|
ตอน2 <<<< Trip to Samedan >>>> Allegra!!!
ออกเดินทางออกจาก CHUR
รถไฟเคลื่อนที่ออกจากชานชาลาสถานีChur
ตรงเวลาไม่ขาดไม่เกิน 9.54 น.
ป้าช่วยลุงลากกระเป๋าเพราะแกเริ่มเป๋
วิ่งใส่ตีนหมาโกยและทัวร์แบบหมาถูกน้ำร้อนลวกแบบนี้ไม่ดีต่อโรคหัวใจอย่างมาก
ตู้รถไฟที่นั่งเพิ่งมาสังเกตดูตอนหลัง เป็นตู้ไม้มีเบาะสีแดงสมกับสีรถข้างนอกที่เป็นสีแดงคนสวิสชอบสีแดงๆกัน ใครเคยมาเที่ยวแถวนี้จะเข้าใจที่ป้าเขียนแต่คนไม่เคยมาถ้าป้าพูดว่ารถไฟสายนี้เป็นสายที่พอๆกับรถไฟพี่ไทยเราเปี๊ยบเลย สีที่ทาชะแล็กเริ่มกระด่อนกระแด่นเหมือนหนังหมาขี้เรื้อนตอนเกามากๆ การเข้ามานั่งรถไฟตอนนี้เหมือนเทวดาตกสวรรค์จริงๆที่นั่งและสะภาพไม่สวยเหมือนกับของการรถไฟ SBB เลย รถไฟสายนี้เป็นของส่วนตัว ป้านั่งมองไปบ่นไปจนลุงรำคาญ ถ้าแกดีดป้าได้คงจะดีดแล้ว
เดินทางมาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินอะไรกันเลย ตั้งแต่ลุงไปเข้าค่ายมาแกเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แกบ้ายอมากพอมีคนชมว่าผอมลงหล่อลากดินขึ้นเลยไม่ยอมฟาดอะไรคงกลัวว่าความหล่อจะหลุดเซ็งมาก ทุกทีที่ออกเดินทางจะฟาดของจนเกือบหมดเป้ ป้าเริ่มหิวคว้าพวกขนมของกินออกมาจากเป้ เห็นลูกกระเดือกลุงขึ้นๆลงๆรำคาญมากเลยเรียกแกกิน แหมทำเป็นเล่นตัวพออาหารตกถึงปากฟาดเรียบหมด ขณะที่กำลังกินกันเสียงเปิดประตูเข้ามาเป็นหนุ่มมีหนวดโง้งเหนือปากตรงปลายเรียวกระดกหน่อยๆสงสัยคงเอาน้ำลายลูบเลยตั้งเด่ คนสวิสชอบไว้หนวดกัน เสียงตระโกน “ตรวจตั๋วๆๆๆๆเตรียมตัวพี่”คำหลังป้าพูดเอง ป้าเอาตั๋วรถไฟกับบัตรลดครึ่งราคาให้ดู เกือบจะไม่ได้ไปถึงSamedanเสียแล้ว เขาบอกให้ป้ากับลุงเซ็นชื่อข้างล่างด้านหลังของบัตรลดครึ่งราคาที่มีรูปติดอยู่ เราไม่เคยเซ็นเลยตั้งแต่ซื้อบัตรลดครึ่งราคามา ตอนแรก ลุงไม่ยอมเซ็น บอกรถไฟสายนี้กระจอกมากรถของSBBขนาดสายไฮโซยังไม่เรื่องมาก คนตรวจตั๋วเลยบอกงั้นจ่ายค่าปรับมาเพราะถือว่าบัตรลดครึ่งไม่ถูกต้อง เกือบตีกันป้ารำคาญมากเลยต้องเซ็นชื่อและบังคับให้ลุงเซ็นด้วย รถไฟมันก็โคลงไปเคลงมา กว่าจะเซ็นชื่อเสร็จตัวอักษรพันกันวุ่นวายไปหมด “ฮี้หมู่สะแตน ไชเซ่ะ Kruไม่เคยต้องทำเลย Mung ให้ Kruทำglpph fuckkkk” ลุงแกเซ็นไปด่าไปจนเซ็นชื่อเสร็จ ดีนะที่แกไม่เจอข้อหาปากน้องตูบไม่งั้นไปไม่ถึงSamedanแน่ๆ ว่าไปเราผิดกันนะที่ทำอะไรตามใจตัวเองพอเจอกฎระเบียบเข้าหน่อยเลยเหมือนหมาโดนราดน้ำร้อนราดใส่ ลุงนั่งหน้าตูมไม่พูดอะไรคงแค้นหนักแบบหมาแก่โดนดึงขน ป้าแสบจมูกมากเลยบอกลุงขอไปนั่งข้างนอก มีที่นั่งแบบดึงออกมาถ้าลุกที่นั่งจะพับเข้าที่เดิมโดยอัตโนมัติ ไม่มีคนมานั่งเลยป้าดีใจมากคิดว่าตูพ้นกรรมแล้วไม่มีคนมาแย่งที่นั่งได้ดูทิวทัศน์คนเดียว นั่งไปไม่ถึง 10 นาทีหูชักอื้อตาชักลายเพราะรถไฟแล่นฉึกฉักเอียงไปเอียงมาเสียงรถไฟวิ่งส่งเสียงดังหวิวๆตลอดเวลาเสียงลมพัดและไฟเขียวคอยแต่จะแลบแวบๆๆ ซวยหนักไปกว่าเก่า เลยกระเซอะกระเซิงไปนั่งข้างๆลุงตามเดิม อยากจะอ๊วกมากเพราะเมาบุหรี่และปวดท้องเยี่ยวแต่พอเห็นสภาพของส้วมแล้วเยี่ยวหด ลุงด่าหาว่าเรื่องมากแกบอกทนไปหน่อยแค่ 2 ชมเอง นั่งดูวิวจนเพลินหายปวดท้องเยี่ยว วิวข้างทางที่รถไฟแล่นผ่านสวยมากลักษณะแตกต่างจาก Berner Oberland มาก สวยคนละแบบ
ดูข้างบนจะเห็นว่าความสูงค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ รถไฟจะค่อยๆแล่นไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ จากChur แล่นมาจนถึง Reichenau ที่ตั้งอยู่บนความสูง 604,2 เมตร
เส้นทางAlbula ที่รถไฟวิ่ง
รถไฟที่แล่นจาก Chur–Filisurรถจะแล่นเป็นทางโค้งแบบวงกลมถ้าคนสังเกตจะเห็นชัดเจนเหมือนเราแล่นอยู่จุดเดิมคือเห็นวิวเดิมเพราะการสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างเขาสูงหลายลูกต้องใช้วิธีนี้ลักษณะแบบนี้ไม่เช่นนั้นจะใช้รถไฟแล่นข้ามภูเขาสูงไม่ได้ จะเจอในสวิตเซอร์แลนด์หลายๆแห่ง ถ้าใครเดินทางในเขตBerner Oberland ถ้าสังเกตดูจะเห็นได้อย่างชัดเจนแต่เท่าที่ดูมาไม่ค่อยมีคนสนใจหรอกมีแต่ดูวิวกับฝอยกันจนน้ำลายแตกฟอง หรือบางคนไม่รู้ด้วยว่ามันแล่นแบบนี้ ที่ Reichenau จะมีปราสาทสร้างไว้บนหินที่ยื่นออกมาข้างนอกสวยมาก
รถไฟแล่นผ่านเข้า Bonaduz ตั้งอยู่บนความสูง 658.8 เมตร
Bonaduz ข้างล่างจะเป็นแม่น้ำที่มีสีขุ่นอมน้ำเงินยวงสวยมาก ที่นี่อยู่ในโครงการอนุรักษ์มีพวกเห็ดขึ้นแถวนี้ป้าพูดแค่นี้พวกเก็บเห็ดชักหูผึ่งตามๆกัน ถ้าใครหลงทางขึ้นรถผิดสายหรืออ่านของป้าแล้วหลวมตัวเดินทางมาเที่ยวแล้วมาทำทัวร์ตามป้าเดะแล้วไม่สบอารมณ์โก๋อย่ามาโทษกันนะ ถ้านั่งรถไฟสายนี้พยายามหาที่นั่งติดด้านขวามือการชมวิวด้านนี้สวยมาก และถ้าเป็นไปได้ห้ามฝอยควรตั้งใจดูให้เต็มที่เพราะทิวทัศน์ที่นี่สวยจริงๆ
รถแล่นผ่านเข้าสู่Rhaezuens ตั้งอยู่บนความสูง654,3 เมตรที่นี่รู้จักกันดีเพราะที่นี่เป็นที่ผลิตน้ำดื่มเกลือแร่อันมีชื่อของสวิส"Rhaezuenser"ที่มีขายตามท้องตลาดหลายยี่ห้อและใช้ชื่อแตกต่างกันไป
Rothenbrunnen แปลตรงตัวคือ บ่อน้ำสีแดง ตั้งอยู่บนความสูง 621,7 เมตร
ที่นี่จะเห็น Schloss Ortensteinปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหุบเขาไม่ต้องมาถามป้านะว่าสร้างเมื่อไรขนาดเจ้าของประเทศเขายังไม่รู้แล้วป้าจะรู้ได้อย่างไรล่ะแต่คิดกะประมาณปี1900อยากรู้ไปหาอ่านเอาเองก็แล้วกัน ดูสภาพของปราสาทแล้วยกให้ป้าไปอยู่ฟรีๆไม่เอาหรอกเพราะกลัวอดตายมองไปข้างไหนก็เจอแต่หุบเขาและหุบเหวลึกยิ่งซุ่มซ่ามแบบป้าอายุคงไม่ยืนตกเขาตายไปเสียก่อน รถไฟสายนี้จอดทุกสถานีแต่ละสถานีมีคนขึ้นลงกันมาก
Thusis
Thusis ตั้งอยู่บนความสูง 697,2 เมตรสถานที่แห่งนี้จัดว่าใหญ่พอสมควรมีประชากรประมาณ 2780 คนเป็นแหล่งดึงดูดจุดรวมของการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะไป Spluegenpass San Bernardinopass
Spluegenpass Chiavenna Spluegenpass
San Bernardino-Mesocco-Bellinzonaที่มาของรถไฟสายBernhardinobahn และที่นี่เป็นจุดรวมของการเดินทางด้านรถไฟสายใต้ และรถยนต์
สถานี Thusisมีผู้หญิงชาวญี่ปุ่นวัยเอ๊าะเดินแบกเป้ขึ้นรถไฟมากับแฟนสวิส แกแต่งตัวสายเดี่ยวจ๊าบมาก มีสร้อยเต็มไปหมด เดินไปยิ้มไปและมานั่งที่นั่งว่างตรงข้ามกับสองเรา พอนั่งเสร็จกอดจูบกับแฟนนัวเนียไปหมดกอดไปลูบมือไปมาตาป้าเริ่มร้อน มองตาลุงแบบกระตุ้นต่อมโรแมนติกให้ทำงานจนแกด่าว่ามองหน้าทำไมมองหาเรื่องเหรอเซ็งมากนี่ขนาดมีตัวอย่างตรงหน้าให้เห็นน่าจะทำตามบ้าง ไม่ง้อก็ได้มองดูวิวยังจะชื่นใจกว่าว่าไปตั้งแต่นั่งมาวิวสวยมากดีใจที่ได้มาเที่ยวแถวนี้ หุบเขาแถวนี้สวยมากดูเวิ้งว้างเหมือนมีอำนาจพลังดึงดูด ถ้าใครมาเที่ยวอย่าพลาดสายตายิ่งรถไฟวิ่งผ่านเข้ามายัง Thusis หุบเขาแถวนี้เหมือนกับจะโอบอุ้มเราไว้ ที่แห่งนี้มีซอกเขาที่มีน้ำไหลผ่านดังภาพที่เห็นข้างบนที่ชื่อVia-Malaschlucht ที่แห่งนี้รู้จักกันดีสำหรับพวกนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวซึ่งจะพลาดไม่ได้ ทิวทัศน์โรแมนติกมาก รถไฟแล่นผ่าน Sils i.D. ตั้งอยู่บนความสูง 735,2 เมตร หุบเขาแถวนี้สวยมากดูเวิ้งว้างโดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนนกไร้คู่ ที่นี่เราจะเห็นที่ตั้งไฟฟ้าใหญ่โตเป็นศูนย์กลางสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าจะเห็น Schyn-Schlucht ถ้าใครเป็นโรคกลัวความสูงอย่ามองเดี๋ยวจะใจหว็อยๆหัวใจวายเอาเพราะสูงพอควรประมาณ 400 เมตร มีคนมาเดินเขาและขี่จักรยานพวก Bike กันมาก
รถไฟมาหยุดที่ Solis ตั้งอยู่บนความสูง 850,7 เมตร จะเห็นสถานีตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางหุบเขาที่เงียบสงบเหมือนโดนปล่อยเกาะ ซอกเขาสูงชันและที่นี่จะเห็นพวกเขากำลังก่อสร้างอุโมงค์ 14 แห่ง สะพานใหญ่ 3 แห่ง รถไฟแล่นผ่านให้เราชมธรรมชาติข้างทางมาตลอด ที่นี่จะพบพวกหินคริสตัลต่างๆ
Tiefencastel
ตั้งอยู่บนความสูง 883,7 เมตร เป็นเขตที่มีประเพณีเก่าแก่มากที่สุดของจังหวัด Graubünden มีประชากรอาศัย 300 คน เขตนี้มีpass ทางขับรถขึ้นเขาลงเขาที่ขึ้นชื่อคือ Julierpass และ Albulapassอยากเห็นว่าหน้าตามันเป็นอย่างไรแค่ไหนไปดูที่ป้าเขียนเกี่ยวกับInformationขี้เกียจเอามาลงใหม่ถ้าไม่อยากเปิดไปดูก็ตามใจ ที่นี่จะมีโบสถ์สวยมีชื่อคือ Kirche St. Peter สร้างในสมัยปี800
ที่นี่มีวิวสวยมากคนจะมาทำการถ่ายรูปกันถ่ายที่ไหนก็สวยทุกมุมเหมือนนางงามตอนได้รับมงกุฎไม่มีผิดเพราะได้เห็นวิวสะพานที่เรียกกันว่า Landwasser–Viadukt.
Viadukt(วีอาดุกคฺ) ป้าได้ยินลุงพูดถึงคำนี้บ่อยจนหูชาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายจนแกปล่อยหางป้าแล้วป้าถึงได้รีบเข้าใจเอาใจแก สะพานไหนก็ตามถ้าเราเห็นเขาสร้างเป็นช่องๆจะสร้างสูงหรือสร้างเตี้ยแบบที่เห็นในรูปคนสวิสจะเรียกว่า Viadukt ลุงอธิบายไปเอารูปให้ดูว่าเรียกแบบนี้นะ ป้าพยักหน้าหงึกหงักอยู่คิดในใจดุกก้อดุกแกถึงได้ดีใจว่าป้าเริ่มฉลาดขึ้น ภาพที่เห็นนี่คนอยู่สวิสจะเห็นภาพนี้จนตาดำเพราะจะออกทีวีทุกวันช่องSF1ที่ทีวีเขาจะค่อยๆคลี่ผ้าม่านเขียนคำว่า SF DRS
รถที่แล่นผ่านสถานี
Surava
มีชื่อเสียงทางด้านเดินทางไกลwanderทิวทัศน์สวยงามมาก
และมีชื่อเสียงทางด้านขับขี่จักรยานVelotourและคนมาเล่นสกีกันตอนหน้าหนาว
Alvaneu จุดนี้เราเรียกว่า
Landwasser Viadukt
มีทิวทัศน์สวยมากจุดเดินทางไกล
ช่วงนี้อย่ากระพริบตาอย่างเด็ดขาดวิวสวยมากจากแผนที่ๆเห็นจากข้างบนจะเห็นว่ารถไฟแล่นสูงขึ้นตามลำดับ เครื่องหมายสี่เหลี่ยมสีดำที่เห็นคืออุโมงค์
Filisur ที่สถานีแห่งนี้ยังมีระฆังเก่าตีบอกเวลารถไฟ และสถานีนี้สามารถขึ้นรถไฟไปDavos Filisur มีเสน่ห์มากมีบ้านทรงEngadin อันเก่าแก่ น้ำตกสวยงาม ทางเดินสำหรับคนรักการเดินทางไกล
Stuls ตั้งอยู่บนความสูง 1276,5 เมตร ที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจเช่นโบสถ์ สถานีรถไฟอันมีชื่อเสียง การเดินทางไกลโดยใช้เส้นทางที่เราเรียกว่าHEIDI เดินไปที่ Falein เพื่อทำความรู้จักกับบ้านของHeidi สถานที่เขาใช้สร้างหนังมีนักท่องเที่ยวพากันมาก็เพราะอิทธิพลของหนังที่สร้างชื่อ Heidi นักเขียนชื่อJohanna Spyri หนังเรื่องHeidi หนังเรื่องนี้สร้างมานานแล้วนะตั้งแต่ปี 1937 เป็นหนังที่ชาวอเมริกันสร้างเป็นเรื่องแรก ป้าชอบดูหนังของคนสวิสสร้างมากที่ชื่อHeidi เป็นหนังขาวดำที่สร้างปี 1952ต่อมาเขาทำเป็นหนังสี ป้าชอบคนที่แสดงเป็นปู่ของไฮดี้มาก นักแสดงคนนี้แสดงเก่งและดังพอๆกับสมบัติ เมทะนีหรือ มิตร ชัยบัญชา ตอนนี้นักแสดงขึ้นสวรรค์กันเกือบหมดแล้ว แต่ตัวแสดงที่แสดงเป็นไฮดี้ยังมีชีวิตอยู่แต่อายุคงจะร่วม70ปีแล้ว เห็นยังแสดงหนังอยู่บางครั้ง ต่อมาก็เป็นไฮดี้นักแสดงเป็นเด็กออสเตรียตอนนี้โตเป็นสาวมีลูกมีผัวไปแล้วเด็กคนนี้มีผมหยิกหยองมากน่ารักดี สถานที่แห่งนี้เขามาใช้ถ่ายทำหนังเรื่องไฮดี้ คนเลยอยากมาดูสถานที่ถ่ายทำ บ้านทรงเก่าที่นี่สวยงามมาก Heidiปี 1937 คนสร้างเป็นชาวอเมริกัน Shirley Templeแสดงชื่อหนัง Little poor girl เป็นภาษาอังกฤษ Heidi ปี 1952 เป็นภาษาสวิสเยอรมัน
Berguen
สูงประมาณ 1372,3 เมตร จัดว่าสูงอันดับ6ของทางรถไฟสายนี้เป็นศูนย์กลางของรถไฟสาย Albula จะเห็นรถไฟวิ่งเป็นทางโค้งกลม สถานที่แห่งนี้เป็นจุดสนใจและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวพากันมาเที่ยว อย่างของป้านี่เรียกมาเพราะว่าหาซื้อตั๋วได้ราคาถูกมากไม่เช่นนั้นคงจะยังไม่มาหรอก คงแบบใกล้เกลือกินด่างบ้านทรงเก่าที่นี่สวยงามมาก ที่นี่หน้าหนาวทุกหนทุกแห่งเป็นน้ำแข็งหมดจะมีนักเล่นล้อเลื่อนจำนวน 1 แสนคน /ปีมาเล่นวิ่งกันตั้งแต่ Preda –Berguen ถนนหนทางเขาจะปิดเพื่อใช้เล่นล้อเลื่อนโดยเฉพาะ
Preda ตั้งอยู่บนความสูง 1788,7 เมตร เส้นทางตั้งแต่ Filisur -Preda-Val Bever เส้นทางสายนี้ สวยมากและจะเข้าอุโมงค์ตลอด เส้นทางสายAlbulatunnel (อุโมงค์Albula) เป็นเส้นทางที่น่าสนใจมากเป็นอุโมงค์ยาวประมาณ 5865 เมตร และเป็นอุโมงค์ที่สร้างบนเทือกเขาสูงระหว่าง Preda ,Val Bever,Spina
สังเกตดูจะเห็นว่าเส้นทางรถไฟสายนี้จะแล่นเป็นวงกลมกลับไปมาและเข้าอุโมงค์ตลอดเวลา เป็นความฉลาดของนักวิศวกรชาวสวิส พวกเราชาวสวิสฉลาดมากเพราะบ้านเมืองเราเต็มไปด้วยเขา เส้นทางรถไฟระหว่างBerguen-Preda
“เตรียมตัวได้แล้วนะจะถึง
Samedan
แล้วมัวแต่นั่งตาเยิ้มน้ำลายไหลยืดอยู่ได้
นี่ชั้นบอกแล้วนะให้นอนแต่หัวค่ำมัวแต่มาจับคอม”เสียงลุงด่าป้าถึงได้รู้สึกตัวมัวแต่นั่งมองดูวิวเพลินจนหัวโงกเกือบฟุบหลับ
Samedan Samedan ตั้งอยู่บนความสูง 1705,4 เมตร
หลังจากลงจากรถไฟแล้วหัวหน้ากระเหรี่ยงทัวร์ยืนเซ่อเหมือนไก่หลงหาทางกลับเข้าเล้าไม่ถูก
เราต่างมองหาคนท้องถิ่นที่โชคร้ายหลงทางมา
ยืนนานมากไม่เห็นใครเลยนอกจากพวกหน้าตาโนะเนะยืนเต็มไปหมด
ลุงหายไปนานผิดสังเกตมาก
ป้ารู้สึกใจคอไม่ค่อยดีจึงทิ้งกระเป๋าตามหาแกนึกว่าแกนอนน้ำลายฟูมปากหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว
ทีไหนได้เห็นแกคุยกับสาวจ๊าบน้อยอยู่น้ำลายกระเด็นเป็นฟอง
ป้าสงสารสาวคนนี้มากที่โชคร้ายไม่ได้ดูฤกษ์ยามหลงมาเจอลุงเห็นเช็ดน้ำลายที่กระเด็นไปมา
อายุแกคงประมาณ
40กว่าได้แต่งตัวชุดพื้นเมืองของ Samedan
เดินกระเซอะกระเซิงขึ้นเนินเขาดูสภาพไม่ต่างกับพวกอพยพตอนหลบหนีเข้าประเทศไม่มีผิด
ช่วยกันฉุดกระชากลากกระเป๋าขึ้นเขาเดินกันจนขาขวิด
ใครต่อใครที่ขับรถผ่านมาหรือคนที่นั่งรถเมล์ที่แล่นผ่านไปต่างพาจ้องมอง
เขาคงคิดว่าเรามาคิดก่อการร้ายที่นี่เป็นแน่
Sporthotel Samedan http://www.sporthotel-samedan.com
ดีใจกระโดดจนตัวลอยรอดตาย ถ้าให้เดินต่อไปอีกคงจะไม่ได้เที่ยวกันคงจะเกิดคดีทำร้ายร่างกายตกเขาลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง แน่ๆ โรงแรมที่เราจะมาพักอยู่ห่างจากสถานีรถไฟพอควร และป้ายรถPost อยู่ตรงหน้าโรงแรมพอดี สภาพของโรงแรมค่อนข้างใหม่ อยู่ห่างจากสนามกอล์ฟพอสมควร เราเดินเป๋เข้าไปในโรงแรมไม่มีใครอยู่เลยสักคน หาที่กดกริ่งเรียกหาไม่เจอจนลุงต้องร้องตระโกนเรียก “ฮัลโล
ซีๆๆ(Sieคุณ)มีใครอยู่ไหม
ยู้ฮูๆ”สักครู่มีสาวอึ๋มเดินออกมาเป็นสาวเยอรมันแท้ๆไม่มีผสม
เราบอกชื่อเขาว่าจองโรงแรมเรียบร้อยแล้ว
เสียงกดแท่นจ้องดูจอคอมก๊อกๆแกรกๆสักครู่เขาบอก “อะไรนี่เที่ยงกว่าแล้วนะ
อิค(ICH
ฉัน)
เดินทางมาเหนื่อยจะเข้าห้องแล้วนะและจะเดินเขากันแล้ว
“Ja, ich
จะรีบทำให้ชั่วคราวก่อนนะ ถ้าซี(Sie)
ออกไปจะทำให้เช้งวับเลย
ชั้นตัวคนเดียวทำหมดทั้งโรงแรมนะ”คนทำห้องรีบบอกเอาใจลุงจนแกใจอ่อนหรือจนอ่อนใจป้าก็ไม่รู้เพราะผู้หญิงคนนี้พูดจนลุงอ้าปากเถียงไม่ทัน
ตกลงเรื่องสงบศึกลงได้เราต้องรอ
ลุงแกถามเรื่องทัวร์ถามอะไรไม่รู้เรื่องอะไรกันเลยหน้าแกตูมมาก
ธรรมดาหน้าแกก็ตูมอยู่แล้วเรียกว่าตูมจนติดตัวแกไปแล้ว
คนทำห้องมาบอกว่าเสร็จแล้วพาเราไปชั้น 2 ข้างนอกมีแต่รองเท้าคนเดินเขาวางเต็มไปหมด เรารีบพากันเดินเข้าห้องเพราะเวลาเหลือน้อยลงทุกที อีกอย่างกินอาหารเย็นที่นี่มื้อนี้ฟรีและห้ามมากินเกิน 21.00 น ห้องอาหารจะปิด หลังจากนั้นเราก็พากันแต่งตัวลากเป้สำหรับเดินเขาขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมกับการออกทัวร์ครั้งนี้
|
|
Copyright © 2003 Pallswiss All Rights Reserved |
|
|