**วัวในขบวนจะประดับด้วยดอกไม้และกระดิ่งที่เห็นเรียกว่าTreichel** ***การจัดประเพณี ALPABZUG*** การพาฝูงวัวไปเลี้ยงบนภูเขาสูงนี้ การเริ่มพาไปเลี้ยงแล้วแต่เขต
การอยู่บนภูเขาจะเป็นช่วงสั้นๆประมาณ85หรือ90วันเท่านั้น
พอถึงเวลาหมดหน้าร้อนแล้ว ชาวนาก็จะเริ่มจัดของเตรียมย้ายลงมาอยู่ข้างล่าง
จะเริ่มเคลื่อนย้ายนำรถมาขนพวกสัตว์เล็กๆก่อน
เพราะการเดินทางลงจากเขานี้สัตว์ที่อดทนและรักการเดินเขา จนเข้าสายเลือดคือฝูงวัว
ใครที่เติบโตและอาศัยอยู่ในเมือง จะไม่เข้าใจและรู้ถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ตามบ้านนอกใกล้ภูเขา
ชาวนาเหล่านี้และวัวสามารถถ่ายทอดความรู้สึกถึงกันได้
ตัวอย่างเช่นวัวที่พาขึ้นภูเขาสูง ถ้าถึงเวลากำหนดที่จะขึ้นหรือลงจากภูเขาสูง
วัวพวกนี้จะกระสับกระส่ายมาก วิ่งพล่านร้องมอๆๆๆๆๆดังลั่นก้องเขา และรอเวลาที่เจ้าของ
จะนำกระดิ่งหรือระฆังใหญ่มาผูกแขวนคอ และจะภาคภูมิใจกับการเดินลงเขา
ป้าเคยรู้จักเพื่อนเก่าแก่ของลุงคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ตายไปแล้ว เขาพาฝูงวัวไปเลี้ยงบนเขา
เราจะไปหาและเอาอะไรไปปิ้งกินกับเขาบ่อย ตอนถึงเวลาที่จะต้องนำวัวลงจากเขา
วัวพวกนี้จะคอยฟังเสียงระฆังจากเจ้าของ พอเขาหยิบระฆังออกมาลงน้ำมันขัดและส่งเสียงดังเท่านั้น
พวกวัวจะส่งเสียงดังวิ่งกระโดดหน้ากระโดดหลังดีใจมาก
**การจัดเตรียม** ชาวนาจะล้างทำความสะอาดวัวให้สะอาด แล้วนำกระดิ่งมาขัดลงมันจนขึ้นเงาปลาบ
ทั้งข้างนอกและข้างในนำมาผูกคอวัว หลังจากนั้นจะนำดอกไม้ประดับมามัดบนไม้กลมเล็กๆ
ดอกไม้บางแห่งจะใช้ดอกไม้สดที่ปลูกไว้ หรือบางแห่งจะใช้ดอกไม้พลาสติก
ดอกไม้พวกนี้จะต้องทำให้ติดแน่นบนแผ่นไม้กลม
เวลาวัววิ่งหรือกระโดดจะไม่หล่นหรือเอียงปิดตาวัวตอนเดิน
นำแท่นดอกไม้นี้มาผูกมัดบนเขาวัวทั้งสองข้างให้แน่น
พอวัวแต่งตัววัวทุกตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะพาวัวเดินลงมาจากภูเขากัน
ชาวนาเหล่านี้จะแต่งกายชุดประจำชาติของรัฐที่ตัวเองอยู่
ในมือจะมีไม้ไว้กันวัวตอนเดินลงเขา วัวจะเหมือนคน..บางตัวจะชอบหยุดเดิน
หรือชอบแวะกินหญ้าข้างทางต้องคอยใช้ไม้ตีก้นเบาๆ
การจัดงานประเพณีเหล่านี้ทางเขตที่อยู่ของแต่ละเขต
จะประกาศให้คนเขตนั้นรู้เพราะถือว่าเป็นประเพณีใหญ่
คนจะพากันมายืนดูด้วยหัวใจที่เอิบอิ่มดื่มด่ำกับความสวยงาม
การประดับดอกไม้บนหัววัวและจำนวนฝูงวัวจำนวนมากมาย หลายร้อยหรือร่วมพันตัว
ป้ากับลุงชอบดูประเพณีนี้มากเพราะชอบวัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
อย่างวันที่ป้ามาดูประเพณีพาวัวลงเขาที่ AESCHI นี้
มีคนมาชมมากมายและมีคนสำคัญมาเป็นประธานในพิธีด้วย คนนั้นคือ
SVP-Nationalrat Hermann Weyeneth