ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเว็บป้าพอลมากๆเลยค่ะที่ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ทุกคนได้มาเล่าประสบการณ์การขอวีซ่าให้ฟังนะคะ มีประโยชน์และได้ข้อมูลมากมายเลยจริงๆ จึงอยากขอเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังบ้าง เพื่อทดแทนที่หาข้อมูลที่นี่มาตลอด อาจจะมีประโยชน์บ้างเล็กน้อยก็ยังดีนะคะ 
เริ่มต้นด้วยแฟนอยากให้ไปเที่ยวดูประเทศเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากรู้จักกันมาได้ 4 ปี เราก็ไม่คิดว่าจะไปเที่ยวดูประเทศของเขาหลอกเพราะคิดว่าค่าใช้จ่ายมันเยอะ รอเขาขึ้นมาเที่ยวหาเราดีกว่า แต่ก็ปีละ 1 ครั้งเอง และตอนนี้แฟนก็บอกว่ามันน้อยเกินไปนะปีละ 1 ครั้งน่ะ เอางี้ไหมให้เราบินไปหา 1 ครั้ง และ เขาบินมาเมืองไทย 1 ครั้ง ดังนั้นปีนึงเราก็จะได้เจอกัน ปีละ 2 ครั้ง ก็เป็นอันโอเคตามนั้น
* เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับ การขอวีซ่า ก็โชคดีได้เจอเว็บป้าพอล และก็มีน้องๆพี่ๆ มาแชร์ประสบการณ์ ขอขอบคุณทุกๆคนด้วยนะคะโดยเฉพาะ
น้องแนนจ้า
* อันนี้แฟนแนะนำให้อ่าน
รายละเอียดเกี่ยวกับการขอ วีซ่า visitor จากสถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ เป็นภาษาไทย
http://www.eda.admin.ch/etc/medialib/downloads/edactr/tha.Par.0307.File.tmp/visitor_th.pdf เพราะแฟนอ่านอันนี้ ตอนแรกแฟนจะให้แค่จดหมายเชิญ กับจะซื้อประกันการเดินทางให้จากที่สวิสเลยแต่เราบอกว่าไม่ต้องหลอกซื้อจากเมืองไทยง่ายกว่า และถ้าไม่ผ่านอย่างไงก็คืนเงินได้
........และเราก็เลยบอกไปอีกว่า เห็นน้องๆ เขาบอกว่าต้องมี
- พาสปอร์ตผู้เชิญหน้าที่มีรูปผู้เชิญ และหน้าพลาสปอร์ตที่เข้า-ออก เมืองไทยด้วย
- หลักฐานการเช่าหรือ การเป็นเจ้าของบ้าน
- ต้องโชว์บัญชีเงินฝากด้วย
- หลักฐานของการทำงานหรือถ้ามีบริษัทก็ต้องเอาด้วย
.....แต่แฟนให้มาแค่.....
1...จดหมายเชิญ
2...พลาสปอร์ตหน้าที่มีรูปแฟน และหน้าพลาสปอร์ตที่เข้า-ออกเมืองไทย
3...หลักฐานที่อยู่อาศัยของแฟน 
แค่ 3 อย่างเท่านั้นเองเราก็แอบกังวลนะว่า ทำไมไม่โชว์เรื่องงาน เรื่องเงิน ด้วยเพื่อสถานทูตจะได้เห็นไปเลยว่า สามารถดูแลเราได้และก็มีงานแน่นอน แต่ก็พูดไปแค่ครั้งเดียวไม่ได้ตอกย้ำอะไรอีก
******เมื่อเอกสารฝ่ายชายเรียบร้อยก็คิดว่าน่าจะโทรไปนัดสถานทูตได้แล้ว เพราะเอกสารของเราไม่ยุ่งยากและไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากไหน ผู้ยื่นขอวีซ่าทุกคนต้องโทรนัดทางโทรศัพท์เพื่อขอยื่นวีซ่า ที่หมายเลข 1900-222-340 (นาทีละ 9 บาท และโทรได้เฉพาะภายในประเทศ)*********
ต่อมาก็มาดูเอกสารของตัวเราหละทีนี้ก็แอบคิดว่า ต้องเยอะกว่าฝ่ายชายแน่ๆเลย และอีกอย่างแอบกังวลด้วยเพราะว่าตัวเองไม่ได้ทำงาน มา 2 ปีแล้ว เพราะแฟนอยากให้มีเวลาไปเที่ยวด้วยกัน เวลาเขามาเที่ยว และเราก็คิดว่าจะหาอะไรทำซักอย่างที่เป็นธุรกิจส่วนตัวของเราเอง แต่เศรษฐกิจอย่างนี้นะ อย่าดีกว่า เก็บเงินไว้ จะได้ไม่เจ็บตัว แต่แฟนก็ส่งเงินให้ใช้ทุกเดือนนะ เราก็เลยเตรียมเอกสารอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยจากคนอื่นๆ แต่ก็ไม่เท่าไหร่
1...บัญชีธนาคารที่โชว์ว่าแฟนส่งเงินมาให้ประมาณ 6 เดือน และหน้าบัญชีธนาคาร
2...ใบผ่านงานจากบริษัทเก่าที่ทำงานมา 14 ปี แนบใบเสียภาษีปีสุดท้าย และใบเงินสะสมจากที่บริษัทตัดเงินเดือนเก็บไว้
3...อีเมล์ที่เราติดต่อกันปริ้นท์ปีละ 2 ใบ และพอดีมีอีเมล์รูปที่แฟนส่งรูปครอบครัวมาให้ดูก็เลยปริ้นไปด้วย
4...มีใบปริ้นท์ตั๋วเครื่องบินที่เราเคยไปเที่ยวด้วยกันที่เชียงใหม่ปี 2008 ด้วย ก็เลยเอาแนบไปด้วยกับรูปถ่ายคู่ 2 ใบ
5...พลาสปอร์ตตัวจริง พร้อมถ่ายเอกสารเซ็นต์รับรองสำเนา 1 ใบ
6...บัตรประชาชน พร้อมถ่ายเอกสารเซ็นต์รับรองสำเนา 1 ใบ
7...สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ
8...สำเนาใบประกันอุบัติเหตุ *****ข้อควรระวัง : ประกันที่ซื้อมาจะต้องเรียกเงินคืนได้ ในกรณีที่ไม่ได้รับวีซ่าhttp://www.eda.admin.ch/etc/medialib/downloads/edactr/tha.Par.0291.File.tmp/Travel-Health%20Insurance%20Co's%20in%20THA.pdf9...ใบจองตั๋วเครื่องบิน *****ข้อควรระวัง ห้ามซื้อตั๋วเดินทางก่อนจะได้รับวีซ่าสถานเอกอัครราชฑูตฯไม่สามารถรับผิดชอบใดๆ ได้ หากเกิดการล่าช้าหรือวีซ่าได้รับการปฎิเสธ***ที่นี้น้องแนนแนะนำ และเราก็ได้ไปจองตั๋วบินที่นี่ด้วย ขอการันตีด้วยอีกคนจ๊ะว่าน้องเขาคุยง่ายและเข้าใจดีจ๊ะhttp://www.pallswiss.com/boards/index.php/topic,3033.0.html
10...รูปถ่าย 2 นิ้วพื้นหลังขาว 2 ใบ ใบนึงติดที่ใบคำร้องขอวีซ่า อีกใบแนบไปด้วยแล้วเดี๋ยวพี่ที่เขาตรวจเอกสารจะแยกไปติดกับพลาสปอร์ตให้เรา
11...ใบคำร้องขอวีซ่า พร้อมติดรูปถ่ายhttp://www.eda.admin.ch/etc/medialib/downloads/edactr/tha.Par.0284.File.tmp/Visumantrag%20Schengen%20e_d_f%20online_fill_in.pdf และบอกตรงๆ ว่าปวดหัวมากเพราะเป็นภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการมาก จนแปลไม่ออก เลยนอนดูอยู่เฉยๆ สัก 1 อาทิตย์ จะทำไงดีเนี่ยจะถามแฟนก็แหม แค่นี้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรอ และก็ให้บังเอิญถามน้องแนนน้องเขาก็เลยแนะนำเว็บที่แปลภาษาไทยมาให้โชคดีอีกแล้ว เลยหายปวดหัวเลย ถ้าช่องที่ไม่มีอะไรตอบให้ใส่
NONE ค่ะ
http://www.plan4swiss.com/images/visaapp01.jpg หน้า 1
http://www.plan4swiss.com/images/visaapp02.jpg หน้า 2
http://www.plan4swiss.com/images/visaapp03.jpg หน้า 3
http://www.plan4swiss.com/images/visaapp04.jpg หน้า 4
หน้าที่ 5 ก็ กรอกที่ ชื่อที่อยู่ของแฟน
หน้าที่ 6 ไม่ต้องส่งจ๊ะ
12...เตรียมเงิน 2800 บาท ให้พอดีนะ เพราะไม่มีทอนให้จ๊ะ ตรงนี้ขอเล่าความไม่รู้ (โง่นั่นเอง

) ให้ฟังนะ คิดว่า เอกสารทุกอย่างที่เราเตรียมไปยื่นที่สถานทูตนั้นจะต้องแปล เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด (ทั้งๆที่ก็อ่านที่น้องๆเขาแนะนำการเตรียมเอกสารนะ.. เขาก็ไม่ได้พูดว่าต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษสักหน่อย แล้วเราไปเอามาจากไหนเนี่ยก็ งง ตัวเองเหมือนกัน)ก็ไปถามราคาเพื่อนแล้วเพื่อนบอกว่าแปลหน้าละ 300 บาท เราก็ว่ามันถูกดีนะ แต่ทำไมดูในเว็บป้าพอลเขาบอกว่าประมาณ 900-1200 บาท ก็เลย เอ๊ะ!! มันแปลกๆนะหรือเราต้องไปเสียค่าอะไรอีกหรือเปล่า เลยโพสต์กระทู้ถามบนเว็บป้าพอลว่าแปลเอกสารแผ่นละเท่าไหร่กันหรอ ปรากฎว่า
ขอวีซ่าเยี่ยมเยียนเนี่ยไม่ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาอื่นเลย ใช้ภาษาไทยนั่นแหละ โชคดีเป็นที่สุด ไม่ต้องเสียเงิน เฮ้อ!! เกือบไปแล้วเรา
*****เมื่อถึงวันนัดก็จัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม และอย่าลืมรหัสที่ สถานทูตให้ไว้นะคะ เพื่อเวลาถึงที่เขาตรวจเอกสารเขาจะได้เช็คได้ง่ายๆ ว่าเราโทรมานัดแล้ว ไปยื่นมาเมื่อวันที่ 9 กค. 09 ค่ะ***** - พอถึงสถานทูตยามหน้าประตูจะขอบัตรประชาชนจากเราเพื่อแลกกับบัตรผ่านเข้าไปในสถานทูต
- เดินเข้าไปก็จะเจอพี่ที่เขารอตรวจเอกสารเราอยู่ เราก็ให้รหัสเขาไป แล้วเขาก็จะเช็คว่ามีรหัสนั้น แล้วหลังจากนั้นก็จะเช็คเอกสารเรา ถ้าไม่มีปัญหาก็เรียกเงิน 2800 บาท เพื่อเอาไปเสียบไว้กับกองเอกสารของเรา แล้วให้เราเข้าไปยื่นให้ช่อง 3
- เราก็เอาเอกสารไปวางไว้ที่ช่อง 3 แล้วก็ออกมานั่งรอ แล้วเดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่มารับเอกสารไปเช็คอะไร ต่อมิอะไรอีกก็ไม่รู้ ทีนี้ก็นั่งรอๆๆๆ รออยู่ประมาณ 2 ชม. เพราะไปเร็วกว่าเวลานัด 1 ชม. เพื่อความแน่นอนเกี่ยวกับเอกสารว่าไม่มีปัญหาอะไร ระหว่างรอก็แอบตื่นเต้นอยู่มากๆเลย ว่าเขาจะสัมภาษณ์อะไรเราบ้างนะ
- เวลาผ่านไปเจ้าหน้าที่ก็เรียกเข้าไปสัมภาษณ์
**** อายุเท่าไร
**** ไปทำอะไร
**** เคยไปมาก่อนไหม
**** เจอกันครั้งแรกที่ไหน
**** เขามาเมืองไทยบ่อยไหม
**** รูจักแฟนมานานหรือยัง
**** เคยไปยุโรปไหม
**** อาชีพอะไร.....ไม่มีงานค่ะ
**** ใครดูแลล่ะ ...แฟนส่งเงินให้ค่ะ
**** แฟนทำงานอะไร
**** เคยแต่งงานไหม
**** มีลูกหรือเปล่า
**** แล้วเราล่ะมีลูกหรือเปล่า
**** เคยแต่งงานหรือเปล่า
**** ชือแฟนสะกดอย่างไร...ขอบอกตอนแรกสะกดผิดไป 1 ตัว
ตื่นเต้นมากมาย
******//////เอาหละซิเจอคำตอบที่ไม่รู้เยอะเลย**//////
-พ่อแฟนชื่ออะไร...ส่ายหัว ไม่รู้
-แม่แฟนชื่ออะไร...ส่ายหัว ยิ้ม
-พี่แฟนชื่ออะไร...ส่ายหัว โอ้ยตายแล้วเรา
-น้องแฟนชื่ออะไร.........ไม่รู้เลยยยยยยยยยย
-รู้จักเพื่อนแฟนบ้างหรือเปล่า....ไม่รู้ค่ะ เพราะเขามาคนเดียวตลอด
-ถนนที่แฟนอยู่ชื่ออะไร.....ไม่รู้ค่ะ แหะ ๆ
-เมืองที่ไปชื่ออะไร....CONTHEY ค่ะ
-เจอแฟนครั้งที่ 2 เเดือนอะไร....จำไม่ได้
-ครั้งที่ 3ล่ะ...จำไม่ได้
-ครั้งที่ 4 .... ใช่เลยจำได้เพราะปีนี้เอง
-พูดภาษาอังกฤษได้ไหม..ค่ะ งั้นพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าเมื่อวานไปทำอะไรมา.....พูดไปได้ประมาณ 2 ประโยค จบข่าว....ก็บอกว่า ให้มาฟังผลวันที่ ระบุไว้ในใบกระดาษเล็ก ที่เจ้าหน้าที่ยื่นให้มาก็ได้ฟังผลวันที่ 15 กค.52
******ถามได้เร็วมาก บอกตรงๆ ประหม่ามากมาย ไอ้ที่น่าจะตอบได้ก็ลืมไปเลย ******
แต่เจ้าหน้าที่ก็โอเคนะ เป็นผู้ชาย ถึงจะถามเร็ว แต่ก็ยังสุภาพอยู่ และดูแล้วเจ้าหน้าที่ก็งานเยอะทุกคนเลย เห็นแล้วก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ค่ะ
และถึงวันฟังผล ก็เอาไปกระดาษเล็กๆ ที่เจ้าหน้าที่ให้ไว้ ไปยื่นให้ยามหน้าประตู ยามก็เลือกซองมาให้แล้วเขาบอกว่าเปิดดูก่อนแล้วเช็คด้านในดูว่าใช่ของเราหรือเปล่า เมื่อเช็คเรียบร้อยก็มาดูที่ หน้าซองเขียนว่า
ให้ส่งเอกสารที่อยู่ในซองนี้ไปให้เจ้าบ้านที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ดำเนินการ เจ้าบ้านจะเป็นผู้ติดต่อกับตำรวจที่ประเทศสวิส เอง หลังจากส่งเอกสารไป 1 เดือน ให้นำหนังสือเดินทางพร้อมใบจองเที่ยวบิน มาตรวจสอบผลกับสถานทูตฯ
*******ตอนนี้ก็ส่งเอกสารไปเรียบร้อยแล้วรอประมาณ 3 อาทิตย์ค่อยเช็คอีกที******* ****เมื่อถึงวันนั้นจะ มาเขียนให้อ่านอีกนะคะ ว่าผลจะเป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าคงจะทนอ่านกันได้นะคะและหวังว่าคงจะช่วยให้น้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่จะทำเรื่องขอวีซ่า VISITOR คงจะได้ประโยชน์บ้างนะคะ เพราะอาจจะแตกต่างจากที่น้องๆพี่ๆ ที่แชร์ประสบการณ์ การขอวีซ่าแบบเดียวกันนี้ไม่มากนัก แต่ก็หวังว่าคงจะมีสักนิดที่สามารถช่วยอะไรใครได้บ้าง ไม่มากก็น้อย****