(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-102050-Clipboard03.jpg)
ภาพที่เห็นเป็นภาพวาดการนัตถุ์ยาของ Louis Leopold Boilly
เกิดปีคศ.1761
เสียชีวิตปีคศ.1845
ภาพนี้มีชื่อว่า Ah,quil est bon
(อ๊า.....กิล เ ล บอง) ถ้าแปลแล้วคงหมายถึงอืมมมมม สดชื่น.......
เป็นภาพวาดที่มีชื่อมากเป็นภาพวาดปีคศ.1824
**SCHNUPFTABAKS**
(ชะนุฟท้าบัค แปลว่ายานัตถุ์)
**การนัตถุ์ยา**
ถ้าเอ่ยชื่อนี้เมื่อไรคิดว่าทุกคนคงรู้จักกันดี
คนไทยสูงอายุบ้านเราชอบกันมากเรื่องการนัตถุ์ยา
อย่าว่าแต่คนไทยนัตถุ์ยาเลยชาวยุโรปสมัยก่อนก็นัตถุ์ยาพอกับคนไทย
**การนัตถุ์ยาเป็นยาเสพติด**
สมัยก่อนเชื่อกันว่าการนัตถุ์ยาเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง
ถึงกับมีการประกาศห้ามเป็นทางการ
ถ้าใครฝ่าฝืนจะมีโทษโดนปรับ
ขนาดหวงห้ามก็ยังมีคนลักลอบทำการค้าและนัตถุ์ยากัน
**คนนำยานัตถุ์เข้ามาเป็นคนแรก**
สมัยก่อนชาวยุโรปไม่รู้จักการนัตถุ์ยากัน
จนกระทั่ง Ramon Pane ซึ่งเป็นพระนิกาย
Franziskaner เป็นนิกายทางศาสนานิกายหนึ่ง
ได้ติดตาม Kolumbus (โคลัมบัส)
ตอนออกเดินทางครั้งที่สองเมื่อปีคศ. 1496
Ramon Pane ได้ไปเห็นคนพื้นเมือง
เขตที่ตัวเองเดินทางผ่านทำการนัตถุ์ยากันและได้ทดลอง
การนัตถุ์ยาตามคนพื้นเมืองแล้วติดใจ
เลยนำกลับมายังยุโรปและหลังจากนั้นได้ประยุกต์
ตัวยานัตถุ์ขึ้นมาแล้วแต่จะใส่อะไรลงไป
การนัตถุ์ยาตัวยาสำคัญจะทำมาจาก
ยาสูบที่ป่นเป็นผงที่บดละเอียดแล้วใส่อย่างอื่นลงไป
ต่างคิดกันว่าการนัตถุ์ยาเป็นการป้องกัน
การเจ็บป่วยของระบบการหายใจ
และการเป็นหวัดจึงนัตถุ์ยาไว้
**กระทู้นี้เป็นกระทู้เดิมหมายเลข 0265 ห้อง pallswiss (เผื่อใช้ในการค้นหา)**
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-102253-Clipboard06.jpg)
** ราชนิวงศ์กับการนัตถุ์ยา **
พระราชมารดาของพระราชินีฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า
Katharina (Medici) เป็นพระองค์แรกที่เริ่มการนัตถุ์ยา
เมื่อปีคศ. 1572 พระองค์ได้นำยามานัตถุ์ให้แก่
พระราชโอรสที่มีพลานามัยอ่อนแอ
และเป็นโรคเกี่ยวกับไมแกรน และประชวนบ่อยเกี่ยวกับโรคหวัด
พระราชโอรสทรงพระนามว่า Franz ที่2
หลังจากที่พระนาง Katharina (Medici)
ได้ทำการนัตถุ์ยาและได้ผลเป็นที่น่าพอพระทัย
ก็ทำให้พระราชวงศ์องค์อื่นทำตามและได้ทำตามกันจนตกทอด
เป็นพระราชเพณีตกทอดกันต่อมา
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-102419-Clipboard04.jpg)
**ภาพที่เห็นเป็นรูปปั้นเซรามิค**
เป็นกล่องยานัตถุ์ตั้งโต๊ะของชาวฝรั่งเศส
เมื่อปีคศ.1900 รูปที่ปั้นเป็นหญิงชราชาวฝรั่งเศส
สูงประมาณ 28 ซม.
เซรามิคอันนี้ราคาแพงมากสำหรับคนรักการสะสมของเก่า
**การนัตถุ์ยา**
พระราชวงศ์อื่นๆหลังจากที่พอพระทัยกับการนัตถุ์ยา
ต่างก็ประยุกต์ใส่ตัวยาเพิ่มเพื่อความหอมเย็น
ซึ่งแล้วแต่ใครจะชอบอะไร
และนอกจากนั้นบางพระองค์ก็นำตัวยาอย่างอื่นผสมลงไปด้วย
นอกจากเชื้อพระองค์จะทำตามแล้ว
คนธรรมดาทั่วๆไปก็นัตถุ์ยากัน
จนเกิดการประกาศห้ามการนัตถุ์ยา
การห้ามควบคุมไปถึงพวกพระฝรั่งห้ามนัตถุ์ยากัน
ประเทศสวิตฯก็มีการประกาศห้ามการนัตถ์ยา
พวกที่ทำงานกับรัฐบาลห้ามกันอย่างเด็ดขาด
หลังจากนั้นการนัตถุ์ยาก็ลืมเลือนหายไป
คนยุโรปรุ่นหลังๆต่อมาไม่ค่อยมีคนรู้จักกัน
และบางคนอาจจะไม่รู้ว่ายานัตถ์ยังมีขาขอยู่ตาม
ร้านขายยาสูบโดยเฉพาะ
คนนัตถุ์ยาสูงอายุยังนัดตถุ์ยากันอยู่
ยานัตถุ์ถ้าใครต้องการจะซื้อ
ยังสามารถหาซื้อได้ในสมัยปัจจุบันนี้
การหาซื้อต้องไปซื้อจากร้านขายยาสูบโดยเฉพาะ
บุหรี่ป่น(ยานัตถุ์)ตามท้องตลาดที่ขาย
มีมากมายร่วมโหลและ
เรียกชื่อต่างๆกันแล้วแต่คนชอบ
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-102551-Clipboard05.jpg)
**เครื่องมือบดใบยาสูบ**
เป็นเครื่องมือที่ชาวยุโรปสมัยก่อนจะนำใบยาสูบตากแห้ง
นำมาบดในเครื่องมือนี้และจะบดจนละเอียดเป็นผง
หลังจากนั้นก็นำมาผสมกับตัวยาชนิดอื่น
ที่ต่างคนต่างคิดค้นขึ้นมาเป็นความลับ
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-102937-Clipboard02.jpg)
ถ้าใครชอบดูหนังที่สร้างยอดยุคไปยังสมัยเก่าๆ
จะสังเกตเห็นพระราชวงศ์ฝรั่งเศส
ทั้งผู้หญิงหรือผู้ชายจะมีผ้าเช็ดหน้าห้อยติดตัวตลอดเวลา
และจะมีตลับเล็กใส่ถุงห้อยหรือผู้ชายใส่กระเป๋าเล็กๆ
นั่นคือตลับยานัตถุ์นั่นเอง
ผ้าเช็ดหน้าพวกนี้จะใช้ยามนัตถุ์ยา
แล้วเกิดอาการจามก็จะรีบเอาผ้าปิดเพื่อความสุภาพ
หรือเกิดผลยานัตถุ์ติดจมูก
การนัตถุ์ยาพวกนี้มีกฎกันว่าไม่ควรจะใช้มาก
แค่ป้ายจมูกเท่านั้นไม่เช่นนั้นจะเป็นโทษแก่ร่างกาย
บางคนชอบเอาผงเข้าทางจมูก
แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร
คนธรรมดามักจะพกตลับยานัตถุ์กันแบบตลับใหญ่
พวกพระราชวงศ์จะเป็นตลับเล็กๆ
และยานัตถุ์ของคนธรรมดาจะไม่ค่อยดี
แต่ของคนชั้นสูงจะดีกว่ามากเพราะเป็นของราคาแพง
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-103140-Clipboard08.jpg)
**นักสะสมตลับยานัตถุ์**
กษัตริย์ที่เป็นนักสะสมตลับยานัตถุ์คือ
พระเจ้า Friedrich der Gross
ที่คนขนานนามพระองค์ว่า Alte Fritz(old Fritz)
พระองค์สะสมตลับยานัตถุ์จำนวนมากถึง1500 ตลับ
เวลาที่พระองค์เสด็จไปที่ไหนก็จะนำตลับยานัตถุ์กลับมาด้วย
พวกตลับยาเหล่านี้ท่านจะเก็บใส่ตู้นิรภัยไว้อย่างแน่นหนา
ป้องกันขโมยและมีรหัสลับถึง4แห่ง
มีเรื่องเล่ากันว่า ครั้งหนึ่งพระองค์ได้แอบดูและจับได้ว่า
บริพารของพระองค์ลอบขโมยนัตถุ์ยาในตลับของพระองค์ที่วางไว้
ตามปล่องไฟต่างๆเพื่อการหยิบสะดวก
พระองค์เรียกมาซักถามว่านัตถุ์ยาเป็นอย่างไรบ้าง
บริพารที่เป็นขโมยกลัวแต่กราบบังคมตอบอย่างจริงใจว่า
รสชาติหอมดีมากพระองค์ก็เลยตอบว่า
ถ้าอย่างนั้นยกให้เพราะตลับเล็กมากถ้าใช้ 2คนคงไม่พอใช้หรอก
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-103410-Clipboard09.jpg)
ตลับยานัตถุ์ที่คนสมัยก่อนทำมีรูปแบบมากมาย
และตามอารมณ์คนทำ
ภาพที่เห็นเป็นตลับยานัตถุ์ที่มีที่จับเป็นหางหนู
เป็นของชาวฝรั่งเศสปีคศ.1900
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-103607-Clipboard011.jpg)
ภาพที่เห็นทำเป็นรูปรองเท้าพื้นข้างล่างทำมาจากเขี้ยวช้าง
เปิดฝาออกจะเป็นตลับยาและข้างในจะเป็นลูกเต๋าสำหรับเขย่าเล่น
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-103709-Clipboard012.jpg)
ตลับยาอีกแบบหนึ่ง
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-103750-Clipboard013.jpg)
ตลับยารูปไม้เท้าเวลาเดินเล่นจะได้นัตถุ์ยาไปด้วย
เป็นของชาวฝรั่งเศสปี1900
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-103841-Clipboard014.jpg)
ตลับยานัตถุ์ทำเป็น3แบบ
อันเล็กสุดสำหรับสุภาพสตรีนำติดตัว
อันกลางเป็นของสุภาพบุรุษ
ส่วนอันล่างที่ใหญ่สุดสำหรับตั้งโต๊ะในบ้าน
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-103928-Clipboard015.jpg)
ตลับยาสมัยพระเจ้านโปเลียน
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-104018-Clipboard016.jpg)
อีกแบบหนึ่งทำแบบใช้แขวนห้อย
(https://www.pallswiss.com/images/old_board/104518-104120-Clipboard017.jpg)
ตลับยาอีกแบบหนึ่ง