธพันได้จัดของไว้ให้ชมประมาณ 100 กว่าชิ้น
ถ้าใครสนใจอยากเข้าชมสามารถไปดูได้
บางคนอ่านแล้วรู้สึกว่าทำไมจบห้วนๆ
อยากเขียนมากกว่านี้แต่ไม่ไหวเพราะนั่งนานเกินไป
และอีกอย่างยิ่งเขียนแล้วเริ่มยาวจนน่าเบื่อ
อ่านแล้วอย่าเพิ่งเครียดนะจ๊ะ...ไม่งั้นเดี๋ยวย่นไม่สวยนะ
ปุ๊ยจะไปเที่ยวลูกาโนก้อซื้อตั๋วแบบของป้าละ ก่อนจะถึงก้อไปขี้ไปเยี่ยวในรถไฟให้เรียบร้อยไม่งั้นอ่ะ ต้องไปจ่ายเงินแบบป้า อ้อ เราก้อซื้อตั๋วให้ลูกชายเฮีย แค่ 20 ฟรังนะ เป็นตั๋วปี แต่เด็กต้องขึ้นรถไฟไปกับคนที่ระบุชื่อในตั๋วเด็กก้อไม่ต้องซื้อตั๋วอีกเลย คล้ายตั๋วครอบครัว เห็นว่ารถเมล์ก้อเอาตั๋วนี้ไปใช้ได้ด้วยละ
แต่ถ้าเด็กเดินทางคนเดียวหรือเดินทางกับคนอื่นต้องซื้อตั๋วตามปกติอ่ะ
เรื่องห้องน้ำนี้ในรถไฟอ่ะสกปรกมั่กๆ ไม่รู้สายไกลสกปรกมั้งป่าวตอน
ไปซังกาแล่นไม่ได้เข้าดู ถ้าไปเข้าห้องน้ำในสถานีซูริคก็ 2 ฟรัง
เหมือนกันเลยจ้ะป้า สำหรับเกตุน่ะถ้าจะเข้าต้องทั้งฉี่ทั้งอึไม่งั้นไม่คุ้ม
ง่ะ ในสถานีรถไฟเขามีให้อาบน้ำแต่งตัวแปรงฟันได้สบายเลยมีให้
ครบถ้าจะอาบน้ำก็ 5 ฟรัง สำหรับคนที่ไปเที่ยวยันสว่างคาตาหรือคน
อื่นๆที่ไม่มีเวลากลับไปอาบน้ำ แวะอาบที่นี้แล้วก็ไปทำงานต่อ แหะๆๆ
เคยไปอาบมาแร่นง่ะตอนมาใหม่เธอเที่ยวมากไปหน่อยเกือบโดนปั๋ว
เตะกลับเมืองไทย แต่ถ้าทนได้ห้องน้ำที่โกรบุชฟรีจ้ะเวลาจะเปลี่ยน
แพมเพิร์สยัยแก้มใสเกตุจะไม่ยอมเข้าในสถานีอิๆๆ เดินไปเปลี่ยนให้
ที่โกรบุชง่ะแค่เปลี่ยนแพมเพิร์สก็ 2 ฟรัง ฮ่วยใครจะยอมเล่าที่โกรบุ
ชก็มีเมียนกัลล์นี้นา
สวัสดีค่ะป้าพอล จบแบบห้วน ๆ ก็ไม่เป็นไรค่ะป้า พอล ดีกว่าไม่ได้บริโภค ข้อมูลอะไรเลย หัวโตๆ มีแต่ขี้เลื่อยจะได้ ฉลาดขึ้น อิ อิ ........ แค่นี้หนูก็เอาไปเล่าให้ลูกชายฟังได้แล้วค่ะ เพราะเจ้าลูกชาย ช่างซัก ชอบมาก( 6ขวบ)) เลยเกี่ยวกับอียีปต์ ชอบตั้งคำถาม ส่วนแม่ก็ไม่รู้เรื่องอะไร บางทีก็ตอบแบบดำน้ำ บุ๋ม ๆ เลยค่ะ .........
ขอให้ป้าพอลรักษาสุขภาพด้วยนะจ้ะ
.........หุ หุ หุ........เกตุชบา เอาทั้ง ลมทั้ง ต่อน ....เลยเยอ ของข้อย ถ้าไม่จำเป็นอั้น ไว้ก่อน โน่น จน หาร้านนั่งดื่มกาแฟ ได้โน่นแหละถึงได้ปล่อย ไม่เข้าหรอกที่ สถานี ฯ แพง มั่ก ๆ สองฟรั่ง คิดเป็นเงินไทย ตั้ง หกสิบกว่าบาท (เข้าฉี่ ที่ละ หกสิบ)
อะ ป้ามาแย้ว อย่านั่งหน้าคอมฯ นานๆ พิมพ์ยาวๆ ซิครับ แค่ป้ามาก็ดีใจแย้ว รักษาสุขภาพหน่อย อิ